หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก สเปน VS คอสตาริกา

"กระทิงดุ" สเปน พร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนาม และน่าจะได้เห็น อัลบาโร่ โมราต้า ยืนเป็นหัวหอกเพื่อล่าตาข่าย "กล้วยหอม" คอสตาริกา ซึ่งพร้อมให้พวกแข้งเก๋าลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม อี คืนวันที่ 23 พ.ย.นี้


World Cup Analysis Spain vs Costa Rica
World Cup Analysis Spain vs Costa Rica

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม อี

สเปน VS คอสตาริกา

สนาม : อัล ธูมาม่า สเตเดี้ยม

เวลา : 23.00 น.


สเปน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : ชนะ โปรตุเกส 1-0 (เยือน)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ จอร์แดน 3-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่บุกไปชนะ จอร์แดน 3-1 หลังจากที่ให้พวกแข้งสำรองได้ลงสนามหลายคนเลย จึงพร้อมให้พวกตัวหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย เพื่อลุ้นเก็บชัยในเกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ เพราะไม่พบกับชัยชนะจากการลงเล่นนัดประเดิมสนามมาแล้วถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2010, แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-5 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 และเสมอ โปรตุเกส 3-3 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 นั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อูไน ซิมอน, อายเมริก ลาปอร์ก, เปา ตอร์เรส, ฆอร์ดี้ อัลบา, ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ บุสเกตส์, กาบี้, เปดรี้, ปาโบล ซาราเบีย, เฟร์ราน ตอร์เรส, อัลบาโร่ โมราต้า


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อูไน ซิมอน ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เพราะถูกวางตัวให้สวมบทเป็นมือหนึ่งนั่นเอง ส่วนในรายของ โรเบิร์ต ซานเชซ และ ดาบิด ราย่า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป


แนวรับ : น่าจะให้ อายเมริก ลาปอร์ก กับ เปา ตอร์เรส ยืนเป็นกองหลังคู่กัน แต่มีโอกาสที่จะได้เห็น เอริค การ์เซีย เป็นตัวสอดแทรกได้เหมือนกัน ส่วนในรายของ อูโก้ กียามอน เตรียมเป็นตัวสแตนบายไปก่อน ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะให้ ฆอร์ดี้ อัลบา เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า อเลฆานโดร บัลเด้ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ดานี่ การ์บาฆาล ในตำแหน่งแบ็กขวา ทำให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เตรียมเป็นตัวสำรองในจุดนี้ไปก่อน


แดนกลาง : พร้อมวาง เซร์คิโอ บุสเกตส์ มิดฟิลด์จอมเก๋าเป็นตัวแกนหลัก และน่าจะใช้งาน 2 แข้งหนุ่ม นั่นก็คือ กาบี้ กับ เปดรี้ ลงไปช่วยยืนคุมเกมด้วย ทำให้ โกเก้, โรดรี้, มาร์กอส ยอเรนเต้ และ คาร์ลอส โซเลร์ น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองทั้งหมดเลย


แนวรุก : เตรียมได้เห็น อัลบาโร่ โมราต้า ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และน่าจะให้ ปาโบล ซาราเบีย เป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาคนละฝั่งด้านกับ เฟร์ราน ตอร์เรส โดยมี เยเรมี่ ปิโน่, อันซู ฟาติ, มาร์โก อเซนซิโอ รวมถึง ดานี่ โอลโม่ เป็นตัวสำรองตรงตำแหน่งของตัวริมเส้น และมี นิโก้ วิลเลียมส์ เป็นตัวสแตนบายในตำแหน่งหัวหอก


คอสตาริกา

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

คอนคาเคฟ เนชั่นส์ลีก : ชนะ มาร์ตินิก 2-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ : ชนะ นิวซีแลนด์ 1-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : เสมอ เกาหลีใต้ 2-2 (เหย้า)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ อุซเบกิสถาน 2-1 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ ไนจีเรีย 2-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ หลุยส์ เฟอร์นานโด ซัวเรซ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เปิดบ้านชนะ ไนจีเรีย 2-0 เพื่อให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด โดยเฉพาะพวกตัวเก๋าที่ผ่านการเล่นฟุตบอลโลกจาก 2 ครั้งหลังสุดยังคงอยู่กันครบทั้งหมดเลย

11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

เคย์ลอร์ นาบาส, ออสการ์ ดูอาร์เต้, ฟรานซิสโก้ คาลโว, ไบรอัน โอเบียโด้, คาร์ลอส มาร์ติเนซ, เซลโซ่ บอร์เกส, เยลต์ซิน เทเยด้า, แอนโธนี่ เอร์นันเดซ, อัลบาโร่ ซาโมร่า, ไบรอัน รุยซ์, โจเอล แคมป์เบลล์


