หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

เหตุไฉน "อิตาลี" ชวดลุยฟุตบอลโลก2ครั้งซ้อน

ยังคงเป็นหนึ่งในชาติลูกหนังระดับหัวแถวของโลก สำหรับ "อัซซูรี่" อิตาลี ซึ่งเป็นเจ้าของตำแหน่ง "เจ้ายุโรป" ในฐานะแชมป์ยูโร 2020 เป็นทีมล่าสุดนั่นเอง แต่กลับต้องสิ้นลายจากการที่ไม่สามารถตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 ได้สำเร็จ และเป็นการชวดผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันแล้วด้วย


เหตุไฉน "อิตาลี" ชวดลุยฟุตบอลโลก2ครั้งซ้อน
เหตุไฉน "อิตาลี" ชวดลุยฟุตบอลโลก2ครั้งซ้อน

ก่อนหน้านี้ อิตาลี เคยเป็น "ขาประจำ" ของศึกฟุตบอลโลกมาโดยตลอด เพราะได้ตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายอยู่ประจำเลย และได้รับการยกย่องให้ไปเล่นในฐานะทีมเต็งแชมป์เลยด้วย โดยเคยผ่านการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 4 สมัยเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่ในสมัยก่อนเมื่อช่วงทศวรรษ 30 จากการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1930 ที่ประเทศตัวเองสวมบทเป็นเจ้าภาพ และได้แชมป์ฟุตบอลโลก 1934 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ จึงเป็นการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน และเป็นทีมแรกที่ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกเอาไว้ได้ด้วย ส่วนทีมที่ 2 ที่เคยได้ทำเหมือนกันก็คือ "แซมบ้า" บราซิล เมื่อตอนที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ และได้แชมป์ฟุตบอลโลก 1962 ที่ประเทศชิลีเป็นเจ้าภาพนั่นเอง


หลังจากนั้นทัพลูกหนัง "อัซซูรี่" สามารถครองความเป็น "เบอร์หนึ่ง" ของโลกลูกหนังในเกมระดับชาติได้เป็นครั้งที่ 3 เพราะได้แชมป์ฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปนเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะเว้นวรรคไปนานกว่า 20 ปี จึงได้หวนกลับมาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ และเป็นสมัยที่ 4 จนถึงปัจจุบันเลยด้วย แต่ว่าหลังจากที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 4 ปรากฎว่า อิตาลี ทำผลงานในรอบสุดท้ายได้อย่างย่ำแย่เหลือเกิน ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งพลาดท่าตกรอบแรกไปแบบน่าอับอายเหลือเกิน เพราะว่ามีดีกรีเป็นถึงทีมแชมป์เก่านั่นเอง เช่นเดียวกับการกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ ทั้งๆ ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์เหมือนเช่นเคย


ทั้งนี้ อิตาลี ไม่ได้ไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายมาแล้วถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ และล่าสุดในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์เป็นเจ้าภาพช่วงปลายปีนี้นั่นเอง เพราะจอดป้ายเพียงแค่รอบคัดเลือกทั้งหมดเลย แม้จะผ่านเข้าถึงรอบเพลย์ออฟของโซนยุโรปได้ด้วย ซึ่งมีโอกาสลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายได้เลย หากสามารถเก็บชัยได้เหมือนอย่างที่คาดหมายกันเอาไว้ แต่สุดท้ายกลับ "ตกม้าตาย" จากความปราชัยในรอบนี้ทั้งหมดเลย ลองไปย้อนดูกันว่าเพราะเหตุใดทัพลูกหนัง "อัซซูรี่" จึงไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกทั้ง 2 ครั้งหลังสุดกันเสียหน่อยดีกว่า


เริ่มต้นจากในศึกฟุตบอลโลก 2018 โดยตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ จาน ปิเอโร่ เวนตูร่า โค้ชจอมเก๋าที่ไม่เคยประสบความสำเร็จจากงานคุมทีมลูกหนังมาก่อนเลย แต่กลับได้รับการแต่งตั้งจาก สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ให้ทำหน้าที่คุมทีมชาติบ้านเกิดแบบค้านสายตาของแฟนบอลเป็นอย่างมาก เพื่อรับงานต่อจาก เซซาเร่ ปรันเดลลี่ โค้ชคนก่อนที่ได้ขอลาออกจากตำแหน่งในช่วงหลังพาทีมตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2014 นั่นเอง และได้เริ่มต้นคุมทีมลงเตะรอบคัดเลือก โซนยุโรป ซึ่งถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม จี ร่วมสายเดียวกัน สเปน, แอลเบเนีย, อิสราเอล, มาซิโดเนีย (มาซิโดเนียเหนือในปัจจุบัน) รวมถึง ลิกเทนสไตน์


ปรากฎว่า อิตาลี จบเกมรอบคัดเลือกในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เพราะเป็นรอง สเปน ในฐานะแชมป์กลุ่มเพียงแค่ทีมเดียว จึงได้สิทธิ์ไปเตะรอบเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วไปรอบสุดท้ายกันอีกยกหนึ่ง และถูกจับสลากให้ต้องเผชิญหน้ากับ สวีเดน ซึ่งต้องแข่งกัน 2 นัดแบบเหย้า-เยือน โดยนัดแรกบุกไปพลาดท่าแพ้ 0-1 จึงหมายมั่นปั้นมือหวังกลับมาเก็บชัยในนัดที่ 2 ซึ่งจะได้กลับมาลงเล่นในถิ่นของตัวเองด้วย แต่ว่าแนวรุกกลับยิงประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว จึงต้องลงเอยด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 และหมดสิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 2018 แบบช็อกโลกไปเลย ทำให้ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ต้องตัดสินใจปลด เวนตูร่า ออกจากตำแหน่งไปเลย พร้อมกับโดนตราหน้าว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทัพลูกหนัง "อัซซูรี่" ชวดไปเล่นรอบสุดท้ายเพราะถูกปรามาสตั้งแต่ช่วงที่ไม่รับการแต่งตั้งว่าฝีมือไม่ถึงขั้นนั่นเอง


