หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : สเปน VS สวิตเซอร์แลนด์

"กระทิงดุ" สเปน พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม โดยแนวรุกยังคงวาง อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าตัวเก่งยืนล่าตาข่ายนัดต้อนรับ สวิตเซอร์แลนด์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 คืนวันที่ 24 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : สเปน VS สวิตเซอร์แลนด์
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : สเปน VS สวิตเซอร์แลนด์

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2

สเปน VS สวิตเซอร์แลนด์

สนาม : เอสตาดิโอ ลา โรมาเรด้า

เวลา : 01.45 น.


สเปน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ ไอซ์แลนด์ 5-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : เสมอ โปรตุเกส 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : เสมอ สาธารณรัฐเช็ก 2-2 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 เพื่อเก็บชัยแล้วจะได้ลุ้นผ่านเข้าไปเล่นรอบไฟนอลส์กันต่อไป โดยตอนนี้ยังคงรั้งจ่าฝูงแบบไร้พ่าย แข่ง 4 นัด มี 8 คะแนน นำหน้า โปรตุเกส ทีมอันดับ 2 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น แม้จะไม่มีการเรียกตัวแข้งหลักบางรายที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังคงใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อูไน ซิมง, ดานี่ คาร์บาฆัล, เปา ตอร์เรส, เอริค การ์เซีย, โฆเซ่ กาย่า, เซร์คิโอ บุสเกสต์, เปดรี้, โกเก้, ปาโบล ซาราเบีย, เฟร์ราน ตอร์เรส, อัลบาโร โมราต้า


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อูไน ซิมง ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะว่าสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี โรเบิร์ต ซานเชซ กับ ดาบิด เรย่า เป็นตัวสำรองเพื่อรอสแตนบายในตำแหน่งต่อไป


แนวรับ : ไม่ได้เรียก อายเมริก ลาปอร์ก กับ อินิโก้ มาร์ติเนซ เพราะว่ายังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ เอริค การ์เซีย ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เปา ตอร์เรส ทำให้ ดิเอโก้ ยอเรนเต้ รวมถึง อูโก้ กิญามอง เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะเลือก โฆเซ่ กาย่า เหนือกว่า ฆอร์ดี้ อัลบา เช่นเดียวกับแบ็กขวาน่าจะดร็อป เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เพื่อให้ ดานี่ คาร์บาฆัล ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้นั่นเอง

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน ติอาโก้ อัลคานทาร่า ยังไม่หายจากโรคเดี้ยง แต่ไม่ส่งผลกระทบกับการจัดผู้เล่นในแผงมิดฟิลด์ลงสนามอยู่แล้ว เพราะใช้งานพวกตัวหลักได้เกือบทั้งหมด โดยน่าจะให้แข้งสายเลือดใหม่อย่าง เปดรี้ ลงไปประสานงานกับ เซร์คิโอ บุสเกสต์ และ โกเก้ ส่วนในรายของ กาบี กับ โรดรี้ มีโอกาสสอดแทรกเพื่อลฃสนามเป็นตัวจริงได้เหมือนกัน แต่ทางด้านของ คาร์ลอส โซแลร์ กับ มาร์กอส ยอเรนเต้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม


แนวรุก : ได้เรียก นิโก้ วิลเลี่ยมส์ กับ บอร์ฆา อีเกลเซียส เข้ามารับใช้บ้านเกิดเป็นครั้งแรก เพื่อทดแทนการขาดหายไปของ ดานี่ โอลโม่ กับ โรดริโก้ โมเรโน่ ซึ่งไม่ได้ถูกเรียกตัวเข้ามาติดทีมชุดนี้ แต่จะต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงประเดิมสนามไปก่อน เพราะน่าจะเลือก ปาโบล ซาราเบีย สวมบทเป็นปีกขวาเหนือกว่า มาร์โก อาเซนซิโก เช่นเดียวกับปีกขวาที่น่าจะเลือก เฟร์ราน ตอร์เรส เหนือกว่า เยเรมี่ ปิโนย่ ส่วนกองหน้าตัวเป้าไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก อัลบาโร่ โมราต้า อย่างแน่นอน


