หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก ฝรั่งเศส VS ออสเตรเลีย

"ตราไก่" ฝรั่งเศส เตรียมปรับแผงแนวรับ แต่แนวรุกยังคงพร้อมจัดเต็ม นำทัพโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เพื่อดวลแข้งกับ "จิงโจ้" ออสเตรเลีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดประเดิมสนามกลุ่ม ดี คืนวันที่ 22 พ.ย.นี้


world-cup-analysis-france-vs-australia
world-cup-analysis-france-vs-australia

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม ดี

ฝรั่งเศส VS ออสเตรเลีย

สนาม : อัล ยานูบ สเตเดี้ยม

เวลา : 02.00 น.


ฝรั่งเศส

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ โครเอเชีย 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ ออสเตรีย 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ โครเอเชีย 0-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ ออสเตรีย 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ เดนมาร์ก 2-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ดิดิเยร์ เดสชองส์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ เดนมาร์ก 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เพื่อลุ้นเก็บชัยให้สมราคาแชมป์เก่าจากเมื่อ 4 ปีก่อน แม้จะต้องปรับแนวรับในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เช่นเดียวกับแดนกลางที่พร้อมให้มิดฟิลด์สายเลือดใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง แต่แนวรุกยังถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายรายเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อูโก้ ยอริส, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, เตโอ แอร์กน็องเดซ, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, อาเดรียง ราบิโอต์, ออเรเลียง ชูอาเมนี่, เอดูอาร์โด คามาแว็งก้า, อุสมาน เดมเบเล่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ อูโก้ ยอริส ซึ่งพร้อมลงไปยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรก และสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมอยู่แล้วด้วย ส่วนในรายของ อัลฟองส์ อเรโอล่า กับ สตีฟ ม็องด็องด้า ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสไปก่อน


แนวรับ : ไม่น่าจะได้เห็น ราฟาเอล วาราน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง แม้จะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้แล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต จึงต้องฝึกซ้อมเพื่อให้กลับมามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์อีกครั้ง ทำให้ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ น่าจะได้ลงยืนเป็นกองหลังคู่กับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ส่วนแบ็กขวาพร้อมให้ แบงฌาแม็ง ปาวาร์ ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะให้ เตโอ แอร์กน็องเดซ เป็นตัวเลือกอันดับแรกไปเลย ทำให้ ฌูลส์ กุนเด้, วิลเลี่ยม ซาลิบา,อิบราฮิมา โกนาเต้ และ อักเซล ดิซาซี่ เตรียมเป็นตัวสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย


แดนกลาง : เตรียมให้พวกมิดฟิลด์สายเลือดใหม่ได้ลงสนามไปยืนคุมเกมอย่างแน่นอน เนื่องจาก 2 ตัวหลักอย่าง ปอล ป็อกบา กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไม่ได้เดินทางมารับใช้บ้านเกิดทั้งคู่เลย เพราะเจอโรคเดี้ยงเล่นงานไปเสียก่อน ทำให้ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ และ เอดูอาร์โด คามาแว็งก้า น่าจะได้ลงสนามตั้งแต่นาทีแรก เช่นเดียวกับ อาเดรียง ราบิโอต์ ส่วนในรายของ ยูสซูฟ โฟฟาน่า, มัตเตโอ เก็นดูซี่ และ จอร์แดน แวร์ตูต์ พร้อมเป็นตัวสอดแทรกได้เหมือนกัน แต่น่าจะเริ่มต้นด้วยการนั่งเป็นตัวสำรอง


แนวรุก : รอเช็กสภาพความฟิตของ คาริม เบนเซม่า และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน จึงไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อยนั่นเอง จึงน่าจะให้ อุสมาน เดมเบเล่ ลงไปสวมบทเป็นปีกขวา โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ในตำแหน่งปีกซ้าย และน่าจะให้ อองตวน กรีซมันน์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนในรายของ คิงส์ลีย์ โคมอง, มาร์คัส ตูราม รวมถึง ร็องดาล โคโล มูอานี่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอย่างแน่นอน


ออสเตรเลีย

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ จอร์แดน 2-1 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 4 : ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-1 (สนามกลาง)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ : เสมอ เปรู 0-0 (สนามกลาง) - ชนะดวลจุดโทษตัดสิน

