หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก อังกฤษ VS สหรัฐอเมริกา

"สิงโตคำราม" อังกฤษ รอเช็กสภาพความฟิตของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งได้รับบาดเจ็บต้นขา แต่พร้อมให้ บูกาโย่ ซาก้า สวมบทเป็นตัวริมส้นนัดเผชิญหน้ากับ "พญาอินทรี" สหรัฐอเมริกา ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดที่ 2 กลุ่ม บี คืนวันที่ 25 พ.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยผ่านเข้ารอบไปเลย


World Cup Analysis England vs USA
World Cup Analysis England vs USA

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดที่ 2 กลุ่ม บี

อังกฤษ VS สหรัฐอเมริกา

สนาม : อัล เบย์ต สเตเดี้ยม

เวลา : 02.00 น.


อังกฤษ

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อิตาลี 0-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ ฮังการี 0-4 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ อิตาลี 0-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ เยอรมนี 3-3 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก : ชนะ อิหร่าน 6-2 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ แกเรธ เซาธ์เกต จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่ไล่ต้อนชนะ อิหร่าน 6-2 ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม บี เพื่อลุ้นเก็บชัยแล้วตบเท้าผ่านเข้ารอบไปเลย หลังคว้าชัยจากนัดแรกมาได้ก่อนแล้ว แม้จะมีปัญหาหนักอกอยู่พอสมควร เนื่องจาก แฮร์รี่ เคน มีปัญหาบาดเจ็บติดตัวมาจากนัดก่อน แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

จอร์แดน พิคฟอร์ด, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, จอห์น สโตนส์, คีแรน ทริปเปียร์, ลุค ชอว์, จูด เบลลิงแฮม, ดีแคลน ไรซ์, เมสัน เมาท์, บูกาโย่ ซาก้า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ จอร์แดน พิคฟอร์ด เพราะถูกวางตัวให้สวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว จึงพร้อมลงสนามไปยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม ทำให้ อารอน แรมส์เดล รวมถึง นิค โป๊ป ต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงเล่นไปก่อน


แนวรับ : รอเช็กสภาพความฟิตของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งมีอาการป่วยจนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนัดแรก แต่น่าจะฟิตกลับมายืนคุมแดนหลังคู่กับ จอห์น สโตนส์ ได้ตามเดิม แม้ว่า เอริค ไดเออร์ มีโอกาสสอดแทรกเป็นตัวจริงได้เหมือนกัน แต่คาดว่าน่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนกับ คอเนอร์ โคอาดี้ ในตำแหน่งกองหลังเหมือนอย่างนัดแรก ส่วนแบ็กซ้ายยังคงเป็นหน้าที่ของ ลุค ชอว์ ด้วยเช่นกัน โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คีแรน ทริปเปียร์ ในตำแหน่งแบ็กขวา ทำให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ รวมถึง เบน ไวท์ ต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป ขณะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังไม่น่าจะฟิตกลับมาลงสนามได้ตามปกติ เพราะว่าเพิ่งฟื้นตัวจากโรคเดี้ยงนั่นเอง


แดนกลาง : พร้อมให้ จูด เบลลิงแฮม กับ ดีแคลน ไรซ์ ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกันอย่างแน่นอน ทำให้ คัลวิน ฟิลลิปส์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพราะว่ามีสภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์แบบ 100% ส่วนในรายของ เมสัน เมาท์ เตรียมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในตำแหน่งตัวปั้นเกมเหมือนอย่างนัดแรก และคาดว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมถึง คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ต้องรอโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกทั้งหมดเลย


แนวรุก : รอเช็กสภาพความฟิตของ แฮร์รี่ เคน เจอโรคเดี้ยงเล่นงานตรงต้นขา หากลงสนามไม่ได้พร้อมให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าได้เลย หลังจากที่สวมบทเป็นตัวสำรองในนัดแรกแล้วถูกเปลี่ยนลงไปยิงประตูได้ด้วย ส่วน บูกาโย่ ซาก้า พร้อมสวมบทเป็นปีกซ้ายเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในตำแหน่งปีกขวาเหมือนเดิม ส่วนในรายของ ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช, เจมส์ แมดดิสัน รวมถึง คัลลัม วิลสัน เตรียมนั่งสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามต่อไป


สหรัฐอเมริกา

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

คอนคาเคฟ เนชั่นส์ลีก ลีก เอ : ชนะ เกรนาด้า 5-0 (เหย้า)