เหตุไฉน "อิตาลี" ชวดลุยฟุตบอลโลก2ครั้งซ้อน
เหตุไฉน "อิตาลี" ชวดลุยฟุตบอลโลก2ครั้งซ้อน

ทั้งนี้ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ได้แก้ตัวด้วยการเลือกกุนซือฝีมือดีให้เข้ามารับงานคุมทีมต่อเลย นั่นก็คือ โรแบร์โต้ มันชินี่ อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีในช่วงทศวรรษ 80-90 ซึ่งเคยประสบความสำเร็จจากการคุมทีมลูกหนังในระดับสโมสรแบบต่อเนื่องเลยด้วย และสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีของอดีตแขมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัยให้กลับคืนมาได้สำเร็จ เพราะสามารถนำทีมบ้านเกิดเข้าป้ายแชมป์ยูโร 2020 ได้นั่นเอง และเป็นการหวนกลับมายึดบัลลังก์ "เจ้ายุโรป" ได้เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากหนแรกที่ได้แชมป์ยูโร 1968 ที่ประเทศอิตาลีสวมบทเป็นเจ้าภาพเมื่อ 40 กว่าปีก่อนโน้นเลย


ทำให้ทัพลูกหนัง "อัซซูรี่" ในยุคของ มันชินี่ หมายมั่นปั้นมือหวังที่จะได้กลับไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลกให้ได้อีกครั้ง โดยในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม ซี ร่วมสายเดียวกับ สวิตเซอร์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, ลิทัวเนีย และ บัลแกเรีย แม้จะมีชื่อชั้นเหนือกว่าทุกทีมในกลุ่มเดียวกัน และถูกคาดว่าน่าจะได้ตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ซึ่งจะได้ลอยลำแบบอัตโนมัติไปเลย แต่ว่า อิตาลี กลับพลาดท่าในช่วงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะในเกมรองสุดท้ายที่เปิดบ้านเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 เพราะว่ามีโอกาสได้ประตูชัยจากลูกจุดโทษ แต่ว่า จอร์จินโญ่ กลับสังหารพลาดเอง ส่วนเกมนัดสุดท้ายไม่สามารถบุกไปชนะ ไอร์แลนด์เหนือ จึงลงเอยด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเบียดกันมาตลอดสามารถแซงหน้าเข้าป้ายแชมป์กลุ่มไปเลย


ด้วยเหตุนี้ อิตาลี จึงต้องไปเตะรอบเพลย์ออฟเพื่อลุ้นชิงตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายอีกครั้ง แม้จะถูกจับสลากให้เปิดบ้านเผชิญหน้ากับ มาซิโดเนียเหนือ ในรอบเพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นทีมคู่แข่งที่มีชื่อชั้นต่ำกว่า และมีการคาดหมายว่า "อัซซูรี่" น่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยได้แบบไม่ยากเย็นนัก เพื่อจะได้ตบเท้าไปแย่งตั๋วผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในนัดชิงของเพลย์ออฟนั่นเอง แต่กลับพลาดท่าแพ้คาบ้านไปแบบช็อกโลกด้วยสกอร์ 0-1 จึงต้องจอดป้ายอยู่ที่รอบเพลย์ออฟเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันแบบสิ้นลายอดีตแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัย และในฐาะเจ้าของแชมป์ยูโร 2020 ทีมล่าสุดไปเลยด้วย

สำหรับสาเหตุของการตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 มีการวิเคราะห์กันเอาไว้ว่าน่าจะมาจากเรื่องของนักเตะที่กรำศึกหนักกันมาแบบต่อเนื่อง นับตั้งแต่ในศึกยูโร 2020 ซึ่งต้องเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้โดยตลอด และเมื่อถึงช่วงเวลาที่เค้นศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาให้ได้อีกครั้ง ปรากฎว่าขุนพลแข้ง "อัซซูรี่" ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้เหมือนอย่างที่หวัง โดยเฉพาะบรรดาผู้เล่นในแนวรุกที่ยิงประตูในเกมรอบคัดเลือกได้เพียงแค่ 13 ลูกจากการลงสนามไปทั้งหมด 8 เกม จึงต้องอดไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 จนได้


ส่วนหลังจากนี้ทัพลูกหนัง "อัซซูรี่" คงจะต้องเริ่มสร้างทีมกันใหม่เพื่อจะได้กลับมามีลุ้นผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะไปเตะกันที่ทวีปอเมริกาเหนือ เนื่องจาก สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก ได้รับเลือกในสวมบทเป็นเจ้าภาพทั้ง 3 ประเทศเลยนั่นเอง จึงต้องติดตามดูกันต่อไปแบบยาวๆ ว่า อิตาลี จะสามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีอดีตแชมป์โลก 4 สมัยเพื่อไปปักหลักเล่นในรอบสุดท้ายในอีก 4 ปีข้าางหน้าได้หรือไม่


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 104 ครั้ง