หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลโลก อาร์เจนติน่า VS ซาอุดิอาระเบีย

"ฟ้าขาว" อาร์เจนติน่า พร้อมให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยืนค้ำแนวรุกเพื่อดวลแข้งกับ ซาอุดิอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดประเดิมสนามกลุ่ม ซี คืนวันที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยเอาไว้ก่อนเลย


World Cup Analysis Argentina vs Saudi Arabia
World Cup Analysis Argentina vs Saudi Arabia

ฟุตบอลโลก 2022 รอบแรก นัดแรก กลุ่ม ซี

อาร์เจนติน่า VS ซาอุดิอาระเบีย

สนาม : ลูซาอิล ไอโคนิค สเตเดี้ยม

เวลา : 17.00 น.


อาร์เจนติน่า

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ไฟนอลลิสซิม่า : ชนะ อิตาลี 3-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ เอสโตเนีย 5-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ ฮอนดูรัส 3-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ จาไมก้า 3-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ลิโอเนล สคาโลนี่ จะปรับทัพจากเกมอุ่นแข้งนัดล่าสุดที่บุกไปถล่ม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5-0 เพื่อให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย แม้จะมีนักเตะบางรายยังไม่ฟิตสมบูรณ์ แต่ว่ามีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคนเลย โดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งพร้อมสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเหมือนเดิม


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ, นิโกลัส โอตาเมนดี้, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, มาร์กอส อคุนญ่า, นิโกลัส ทาเกลียฟิโก้, เลอันโดร ปาเรเดส, โรดริโก้ เดอ ปอล, อเลฮานโดร โกเมซ, ลิโอเนล เมสซี่, อังเคล ดิ มาเรีย , เลาตาโร่ มาร์ติเนซ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้วด้วย ทำให้ ฟรังโก้ อาร์มานี่ รวมถึง เจโรนิโม รุลลี่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสไปก่อน เพราะถูกวางให้เป็นตัวสำรองนั่นเอง


แนวรับ : น่าจะได้เห็น นิโกลัส โอตาเมนดี้ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เนื่องจาก คริสเตียน โรเมโร่ ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน จึงต้องรอเช็กสภาพความฟิตอีกครั้งหนึ่ง ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ มาร์กอส อคุนญ่า เป็นตัวจริง โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ นิโกลัส ทาเกลียฟิโก้ ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง ขณะที่ เกอร์มัน เปซเซลล่า, นาฮูเอล โมลิน่า, กอนซาโล่ มอนเซียล และ ฮวน ฟอยธ์ เตรียมเป็นตัวสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย


แดนกลาง : น่าจะใช้ 3 ประสาน นั่นก็คือ เลอันโดร ปาเรเดส, โรดริโก้ เดอ ปอล และ อเลฮานโดร โกเมซ ให้ลงไปยืนคุมเกมร่วมกัน จึงน่าจะได้เห็น กีโด้ โรดริเกซ, เอเซเกล ปาลาซิออส, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ รวมถึง เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ นั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสกันไปก่อน


แนวรุก : มีการขอถอนตัวออกไปในช่วงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ถึง 2 คน นั่นก็คือ นิโก้ กอนซาเลซ และ โจอากิน คอร์เรอา เพราะมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทั้งหมดเลย จึงต้องเรียกตัว อังเคล คอร์เรอา รวมถึง ติอาโก้ อัลมาด้า ให้เข้ามารับใช้บ้านเกิดแทน และคาดว่าทั้งคู่ไม่มีลุ้นได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ เปาโล ดีบาล่า และ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพราะน่าจะใช้ 3 ประสานในแดนหน้าขาประจำ โดยให้ อังเคล ดิ มาเรีย ยืนอยู่ทางขวาตรงข้ามกับ ลิโอเนล เมสซี่ ทางฝั่งซ้าย และให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าไปเลย


ซาอุดิอาระเบีย

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : เสมอ แอลเบเนีย 1-1 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : เสมอ ฮอนดูรัส 0-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : ชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : เสมอ ปานามา 1-1 (สนามกลาง)

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร : แพ้ โครเอเชีย 0-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ แอร์เว เรนาร์ เตรียมปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่แพ้ โครเอเชีย คาบ้านด้วยสกอร์ 0-1 เพื่อให้พวกแข้งหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย เพราะหวังถึงการคว้าชัยจากเกมประเดิมสนามเหนือกว่าทีมคู่แข่งที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์โลก 2 สมัยไปเลยนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

โมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอิส, อับดุลลาห์ มาดู, ฮัสซัน ทามบักติ, ยาสเซอร์ อัล-ชาห์รานี่, โมฮัมเหม็ด อัล-บูรัค, โมฮาเหม็ด คานโน, ซามี่ อัล-นาจี, ซาเล็ม อัล-ดอว์ซารี่, ซัลมาน อัล-ฟาราจ, ฮัตตาน บาเฮบรี, เฟราส อัล-บูไนคาน


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก โมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอิส ซึ่งพร้อมลงไปยืนเฝ้าเสาเหมือนเดิม เพราะถูกวางตัวให้เป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง ส่วนในรายของ โมฮัมเหม็ด อัล รูบาอี กับ นาวาฟ อัล-อกีดี้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงไปช่วยเซฟตาข่ายไปก่อน


แนวรับ : พร้อมให้ อับดุลลาห์ มาดู ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ฮัสซัน ทามบักติ ส่วนในรายของ ยาสเซอร์ อัล-ชาห์รานี่ เตรียมลงไปสวมบทเป็นแบ็กซ้ายตรงกันข้ามกับ โมฮัมเหม็ด อัล-บูรัค ในตำแหน่งแบ็กขวา โดยมี อาลี อัล-บูไลฮี, ซุลตาน อัล-กานาม, ซาอัด อับดุลฮามิด และ อับดุลเลลาห์ อัล-อัมรี่ เป็นตัวสแตนบายอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย


แดนกลาง : เป็นหน้าที่ของ โมฮาเหม็ด คานโน กับ ซามี่ อัล-นาจี เตรียมสวมบทเป็นมิดฟิลด์ตัวคุมเกมร่วมกัน ทำให้ ฟาฮัด อัล-มูวาลลัด, อับดุลลาห์ โอเตย์, อับดุลเลลาห์ อัล-มัลกี้, อาลี อัล-ฮัสซาน, นาสเซอร์ อัล-ดอว์ซารี่, อับดุลราห์มาน อัล-อาบูด และ ริยาด ชาราฮิลี่ เตรียมออกสตาร์ทด้วยการนั่งเป็นตัวสำรองทั้งหมดเลย


แนวรุก : น่าจะให้ ซาเล็ม อัล-ดอว์ซารี่ สวมบทเป็นปีกซ้าย โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฮัตตาน บาเฮบรี ในตำแหน่งปีกขวา และวาง ซัลมาน อัล-ฟาราจ เป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกม ส่วนกองหน้าตัวเป้าพร้อมใช้งาน เฟราส อัล-บูไนคาน เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า ซาเลห์ อัล-เชห์รี่ และ ไฮธาน อซิรี่ อยู่แล้ว


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 2 เกม ปรากฎว่า อาร์เจนติน่า มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 1 เกม เสมอ 1 เกม และไม่เคยแพ้แม้แต่เกมเดียว ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2012 ปรากฎว่า "ฟ้าขาว" บุกไปเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0


สถิติที่เคยพบกัน 2 เกมหลังสุด

คอนเฟเดเรชั่น คัพ ปี 1992 : อาร์เจนติน่า ชนะ ซาอุดิอาระเบีย 3-1

ฟุตบอลนัดกระชับมิตร ปี 2012 : ซาอุดิอาระเบีย เสมอ อาร์เจนติน่า 0-0


ความน่าจะเป็น

หมายมั่นปั้นมือหวังคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ให้ได้เสียที ทำให้ อาร์เจนติน่า ขนนักเตะฝีเท้าดีมาประชันแข้งเพียบเลย และยังคงมี ลิโอเนล เมสซี่ เป็นตัวชูโรงอยู่แล้ว ส่วน ซาอุดิอาระเบีย มีสภาพทีมที่ค่อนข้างสมบูรณ์เลยทีเดียว เพราะเป็นทีมที่มีนักเตะเล่นด้วยกันมาแบบต่อเนื่องเลย จึงพร้อมเน้นทีมเวิร์กจากการเล่นได้แบบเข้าขารู้ใจกันเป็นหลักเลย คาดว่า “ฟ้าขาว” น่าจะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า เพราะมีชื่อชั้นในเรื่องของฝีเท้าที่เหนือกว่าเยอะเลย โดยเฉพาะแนวรุกที่อุดมไปด้วยดาวดังทั้งนั้นเลย จึงไม่น่าจะเป็นฝ่ายแพ้แบบพลิกล็อค และมีโอกาสเก็บ 3 คะแนนได้แบบไม่ยากเย็นนัก


ผลที่คาด : อาร์เจนติน่า ชนะ ซาอุดิอาระเบีย 3-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย

ดู 84 ครั้ง