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก เคย์ลอร์ นาบาส อยู่แล้ว เพราะยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมบทเป็นมือหนึ่งมาแบบยาวนานเลย ทำให้ เอสเตบาน อัลบาราโด และ แพทริก เซเกร่า ต้องเป็นตัวสแตนบายเพื่อรอโอกาสลงไปยืนเฝ้าเสากันต่อไป


แนวรับ : พร้อมให้ ออสการ์ ดูอาร์เต้ กับ ฟรานซิสโก้ คาลโว ยืนคุมแดนหลังคู่กัน เพราะเป็น 2 ตัวหลักในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอยู่แล้ว ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ ไบรอัน โอเบียโด้ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คาร์ลอส มาร์ติเนซ ในตำแหน่งแบ็กขวา ทำให้ เคนดอลล์ วาสตัน, โรนัลด์ มาตาร์ริต้า, เคย์เชอร์ ฟูลเลอร์ และ ฮวน ปาโบล วาร์กัส เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แดนกลาง : เตรียมให้ 2 จอมเก๋า นั่นก็คือ เซลโซ่ บอร์เกส, เยลต์ซิน เทเยด้า ยืนคุมเกมคู่กันไปเลย เช่นเดียวกับ ไบรอัน รุยซ์ พร้อมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมอยู่แล้ว และน่าจะให้ 2 ดาวรุ่งอย่าง แอนโธนี่ เอร์นันเดซ สวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้ายตรงข้ามกับ อัลบาโร่ ซาโมร่า ในตำแหน่งปีกขวา ส่วนในรายของ เกอร์สัน ตอร์เรส, เจวิสัน เบนเนตต์, ดาเนียล ชาคาน, ยูสติน ซาลาส, โรอัน วิลสัน, แบรนดอน อกีเลร่า และ ดักลาส โลเปซ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย


แนวรุก : ยังคงเป็นหน้าที่ของ โจเอล แคมป์เบลล์ ในฐานะกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม โดยมี โยฮัน วาเนกัส และ แอนโธนี่ คอนเตรราส เป็นตัวสแตนบายอยู่ที่ข้างสนาม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 3 เกม ปรากฎว่า สเปน มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 2 เกม เสมอ 1 เกม และไม่เคยแพ้แม้แต่นัดเดียว ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2017 ปรากฎว่า "กระทิงดุ" เป็นฝ่ายเปิดบ้านไล่ถล่ม 5-0


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2011 : สเปน เสมอ คอสตาริกา 2-2

นัดกระชับมิตร ปี 2015 : สเปน ชนะ คอสตาริกา 2-1

นัดกระชับมิตร ปี 2017 : สเปน ชนะ คอสตาริกา 5-0


ความน่าจะเป็น

สะกดคำว่าชนะจากการลงเล่นนัดแรกไม่เป็นมาแล้วถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ทำให้ สเปน หมายมั่นปั้นมือหวังเก็บชัยในนัดแรกให้ได้เสียที จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแน่นอน โดยเตรียมให้พวกแข้งเด็กพลังหนุ่มได้ลงสนามหลายคนเลยด้วย ซึ่งรวมถึง 2 ดาวรุ่งในแดนกลาง นั่นก็คือ กาบี กับ เปดรี้ พร้อมเป็นตัวขับเคลื่อนเกมอย่างแน่นอน ส่วนแนวรุกมีนักเตะความเร็วสูงให้เลือกใช้งานได้หลายคนเลย เพื่อป้อนบอลให้กับ อัลวาโร่ โมราต้า ตัวหลักในแดนหน้านั่นเอง ด้าน คอสตาริกา พร้อมเน้นความเก๋าตามประสบการณ์ของพวกแข้งสูงวัยที่ผ่านการรับใช้บ้านเกิดมาแล้วกว่า 100 เกมหลายคนเลย และกระจายอยู่ในตำแหน่งต่างๆ อีกต่างหาก ไล่ตั้งแต่ เคย์ลอร์ นาบาส ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ส่วนแนวรับยังคงมี เซลโซ่ บอร์เกส เป็นแกนหลักอยู่แล้ว รวมถึงกัปตันทีมอย่าง ไบรอัน รุยซ์ ซึ่งยังคงพร้อมสวมบทเป็นตัวปั้นเกมเหมือนเดิม คาดว่า “กระทิงดุ” น่าจะเจอกับความยากลำบากอยู่ไม่น้อย เพราะว่า “กล้วยหอม” เป็นทีมที่เล่นกันได้แบบเหนียวแน่น และมีเกมตอบโต้ที่เฉียบขาด แต่ สเปน มีความเฉียบคมในแนวรุกมากกว่า จึงน่าจะหาทางเจาะตาข่ายเพื่อเก็บ 3 คะแนนเต็มได้สำเร็จ


ผลที่คาด : สเปน ชนะ คอสตาริกา 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย

ดู 80 ครั้ง