หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เยอรมนี VS ฮังการี

"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ไม่มี มาร์โก รอยส์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่พร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนาม โดยแนวรุกน่าจะได้เห็น ติโม แวร์เนอร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดต้อนรับ ฮังการี ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 คืนวันที่ 23 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงขึ้นไปยึดตำแแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มนี้ไปเลย


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เยอรมนี VS ฮังการี
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เยอรมนี VS ฮังการี

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3

เยอรมนี VS ฮังการี

สนาม : เรดบูลล์ อารีน่า

เวลา : 01.45 น.


เยอรมนี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ ฮอลแลนด์ 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อิตาลี 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อังกฤษ 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ ฮังการี 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : ชนะ อิตาลี 5-2 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค จะปรับทัพจาเกมล่าสุดที่เปิดบ้านไล่ทุบ อิตาลี 5-2 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มนี้ไปเลย และไม่พบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 13 เกมแล้วด้วย นับตั้งแต่ปราชัย อังกฤษ 0-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีก่อน โดยตอนนี้อยู่อันดับ 2 แข่ง 4 นัดยังไร้พ่าย มี 6 คะแนน ตามหลัง ฮังการี ทีมอันดับ 1 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะขอถอนตัวจากอาการบาดเจ็บไปบ้าง แต่ยังมีพวกแข้งหลักให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล นอยเออร์, โรบิน กูเซ่นส์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, มัทธีอัส กินเทอร์, เบนจามิน เฮนริชส์, โจชัว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกาน, แซร์จ กนาบรี้, เลรอย ซานเน่, โธมัส มุลเลอร์, ติโม แวร์เนอร์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ มานูเอล นอยเออร์ ลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เพราะยังคงสวมบทเป็นมือหนึ่งในฐานะกัปตันทีมนั่นเอง โดยมี มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น นั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองต่อไป

แนวรับ : น่าจะให้ มัทธีอัส กินเทอร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โดยมี นิคลาส ซูเล่ มีโอกาสเป็นตัวสอดแทรกเพื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้เหมือนกัน ส่วนในรายของ นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค รวมถึง อาร์เมล เบลล่า-ค็อตแชป นักเตะหน้าใหม่จะต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะให้ โรบิน กูเซ่นส์ เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า ดาวิด เราม์ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เบนจามิน เฮนริชส์ ในตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริง ทำให้ ธีโล เคห์เรอร์ ต้องเป็นตัวสำรองด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ เลออน โกเรตซ์ก้า ออกสตาร์ทเป้นตัวจริง เพราะเตรียมให้ โจชัว คิมมิช กับ อิลคาย กุนโดกาน ลงไปยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกัน ทำให้ ยูเลี่ยน บรันทด์, โจนาส ฮอฟมันน์ รวมถึง ยามาล มูเซียล่า ต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป


แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์โก รอยส์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงานจนต้องขอถอนตัวออกไป แต่ไม่มีปัญหาสำหรับการตัดทัพในส่วนนี้อยู่แล้ว เพราะสามารถเลือกใช้งานพวกแข้งหลักได้ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่กองหน้าตัวเป้าเตรียมให้ ติโม แวร์เนอร์ เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า ไค ฮาเวิร์ตซ และพร้อมวาง โธมัส มุลเลอร์ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์เหมือนเดิม ส่วนปีกซ้ายพร้อมให้ เลรอย ซาเน่ ลงไปยืนประจำการ เช่นเดียวกับปีกขวาน่าจะใช้ แซร์จ กนาบรี้ อยู่แล้ว


ฮังการี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 1-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : ชนะ อังกฤษ 1-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ อิตาลี 1-2 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ เยอรมนี 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : ชนะ อังกฤษ 4-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ มาร์โก รอสซี่ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปถล่ม อังกฤษ ได้แบบพลิกล็อกถึง 4-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 และยังคงยึดบัลลังก์จ่าฝูงกลุ่มนี้ไปแบบน่าเซอร์ไพรส์เหลือเกิน โดยตอนนั้นรั้งอันดับ 1 แข่ง 4 นัด มี 7 คะแนน นำหน้า เยอรมนี ทีมอันดับ 2 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น จึงตั้งเป้าหวังบุกไปคว้าชัยชนะเพื่อจะได้เพิ่มโอกาสผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลส์ไปเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

ปีเตอร์ กาลุคชี่, อัตติล่า ซัลไล, วิลลี่ ออร์บาน, อดัม แล็ง, โลอิค เนโก้, คัลลัม สไตลส์, อันเดรียส เชเฟอร์, อัตติล่า ฟิโอล่า, มาร์ติน อดัม, โดมินิค โซบอสซ์ไล, อดัม ซัลไล


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ ปีเตอร์ กาลุคชี่ กลับมายืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอีกครั้ง หลังจากที่นัดก่อนได้พักอยู่ที่ข้างสนาม เพื่อให้ เดเนส ดูบัสซ์ ได้ลงไปเล่นตั้งแต่นาทีแรก แต่เกมนี้จะกลับไปนั่งเป็นมือสองเหมือนเดิม


แนวรับ : พร้อมใช้ 3 ประสานตัวหลัก อัตติล่า ซัลไล, วิลลี่ ออร์บาน และ อดัม แล็ง ให้ลงไปยืนคุมแดนหลังร่วมกันเหมือนเดิม ทำให้ เบนเดกูซ โบลล่า, อาคอส คาส์เคส และ มิลอส เคอร์เกซ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน แต่มีโอกาสที่จะได้เห็น เอ็นเดร บ็อตก้า เป็นตัวสอดแทรกเพื่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้เหมือนกัน หากว่ามีใครได้รับบาดเจ็บในช่วงก่อนเกมนั่นเอง


แดนกลาง : เตรียมให้ อดัม นากี้ นั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ ลาสซ์โล ไคลน์ไฮสเตอร์, ดาเนียล กาซด๊าก รวมถึง ปีเตอร์ บาร์รัธ อยู่ที่ข้างสนามไปก่อน เพราะน่าจะให้ คัลลัม สไตลส์ ลงไปยืนเป็นตัวคุมร่วมกับ อันเดรียส เชเฟอร์ ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายไม่มี โซลท์ นากี้ ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ โลอิค เนโก้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทน โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ อัตติล่า ฟิโอล่า ในตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายเหมือนเช่นเคย


แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน โรแลนด์ ซัลไล ได้รับบาดเจ็บจนต้องขอถอนตัวออกไป แต่น่าจะให้ มาร์ติน อดัม เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า เควิน วาร์ก้า เพื่อให้ลงไปยืนประจำการในตำแหน่งปีกซ้าย และพร้อมให้ โดมินิค โซบอสซ์ไล ลงไปยืนเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาด้วยเช่นกัน ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงเป็น อดัม ซัลไล ต่อไป


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 36 เกม ปรากฎว่า เยอรมนี มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 13 เกม เสมอ 12 เกม และแพ้ 11 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "อินทรีเหล็ก" บุกไปเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในบ้านของ ฮังการี ในนัดกระชับมิตร เมื่อปี 2010 ปรากฎว่า เยอรมนี บุกไปชนะ 3-0


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2004 : เยอรมนี แพ้ ฮังการี 0-2

นัดกระชับมิตร ปี 2010 : ฮังการี แพ้ เยอรมนี 0-3

นัดกระชับมิตร ปี 2016 : เยอรมนี ชนะ ฮังการี 2-0

ยูโร 2020 รอบแรก ปี 2021 : เยอรมนี เสมอ ฮังการี 2-2

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 ปี 2022 : ฮังการี เสมอ เยอรมนี 1-1


ความน่าจะเป็น

แม้จะเคยลงเอยด้วยผลเสมอแบบติดต่อกันมาหลายเกม แต่ว่า เยอรมนี สามารถปลดล็อกด้วยการคว้าชัยจากเกทล่าสุดได้ด้วยสกอร์ขาดลอย และเกมนี้สามารถใช้งานพวกแข้งหบักได้เกือบทั้งหมดเลย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน และถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านอีกต่างหาก ส่วน ฮังการี ทำผลงานได้ดีเกินคาดจากการยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มนี้ได้แบบพลิกความคาดหมายเหลือเกิน โดยมีจุดเด่นในเรื่องของทีมเวิร์กด้วยเช่นกัน คาดว่า "อินทรีเหล็ก" น่าจะมีโอกาสเก็บชัยในถิ่นตัวเองเอาไว้ได้ เพราะมีแนวรุกที่หลากหลายมากกว่านั่นเอง


ผลที่คาด : เยอรมนี ชนะ ฮังการี 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 30 ครั้ง