หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฝรั่งเศส VS ออสเตรีย

"ตราไก่" ฝรั่งเศส มีนักเตะขาดหายไปหลายคน แต่ยังใช้งานนักเตะเท้าดีได้อีกหลายราย โดยพร้อมให้ อองตวน กรีซมันน์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เป็นตัวหลักในแนวรุกนัดต้อนรับ ออสเตรีย ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 นัดที่ 5 คืนวันที่ 22 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นครั้งแรกให้ได้เสียที เพราะยังคงบ๊วยจากการที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นนั่นเอง


ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1

ฝรั่งเศส VS ออสเตรีย

สนาม : สต๊าด เดอ ฟรองซ์

เวลา : 01.45 น.


ฝรั่งเศส

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ แอฟริกาใต้ 5-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ เดนมาร์ก 1-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ โครเอเชีย 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ ออสเตรีย 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ โครเอเชีย 0-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ "ตราไก่" ปรับทัพจากเกมล่าสุดที่แพ้ โครเอเชีย คาบ้าน 0-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกให้ได้เสียที โดยตอนนี้ยังคงรั้งบ๊วยอันดับ 4 ของกลุ่มแบบพลิกความคาดหมาย แข่ง 4 นัด มี เพียงแค่ 2 คะแนน และหมดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลส์เพื่อไปป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันแล้วด้วย แต่ยังพร้อมลงเล่นเพื่อศักดิ์ศรีในฐานะแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 กันต่อไป แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บจนต้องขอถอนตัวออกไปหลายคนเลย แต่มีการเรียกนักเตะฝีเท้าดีที่โชว์ฟอร์มจากเกมระดับสโมสรในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างโดดเด่นเข้ามารับใช้บ้านเกิดหลายคนเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ไมค์ เมญอง, ราฟาเอล วาราน, วิลเลี่ยม ซาลิบ้า, ลูก้าส์ ดีญ, โจนาธาน คลอสส์, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, จอร์แดน แวร์ตูท, มัตเตโอ เก็นดูซี่, อองตวน กรีซมันน์, อุสมาน เดมเบเล่, คีลิยัน เอ็มบัปเป้


ผู้รักษาประตู : ไม่มี อูโก ยอริส มือหนึ่งกัปตันทีม เพราะว่าขอถอนตัวออกไปจากอาการบาดเจ็บ แม้จะมีการเรียก อัลบอง ลาฟงต์ นายด่านฝีมือดีเข้ามาติดทีมเป็นครั้งแรก แต่น่าจะให้ ไมค์ เมญอง ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงมากกว่า


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะตัวหลักที่ขอถอนตัวออกไปหลายรายเลย ไม่ว่าจะเป็น เตโอ แอร์กน็องเดซ, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ รวมถึง เพรสเนล คิมเพมเบ้ เพราะได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเลย แต่พร้อมให้ ราฟาเอล วาราน เป็นตัวเลือกในตำแหน่งกองหลัง โดยน่าจะได้ยืนคู่กับ วิลเลี่ยม ซาลิบ้า ทำให้ ดาโยท์ อูปาเมกาโน่ และ ฌูลส์ คุนเด้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะใช้ ลูก้าส์ ดีญ, ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โจนาธาน คลอสส์ ในฐานะแบ็กขวาต่อไป

แดนกลาง : ไร้เงา 3 ตัวหลัก นั่นก็คือ ปอล ป็อกบา, อาเดรียง ราบิโอต์ รวมถึง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เพราะว่าเจอโรคเดี้ยงเล่นงานทั้งหมดเลย แต่พร้อมให้พวกมิดฟิลด์สายเลือดใหม่ลงสนามเป็นตัวจริงทั้งหมด โดยพร้อมวาง โอเรเลียง ชูอาเมนี่ เป็นตัวยืนเอาไว้ก่อน และน่าจะส่ง จอร์แดน แวร์ตูท รวมถึง มัตเตโอ เก็นดูซี่ ลงไปช่วยยืนคุมเกมด้วย ทำให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า, คริสตอฟ เอ็นคุนคู รวมถึง ยุสซุฟ โฟฟาน่า ต้องรอโอกาสลงเล่นอยู่ที่ข้างสนามในซึกตัวสำรองไปก่อน

แนวรุก : ยังใช้งานพวกแข้งดังไดีอีกหลายราย แม้จะไม่มี คาริม เบนเซม่า, คิงส์ลีย์ โกมอง รวมถึง วิสเซม เบน เยดแดร์ เพราะจะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงมีการเรียก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ให้กลับมารับใช้บ้านเกิดอีกครั้ง แต่น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน และคาดว่า อุสมาน เดมเบเล่ จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อประสานงานกับ อองตวน กรีซมันน์ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ส่วนในรายของ รานดัล โคโล มูอานี่ หัวหอกหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกเรียกตัวมาติดทีมชาติครั้งแรกเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อนอยู่แล้ว


