หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก :โปรตุเกส VS สาธารณรัฐเช็ก

"ฝอยทอง" โปรตุเกส เตรียมโรเตชั่นนักเตะเพื่อปรับทัพบางตำแหน่ง แต่พร้อมให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนค้ำแนวรุกนัดต้อนรับ สาธารณรัฐเช็ก ใช้ผู้เล่นสายเลือดใหม่ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก กลุ่ม เอ นัด 3 คืนวันที่ 9 มิ.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก :โปรตุเกส VS สาธารณรัฐเช็ก
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก :โปรตุเกส VS สาธารณรัฐเช็ก

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก กลุ่ม เอ นัด 3

โปรตุเกส VS สาธารณรัฐเช็ก

สนาม : เอสตาดิโอ โจเซ่ อัลวาเลด, กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

เวลา : 01.45 น.


โปรตุเกส

แฟร์นันโด้ ซานโต๊ส กุนซือ "ฝอยทอง" เตรียมโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่ง เพื่อให้พวกแข้งดังที่เป็นตัวสำรองในนัดก่อนๆ ได้ลงสนามบ้าง และเป็นการให้พวกแข้งหลักที่ลงเล่นแบบต่อเนื่องได้พักไปในตัวด้วย หลังลงเตะไปแล้ว 2 เกม ปรากฎว่ายังไม่พบกับความพ่ายแพ้แม้แต่นัดเดียว โดยตอนนี้รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มอยู่ด้วย และคว้าชัยจากเกมนัดก่อนในถิ่นตัวเองได้แบบสวยงามจากเกมเปิดเบ้านไล่ถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ ไปแบบขาดลอยถึง 4-0 เลยทีเดียว


11 นักเตะตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

รุย ปาทริซิโอ, ราฟาเอล เกร์เรโร่, ดิโอโก้ ดาโลท์, โดมิงกอส ดูอาร์เต้, ดานิโอ เปไรร่า, เจา มูตินโญ่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, อังเดร ซิลวา, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, คริสเตียโน่ โรนัลโด้


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ รุย ปาทริซิโอ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งเหนือกว่า รุย ซิลวา ในฐานะมือสองนั่นเอง จึงต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรับ : น่าจะให้ เปเป้ กองหลังจอมเก๋าได้พักบ้าง เพื่อให้ โดมิงกอส ดูอาร์เต้ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อจับคู่กับ ดานิโอ เปไรร่า ซึ่งต้องขยับจากตำแหน่งกองกลางตัวรับมาสวมบทเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟไปก่อน เพราะการขาดหายไปของ รูเบน ดิอาส ซึ่งยังไม่หายเดี้ยงนั่นเอง ส่วนแบ็กขวาอาจจะพัก เจา คันเซโล่ แข้งจอมลุยเพื่อให้ ดิโอโก้ ดาโลท์ ลงไปทำหน้าที่บ้าง เช่นเดียวกับฟูลแบ็กที่น่าจะให้ ราฟาเอล เกร์เรโร่ กลับมาลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เพราะน่าจะให้ นูโน่ เมนเดส ได้พักบ้าง

แดนกลาง : ยังคงมีตัวเลือกให้หยิบมาใช้งานได้หลายคน คาดว่าจะดร็อป รูเบน เนเวส เพื่อให้ได้พักบ้าง และเป็นการโอกาสให้ เจา มูตินโญ่ ได้ลุกจากม้านั่งสำรองเพื่ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก โดยน่าจะได้คุมเกมร่วมกับ วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ ซึ่งกลายเป็นตัวยืนหลักไปแล้ว และน่าจะขยับ บรูโน่ แฟร์นันเดส ให้กลับมาช่วยคุมเกมด้วย หลังจากที่ถูกดันให้ขึ้นไปช่วยแนวรุกในตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งซ้ายในนัดก่อนๆ

แนวรุก : ใช้งานพวกตัวหลักได้ทั้งหมด เลย แต่น่าจะพัก ดิโอโก้ โจต้า เพราะว่าให้ลงสนามแบบต่อเนื่องเลย และน่าจะเป็นโอกาส อังเดร ซิลวา ซึ่งน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วนในรายของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา น่าจะมีชื่อกลับมาเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ ด้วย ทำให้ โอตาวิโอ เตรียมหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ ราฟาเอล เลเอา รวมถึง ริคาร์โด้ ฮอร์ต้า สำหรับกองหน้ายังคงเป็นขวัญใจคนเดิม นั่นก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่อไปเหมือนเดิม


สาธารณรัฐเช็ก

ยาโรสลาฟ ซิลฮาวี่ กุนซือ สาธารณรัฐเช็ก จะปรับทัพบางตำแหน่ง โดยพร้อมให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งนั้นเลย เพราะว่าส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ในเกมระดับชาติน้อยมากๆ และหลายๆ คนเพิ่งจะผ่านการรับใช้บ้านเกิดไม่ถึง 10 เกมเสียด้วยซ้ำ แต่ว่าทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว หลังไม่พบกับความพ่ายแพ้จาก 2 เกมแรกนั่นเอง ส่วนพวกแข้งหลักยังคงพร้อมลงไปช่วยประคับประคองพวกรุ่นน้องต่อไป


11 นักเตะตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

โทมัส วาคลิค, ดาวิด ซูม่า, ยาคุบ บราเบ็ค, อเลส มาเตยู, วลาดิเมียร์ คูฟาล, ยาคุบ ยานค์โต้, โทมัส ซูเซ็ก, ออนเดร ลินเกอร์, อดัม ฮโลเซ็ก, แยน คุชต้า, ยาคุบ เพเช็ค


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ โทมัส วาคลิค ในฐานะมือหนึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาแบบผูกขาดไปเลย

แนวรับ : พร้อมใช้งานพวกนักเตะที่ค้าแข้งกับสโมสรในต่างแดนทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ซูม่า, ยาคุบ บราเบ็ค และ อเลส มาเตยู วึ่งน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงพร้อมกันทั้งหมด ทำให้ วาคลาฟ เยเมลก้า, มิลาน ฮาเวล รวมถึง ยาโรสลาฟ เซเลนี่ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงกันต่อไป เพราะว่าตอนนี้มีประสบการณ์ในเกมระดับชาติน้อยเหลือเกิน

แดนกลาง : เตรียมให้ โทมัส ซูเซ็ก เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในแผงมิดฟิลด์ไปเลย เพราะว่าสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมอยู่แล้วด้วย และน่าจะให้ ยาคุบ ยานค์โต้ กลับมาลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเพื่อให้ลงไปยืนคุมเกมร่วมกัน ส่วนในรายของ ไมเคิล ซาดิเล็ก น่าจะต้องกลับไปนั่งเป็นตัวสำรองเช่นเดียวกับ วาคลาฟ แซร์นี่ ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ วลาดิเมียร์ คูฟาล ซึ่งเป็นตัวหลักอยู่แล้ว

แนวรุก : ส่อให้ อดัม ฮโลเซ็ก กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก หลังจากถูกดร็อปเป็นตัวสำรองเพื่อให้พัก โดยจะสวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้ายตามเดิม ซึ่งจะยืนอยู่ตรงข้ามกับ ยาคุบ เพเช็ค ทางฝั่งขวานั่นเอง ส่วนกองหน้าตัวเป้าไม่มี พาทริค ชีค เพราะได้รับบาดเจ็บ และไร้ชื่อติดทีมชุดนี้อยู่แล้ว จึงน่าจะให้ แยน คุชต้า ขึ้นไปยืนค้ำแดนหน้าต่ออีกสักเกม


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมดเพียงแค่ 3 เกม ปรากฎว่า โปรตุเกส มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 2 เกม และแพ้ 1 เกม ซึ่งเป็นการดวลแข้งกันในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร ทั้งหมดเลยนด้วย ส่วนผลการเจอกันนัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกยูโร 2012 รอบแรก ปรากฎว่า โปรตุเกส เป็นฝ่ายชนะ 1-0


ผลการพบกันทั้งหมด 3 เกม

ปี 1996 โปรตุเกส แพ้ สาธารณรัฐเช็ก 0-1 (ยูโร 1996 ที่ประเทศอังกฤษ)

ปี 2008 สาธารณรัฐเช็ก แพ้ โปรตุเกส 1-3 (ยูโร 2008 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับ ออสเตรีย เป็นเจ้าภาพร่วมกัน)

ปี 2012 สาธารณรัฐเช็ก แพ้ โปรตุเกส 0-1 (ยูโร 2012 ที่ประเทศยูเครน กับ โปแลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน)


ความน่าจะเป็น

โปรตุเกส ใช้ระบบโรเตชั่นนักเตะในหลายๆ เกมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ทำให้ศักยภาพของทีมด้อยลงไปเลย แต่มีนักเตะฝีเท้าดีให้หยิบมาใช้งานได้เต็มไปหมด แม้จะมีปัญหาเรื่องแนวรับจากอาการบาดเจ็บของ รูเบน ดิอาส ทว่าผู้เล่นในแนวรับคนอื่นๆ พร้อมลงเล่นช่วยยืนคุมเกมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ดานิโล่ เปไรร่า แม้จะเป็นกองกลางตัวรับ แต่สามารถสวมบทเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้เป็นอย่างดี ส่วนแนวรุกยังคงเป็นหน้าของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงจอมเก๋า ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูในเกมระดับชาติได้มากถึง 117 ประตูเลยทีเดียว


ส่วน สาธารณรัฐเช็ก เปิดโอกาสให้พวกนักเตะเลือดสายใหม่ลงสนามเป็นหลักเลย หลังจากที่เรียกตัวพวกนักเตะมากประสบการณ์เข้ามารับใช้บ้านเกิดในทีมชุดนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น เพื่อเป็นการลองทีมไปสู่ยุคอนาคตได้เป็นอย่างดี เพราะพวกแข้งเด็กหนุ่มทำผลงานได้น่าประทับใจมากๆ โดยเฉพาะในช่วง 2 เกมแรกที่พบกับความพ่ายแพ้ในบ้าน ส่วนผลงานในนัดเยือนยังต้องรอพิสูจน์ฝีเท้ากันต่อไป

คาดว่า โปรตุเกส น่าจะงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้ เพราะได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์จากการลงเล่นในถิ่นของตัวเองด้วย และพวกดาวดังยังคงพร้อมลงสนามทั้งหมด ส่วน สาธารณรัฐเช็ก พร้อมสู้เต็มที่แน่นอน แต่ด้วยประสบการณ์ของนักเตะในเกมระดับชาติที่มีน้อยกว่า ทำให้ โปรตุเกส น่าจะเก็บชัยชนะได้ตามเป้า


ผลที่คาด : โปรตุเกส ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 3-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 82 ครั้ง