สวิตเซอร์แลนด์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ โคโซโว 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : แพ้ สาธารณรัฐเช็ก 1-2 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : แพ้ โปรตุเกส 4-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : แพ้ สเปน 0-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 : ชนะ โปรตุเกส 1-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ มูรัท ยาคิน จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเฉือนชนะ โปรตุเกส 1-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 แม้ว่าตอนนี้แทบจะหมดโอกาสลุ้นไปเล่นรอบไฟนอลส์แล้วก็ตาม โดยตอนนี้ยังคงรั้งบ๊วยอันดับ 4 แข่ง 4 นัด มี เพียง 3 คะแนน ตามหลัง สเปน ทีมจ่าฝูงห่างถึง 5 แต้มเลยด้วย แต่ยังคงพร้อมเล่นเพื่อศักดิ์ศรีต่อไป และมีการเรียกพวกแข้งหลักออกมารับใช้บ้านเกิดเกือบทั้งหมดเลยด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ยานน์ ซอมเมอร์, ซิลวาน วิดแมร์, มานูเอล อคานยี่, ฟาเบียน ชาร์, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, กรานิท ชาก้า, เรโม ฟรอยเลอร์, เดนิส ซากาเรีย, เซอร์ดาน ชากิรี่, บรีล เอ็มโบโล่, ฮาริส เซเฟโรวิช


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ยานน์ ซอมเมอร์ มือหนึ่งจอมเก๋ากลับมายืนเฝ้าเสาอีกครั้ง หลังจากที่ถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในนัดก่อน เพื่อให้ โยนาส โอมลิน นายด่านมือสองได้ลงไปทำหน้าที่บ่างนั่นเอง


แนวรับ : เตรียมวาง มานูเอล อคานยี่ เป็นตัวหลัก และน่าจะเลือก ฟาเบียน ชาร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังเหนือกว่า นิโก้ เอลเวดี้ ส่วนแบ็กซ้ายพร้อมให้ ซิลวาน วิดแมร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ทำให้ เควิน เอ็มบาบู เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามไปก่อน เช่นเดียวกันแบ็กขวาไม่น่าจะเลือก เอราย โคเมิร์ท ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เพราะเป็นหน้าที่ของ ริคาร์โด้ โรดริเกซ เจ้าของตำแหน่งนี้อยู่แล้ว

แดนกลาง : ขากเพียงแค่ สตีเว่น ซูเบอร์ ซึ่งไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้ จึงพร้อมให้ 2 มิดฟิลด์จอมเก๋า นั่นก็คือ กรานิท ชาก้า กับ เรโม ฟรอยเลอร์ ลงไปยืนเป็นตัวหลักอยู่แล้ว ส่วนอีกหนึ่งคนน่าจะเลือก เดนิส ซากาเรีย เหนือกว่า ฌิบริล โชว์ ทำให้ เรนาโต้ สเตฟฟาน, ฟาเบียน ไฟร์, มิเชล เอบิสแชร์ รวมถึง อาร์ดอน ยาชารี่ เตรียจมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ข้างสนามตามเดิม

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ รูเบน วาร์กาส รวมถึง เชดริก อิตเทน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ แดน เอ็นโดเย่ ซึ่งถูกเรียกตัวเข้ามารับใช้ชาติเป็นครั้งแรก เพราะน่าจะให้ เซอร์ดาน ชากิรี่ แข้งจอมเก๋าสวมบทเป็นปีกขวาเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ บรีล เอ็มโบโล่ และพร้อมวาง ฮาริส เซเฟโรวิช สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเช่นเคย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 24 เกม ปรากฎว่า สเปน มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 18 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 1 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "กระทิงดุ" บุกไปเฉือนชนะ 1-0 สำหรับผลการพบกันในบ้านของ สเปน นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า สวิตเซอร์แลนด์ บุกไปแพ้ 0-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2018 : สเปน เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 ปี 2020 : สเปน ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 ปี 2020 : สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ สเปน 1-1

ยูโร 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2021 : สเปน เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 2 ปี 2022 : สวิตเซอร์แลนด์ แพ้ สเปน 0-1


ความน่าจะเป็น

ยังคงเน้นการให้โอกาสพวกนักเตะสายเลือดใหม่ลงสนามแบบต่อเนื่องกันต่อไป แต่ สเปน พร้อมให้พวกแข้งหลักลงไปช่วยประคับประคองนักเตะรุ่นน้องด้วยเช่นกัน โดยจะมีนักเตะตัวเก๋าคอยยืนปักหลักในตำแหน่งต่างๆ เหมือนเดิม ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ ยังคงยึดผู้เล่นชุดเดิมเป็นหลัก เพราะว่ามีทรัพยาการนักเตะให้เลือกใช้งานค่อนข้างจำกัด แม้จะมีการเรียกนักเตะหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมบ้าง แต่ว่าพร้อมให้นักเตะหน้าเดิมๆ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมากกว่า คาดว่า "กระทิงดุ" น่าจะอาศัยความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านเก็บชัยชนะเอาไว้ได้สำเร็จ


ผลที่คาด : สเปน ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 5 ครั้ง