ออสเตรีย

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ สก็อตแลนด์ 2-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ โครเอเชีย 3-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ เดนมาร์ก 1-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ ฝรั่งเศส 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ เดนมาร์ก 0-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ราล์ฟ รังนิค จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ เดนมาร์ก 0-2 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 3 เกม และจะลุ้นผ่านเข้าเล่นรอบไฟนอลส์ที่ยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง แม้ว่าจะริบหรี่เหลือเกินก็ตาม เพราะตอนนี้อยู่อันดับ 3 แข่ง 4 นัด มี 4 คะแนน ตามหลัง เดนมาร์ก ทีมจ่าฝูงอยู่ถึง 5 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น แถมยังมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคนเลยด้วย แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทีมลงสนาม เพราะยังมีพวกแข้งหลักให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

ไฮนซ์ ลินด์เนอร์, ดาวิด อลาบา, เควิน ดานโซ่, สเตฟาน ไลเนอร์, คริสตอฟ ทริมเมล, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, ซาเวอร์ ชลาเกอร์, นิโกลัส ไซวัลด์, คริสตอฟ บอมการ์ทเนอร์, มาร์โก อาร์เนาโตวิช, มิเชล เกรกอริตช์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ไฮนซ์ ลินด์เนอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะถูกวางตัวให้เป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว แม้จะไม่มี ดาเนียล บัคมันน์ นายด่านมือสองนั่งเป็นตัวสำรอง เป็นพร้อมให้ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ นั่งอยู่ที่ข้างสนามแทน


แนวรับ : ไม่ได้เรียก อเล็กซานเดอร์ ดราโกวิช กองหลังจอมเก๋าเข้ามาติดทีมชุดนี้ จึงพร้อมให้ ดาวิด อลาบา ยืนคู่กับ เควิน ดานโซ่ และวาง เกอร์น็อต ทรอยเนอร์ เป็นตัวสำรองในตำแหน่งนี้ไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ สเตฟาน ไลเนอร์ เหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ คริสตอฟ ทริมเมล ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง


แดนกลาง : มีนักเตะขาดหายไปหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น คอนราด ไลเมอร์, วาเลนติโน่ ลาซาโร่, สเตฟาน อิลซานเกอร์ รวมถึง ฟลอเรียน กริลลิทช์ เพราะได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเลย แต่พร้อมให้ ซาเวอร์ ชลาเกอร์ กับ นิโกลัส ไซวัลด์ ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกัน แะลน่าจะขยับ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ ไปสวมบทเป็นปีกขวา โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คริสตอฟ บอมการ์ทเนอร์ ซึ่งน่าจะได้ลงไปทำหน้าที่เป็นปีกซ้าย ส่วนในรายของ เดยัน ลูบิซิช รวมถึง 2 มิดฟิลด์ 2 หน้าใหม่ นั่นก็คือ โรมาโน่ ชมิด กับ มูฮัมเม็ด ซาราเซวิช เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


แนวรุก : ไร้เงา ซาซ่า คาลัดจ์ซิช ได้รับบาดเจ็บ จึงต้องพักรักษาตัวไปก่อนแบบยาวๆ แต่ยังมีพวกแข้งหลักให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน โดยน่าจะให้ มิเชล เกรกอริตช์ ซึ่งยิงประตูในเกมระดับสโมสรได้แบบต่อเนื่องลงไปยืนล่าตาข่ายคู่กับ มาร์โก อาร์เนาโตวิช หัวหอกจอมเก๋า และมี อันเดรียส ไวมันน์ รวมถึง คาริม โอนิซิโว เป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 11 เกม ปรากฎว่า ฝรั่งเศส มีสถิติเหนือกว่าอยู่เยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 7 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ 2 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า ฝรั่งเศส บุกไปเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า ออสเตรีย เปิดบ้านเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ออสเตรีย เสมอ ฝรั่งเศส 2-2

นัดกระชับมิตร : ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรีย 1-0

ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2008 : ออสเตรีย ชนะ ฝรั่งเศส 3-1

ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2009 : ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรีย 3-1

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เมื่อปี 2022 : ออสเตรีย เสมอ ฝรั่งเศส 1-1


ความน่าจะเป็น

แม้จะทำผลงานในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ได้ไม่ดีเลย แต่ด้วยศักดิ์ศรีของแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และได้ลงเล่นในบ้านของตัวเอง ทำให้ ฝรั่งเศส พร้อมเน้นกับการเกมนี้เป็นอย่างมาก ส่วน ออสเตรีย ถือว่าทำผลงานได้ดีขึ้นเยอะเลย แต่ว่าเล่นเกมนอกบ้านได้ไม่แจ่มมากนัก คาดว่า “ตราไก่” มีโอกาสเก็บชัยได้มากกว่า


ผลที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรีย 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 35 ครั้ง