คอนคาเคฟ เนชั่นส์ลีก ลีก เอ : เสมอ เอล ซัลวาดอร์ 1-1 (เยือน)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : แพ้ ญี่ปุ่น 0-2 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : เสมอ ซาอุดิอาระเบีย 0-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก : เสมอ เวลส์ 1-1 (สนามกลาง)


คาดว่ากุนซือ เกรกก์ เบอร์ฮัลเตอร์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เสมอ เวลส์ 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม บี เพื่อลุ้นเก็บชัยต่อยอดไปสู่การตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เพราะตอนนี้มีหนึ่งคะแนนนั่นเอง จึงพร้อมให้พวกนักเตะที่ค้าแข้งในทวีปยุโรปออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหลายคนเลย โดยเฮพาะพวกที่โชว์ฝีเท้าให้กับทีมต้นสังกัดบนเกาะอังกฤษอยู่แล้วนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

แมตต์ เทอร์เนอร์, วอล์คเกอร์ ซิมเมอร์แมน, ทิม รีม, แซร์จินโญ่ เดสต์, แอนโทนี่ โรบินสัน, ไทเลอร์ อดัมส์, เวสตัน แม็คเคนนี่, ยูนุส มูซาห์, จอช ซาร์เจนท์, คริสเตียน พูลิซิช, ทิโมธี เวอาห์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ แมตต์ เทอร์เนอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแตนาทีแรก เพราะถูกวางตัวให้เป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง ทำให้ ชอน จอห์นสัน กับ อีธาน ฮอร์วาธ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน


แนวรับ : เตรียมให้ วอล์คเกอร์ ซิมเมอร์แมน ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ทิม รีม ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ แซร์จินโญ่ เดสต์ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แอนโทนี่ โรบินสัน ทำให้ เดอันเดร เยดลิน, โจ สคัลลี่, แชค มัวร์, คาเมรอน คาร์เตอร์-วิคเกอร์ส และ อารอน ลอง เตรียมเป็นตัวสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย

แดนกลาง : น่าจะใช้ เวสตัน แม็คเคนนี่ และกัปตันทีม ไทเลอร์ อดัมส์ เป็น 2 แกนหลัก ส่วนในรายของ ยูนุส มูซาห์ ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิต เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาจากนัดแรก จึงพร้อมให้ เบรนแดน อารอนสัน ลงไปช่วยยืนคุมเกมแทนได้ทุกเมื่อเลย ขณะที่ เคลลีน อคอสต้า, ลูก้า เดอ ลา ตอร์เร, คริสเตียน โรลแดน ยังคงต้องรอโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงกันต่อไป

แนวรุก : ยังคงเป็นหน้าที่ของ ทิโมธี เวอาห์ คนยิงประตูในนัดแรกสวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คริสเตียน พูลิซิช ในตำแหน่งปีกซ้ายนั่นเอง ส่วน จอช ซาร์เจนท์ เตรียมรับบทกองหน้าตัวเป้าต่อไป และน่าได้เห็น จีซัส แฟร์ไรร่า, จอร์แดน มอร์ริส, จิโอ เรย์น่า และ ฮาจิ ไรท์ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้ามสนามตามเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 7 เกม ปรากฎว่า อังกฤษ มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 4 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 2 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2018 ปรากฎว่า "สิงโตคำราม" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 3-0 ส่วนผการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดเมื่อปี 2010 ปรากฎว่า สหรัฐอเมริกา ไม่แพ้ตามผลเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 1994 : อังกฤษ ชนะ สหรัฐอเมริกา 2-0

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2005 : สหรัฐอเมริกา แพ้ อังกฤษ 1-2

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2008 : อังกฤษ ชนะ สหรัฐอเมริกา 2-0

ฟุตบอลโลก 2010 รอบแรก ปี 2010 : อังกฤษ เสมอ สหรัฐอเมริกา 1-1

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2018 : อังกฤษ ชนะ สหรัฐอเมริกา 3-0

ความน่าจะเป็น

โชว์ฟอร์มในนัดแรกได้แบบน่าประทับใจเหลือเกิน สำหรับแนวรุกของ อังกฤษ ซึ่งยิงประตูได้แบบเฉียบคมกันทุกคนเลย แม้ว่าแนวรับจะเสียถึง 2 ประตูก็ตาม ส่วน สหรัฐอเมริกา มีจุดเด่นในเรื่องของเกมสวนกลับเร็ว แต่ว่าผู้เล่นในแผงแดนกลางมีแต่ตัวแข็งๆ ทั้งนั้นเลย คาดว่า “สิงโตคำราม” น่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยได้สำเร็จ


ผลที่คาด : อังกฤษ ชนะ สหรัฐอเมริกา 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย

ดู 79 ครั้ง

โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด