หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก เยอรมนี VS ญี่ปุ่น

"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี พร้อมจัดทัพใหญ่ส่อให้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ยืนค้ำแนวรุกเพื่อประสานงานกับแข้งจอมเก๋าอย่าง โธมัส มุลเลอร์ เพื่อดวลแข้งกับ "ซามูไร" ญี่ปุ่น ซึ่งอุดมไปด้วยนักเตะที่โชว์ฝีเท้าบนดินแดนยุโรปในศึกฟุตบอลฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม อี คืนวันที่ 23 พ.ย.นี้


World Cup Analysis Germany vs Japan
World Cup Analysis Germany vs Japan

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม อี

เยอรมนี VS ญี่ปุ่น

สนาม : คาลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม

เวลา : 20.00 น.


เยอรมนี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ ฮังการี 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : ชนะ อิตาลี 5-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ ฮังการี 0-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อังกฤษ 3-3 (เหย้า)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ โอมาน 1-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่บุกไปเฉือนชนะ โอมาน 1-0 เพื่อให้พวกแข้งหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด หลังจากที่ให้นักเตะสำรองหลายๆ คนได้ลงเล่นเพื่อเป็นการทดลองไปแล้วนั่นเอง โดยตั้งเป้าหมายเก็บชัยตั้งแต่นัดแรกเพื่อแก้ตัวจากการกระเด็นตกรอบแรกในศึกฟุตบอลโลก 2018 เมื่อ 4 ปีก่อนนั่นเอง แม้ว่าในแนวรุกจะมีการเรียกพวกนักเตะหน้าใหม่เข้ามารับใช้บ้านเกิดหลายรายเลย แต่ว่าน่าจะใช้งานพวกแข้งหลักไปก่อนมากกว่า


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล นอยเออร์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นิคลาส ซูเล่, เดวิด เราม์, ธิโล เคห์เลอร์, โจชิว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกาน, เลรอย ซาเน่, แซร์จ กนาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, ไค ฮาเวิร์ตซ์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ มานูเอล นอยเออร์ ในฐานะกัปตันทีมเหมือนเดิม เพราะได้รับความไว้วางใจให้สวมบทเป็นมือหนึ่งมานานแล้วด้วย ทำให้ มาร์ค อังเดร แตร์ สเตเก้น รวมถึง เควิน ทรัปป์ ต้องนั่งเป็นตัวสแตนบายในตำแหน่งนี้ไปก่อน


แนวรับ : พร้อมให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เป็นตัวยืนอันดับแรกแน่นอน และน่าจะเลือกใช้ นิคลาส ซูเล่ ให้ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กัน ส่วนแบ็กซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของ เดวิด เราม์ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ธิโล เคห์เลอร์ ในตำแหน่งแบ็กขวา ขณะที่ มัทธีอัส กินเทอร์, ลูคัส คลอสเตอร์มันน์, คริสเตียน กุนเทอร์, นิโก ชล็อตเตอร์เบ็ค และ อาร์เมล เบลล่า-คอตแชป เป็นนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป

แดนกลาง : น่าจะให้ โจชิว คิมมิช ยืนคุมเกมคู่กับ อิลคาย กุนโดกาน เพราะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า เลออน โกเรตซ์ก้า และพร้อมให้ โธมัส มุลเลอร์ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์ด้วยเช่นกัน ทำให้ ยูเลียน บรันด์ท กับ จามาล มูเซียล่า ต้องรอโอกาสลงเล่นในตำแหน่งนี้ไปก่อน


แนวรุก : เตรียมให้ เลรอย ซาเน่ สวมบทเป็นปีกซ้ายในฐานะตัวเลือกแรกเหนือกว่า มาริโอ เกิตเซ่ เช่นเดียวกับปีกขวาเตรียมเป็นหน้าที่ของ แซร์จ กนาบรี้ ซึ่งพร้อมเป็นตัวเลือกก่อน โจนาส ฮอฟมันน์ ส่วนกองหน้าพร้อมใช้บริการของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ทำให้ คาริม อเดเยมี่, นิคลาส ฟูลล์ครูก และ ยูสซูฟา มูโกโก้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองทั้งหมดเลย


ญี่ปุ่น

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียตะวันออก : เสมอ จีน 0-0 (เหย้า)

ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียตะวันออก : ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 (เหย้า)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ สหรัฐอเมริกา 2-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : เสมอ เอกวาดอร์ 0-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : แพ้ แคนาดา 1-2 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เป็นฝ่ายแพ้ แคนาดา 1-2 เพราะว่าทดลองทีมด้วยการให้นักเตะสำรองลงสนามหลายคน จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักกลับมาลงสนามเกือบทั้งหมดเลย โดยเฉพาะพวกดาวเตะที่ค้าแข้งอยู่กับทีมดังๆ ในทวีปยุโรปหลายรายเลยด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-5-1