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ นิวซีแลนด์ 1-0 (เหย้า)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ นิวซีแลนด์ 2-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เกรแฮม อาร์โนลด์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่บุกไปชนะ นิวซีแลนด์ 2-0 แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด เพราะแทบจะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว จึงน่าจะได้เห็นพวกผู้เล่นประสบการณ์สูงได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-5-1

แมทธิว ไรอัน, มิลอส เดเกเน็ก, ไบลีย์ ไรท์, อาซิซ เบฮิช, นาธาเนียล แอตกินสัน, อารอน มอย, อายดิน ฮรูสติช, แจ็คสัน เออร์ไวน์, มาร์ติน บอยล์, แมทธิว เลคกี, เจมี แมคลาเรน


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก แมทธิว ไรอัน อยู่แล้ว เพราะยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมบทเป็นมือหนึ่งนั่นเอง ส่วนในรายของ แดนนี่ วูโควิช และ แอนดรูว์ เรดเมย์น เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงไปยืนเฝ้าเสากันต่อไป


แนวรับ : พร้อมให้ มิลอส เดเกเน็ก ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ไบลีย์ ไรท์ ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ อาซิซ เบฮิช โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ นาธาเนียล แอตกินสัน ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ขณะที่ โธมัส แด็ง, ฟราน คาราซิช, โจเอล คิง, คาย โรว์ส, แฮร์รี ซูตทาร์ เตรียมสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย


แดนกลาง : เตรียมให้ 3 ตัวหลักในแผงมิดฟิลด์ นั่นก็คือ อารอน มอย, อายดิน ฮรูสติช และ แจ็คสัน เออร์ไวน์ ลงไปยืนคุมเกมร่วมกันทั้งหมดเลย โดยพร้อมให้ คาเมรอน เดฟลิน, คีนู แบคคัส และ ไรลีย์ แม็คกรี นั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน ส่วนปีกขวาเป็นหน้าที่ของ มาร์ติน บอยล์ และน่าจะให้ แมทธิว เลคกี สวมบทเป็นปีกซ้ายตามเดิม


แนวรุก : น่าจะให้ มิทเชลล์ ดุ๊ก ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า เพราะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า เจมี แมคลาเรน, เจสัน คัมมิงส์, เคร็ก กู๊ดวิน, การัง คูโอล รวมถึง อเวอร์ มาบิล


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 4 เกม ปรากฎว่า ฝรั่งเศส มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 2 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 1 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก เมื่อปี 2018 ปรากฎว่า ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายเฉือนชนะ 2-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ฟีฟ่า คอนเฟเดเรชั่น คัพ ปี 2001 : ออสเตรเลีย ชนะ ฝรั่งเศส 1-0

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2001 : ออสเตรเลีย เสมอ ฝรั่งเศส 1-1

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2013 : ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรเลีย 6-0

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก : ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรเลีย 2-1


ความน่าจะเป็น

ด้วยดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 จากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำให้ ฝรั่งเศส ยังคงถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ด้วยเช่นกัน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของตัวผู้เล่นไปบ้าง แต่ยังคงมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคนเลย โดยเฉพาะแนวรุกที่อุดมไปด้วยดาวดังทั้งนั้น โดยเฉพาะ คาริม เบนเซม่า เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คาล่าสุด ส่วน ออสเตรเลีย ทำผลงานในช่วงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ได้ไม่ค่อยแจ่มเสียเท่าไรนัก แต่ยังคงเลือกใช้งานพวกนักเตะหน้าเดิมๆ ที่เล่นกันแบบเข้าขารู้ใจกันมานานแล้วด้วย จึงมีจุดเด่นในเรื่องของทีมเวิร์กด้วยเช่นกัน คาดว่า “ตราไก่” ซึ่งมีศักยภาพเหนือกว่าเยอะเลย จึงมีโอกาสเก็บชัยจากเกมประเดิมสนามได้แบบสมฐานะแชมป์เก่าได้แบบไม่ยากเย็นจนเกินไปนัก


ผลที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรเลีย 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย

ดู 5 ครั้ง