เออิจิ คาวาชิมะ, มายะ โยชิดะ, โค อิตะคูระ, ยูโตะ นากาโตโมะ, มิกิ ยามาเนะ, วาตารุ เอ็นโดะ, อาโอะ ทานากะ, ฮิเดมาสะ โมริตะ, ทาคูมิ มินามิโนะ, จุนยะ อิโตะ, ทาคูมะ อาซาโนะ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่งจอมเก๋า นั่นก็คือ เออิจิ คาวาชิมะ ได้ลงสนามไปยืนเฝ้าเสาเหมือนเดิม โดยมี ชูอิจิ กอนดะ และ ดาเนี่ยล ชมิดท์ เป็นตัวสแตนบายในตำแหน่งนี้ตามปกติ


แนวรับ : เตรียมมอบหมายให้ มายะ โยชิดะ สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเพื่อลงไปยืนคุมแดนหลังคู่กับ โค อิตะคูระ ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ ยูโตะ นากาโตโมะ แข้งจอมเก๋าเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ มิกิ ยามาเนะ ในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนในรายของ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ, ฮิโรกิ อิโตะ, ฮิโรกิ ซากาอิ และ โชโกะ ทานิงูจิ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


แดนกลาง : น่าจะให้ วาตารุ เอ็นโดะ ลงไปยืนเป็นตัวคุมเกม และวางตัว อาโอะ ทานากะ กับ ฮิเดมาสะ โมริตะ เป็นตัวขับเคลื่อนในแผงมิดฟิลด์ต่อไป เพราะทั้ง 3 คนดังกล่าวเป็นตัวหลักที่ได้เล่นด้วยกันมาแบบต่อเนื่องเลย ทำให้พวกดาวดังอย่าง ทาเคฟุสะ คุโบะ, กาคุ ชิบาซากิ, ไดจิ คามาดะ และ ยูกิ โซมะ ต้องเป็นตัวสแตนบายทั้งหมด ส่วนปีกซ้ายน่าจะใช้บริการของ ทาคูมิ มินามิโนะ มากกว่า ริตสึ โดอัน เช่นเดียวกับปีกขวาน่าจะให้ จุนยะ อิโตะ เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า คาโอรุ มิโตมะ อยู่แล้ว


แนวรุก : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก ทาคูมะ อาซาโนะ พร้อมยืนประจำการในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าตามปกติ โดยมี อายาเสะ อูเอดะ, ไดเซน มาเอดะ และ ชูโตะ มาชิโนะ เป็นตัวเลือกลำดับรองลงมาทั้งหมดเลย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 2 เกม ปรากฎว่า เยอรมนี มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 1 เกม เสมอ 1 เกม และไม่พบกับความพ่ายแพ้แม้แต่เกมเดียว ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2006 ปรากฎว่า "อินทรีเหล็ก" เปิดบ้านเสมอ 2-2


สถิติที่เคยพบกัน 2 เกมหลังสุด

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2004 : ญี่ปุ่น แพ้ เยอรมนี 0-3

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2006 : เยอรมนี เสมอ ญี่ปุ่น 2-2


ความน่าจะเป็น

แน่นอนว่าชื่อชั้นของ เยอรมนี ดูเหนือกว่าเยอะเลย เพราะมีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัยเลยทีเดียว แต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงนักเตะแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป จึงอาจจะยังเล่นกันแบบไม่เนียนตาเสีนเท่าไรนัก และยังคงประสบปัญหาขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าแบบโป้งเดียวปิดบัญชีมานานแล้วด้วย นับตั้งแต่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานดาวยิงฟุตบอลโลกเลิกค้าแข้งไปเมื่อหลายปีก่อน ส่วน ญี่ปุ่น ถือว่าดูดีขึ้นแบบต่อเนื่องเลย เพราะได้ส่งออกนักเตะให้ย้ายไปค้าแข้งบนดินแดนยุโรปเพียบเลย และได้นำประสบการณ์จากการเล่นในถิ่นต่างแดนมาช่วยพัฒนาวงการลูกหนังในบ้านเกิดได้เป็นอย่างดีเลยด้วย แถมยังมีนักเตะหลายๆ คนโชว์ฝีเท้าในศึกบุนเดสลีกาของประเทศเยอรมนีเพียบเลยด้วย จึงอาจจะคุ้นเคยกับสไตล์การเล่นของทัพลูกหนังเมืองเบีย์อยู่เหมือนกัน คาดว่า “อินทรีเหล็ก” ไม่เจองานง่ายอย่างแน่นอน เพราะว่า “ซามูไร” เป็นทีมระดับหัวแถวของทวีปเอเชียที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่า เยอรมนี ยังมีทีเด็ดทีขาดที่ดีกว่า จึงน่าจะเก็บชัยชนะได้แบบหวุดหวิด


ผลที่คาด : เยอรมนี ชนะ ญี่ปุ่น 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย

ดู 74 ครั้ง