หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อิตาลี VS เยอรมนี

"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี พร้อมจัดทัพใหญ่ส่อวาง ไค ฮาเวิร์ตซ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเยือน "อัซซูรี่" อิตาลี เตรียมยึดทีมชุดแชมป์ยูโร 2020 เอาไว้ก่อนในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ นัดประเดิมสนามกลุ่ม 3 คืนวันที่ 4 มิ.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก :  อิตาลี VS เยอรมนี
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อิตาลี VS เยอรมนี

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดแรก

อิตาลี VS เยอรมนี

สนาม : สตาดิโอ เรนาโต้ ดัลลาร่า, เมืองโบโลญญ่า ประเทศอิตาลี

เวลา : 01.45 น.


อิตาลี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก นัดชิงอันดับ 3 : ชนะ เบลเยี่ยม 2-1 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : เสมอ ไอร์แลนด์เหนือ 0-0 (เยือน)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ รอบรองชนะเลิศ : แพ้ มาซิโดเนียเหนือ 0-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ตุรกี 3-2 (เยือน)


"มันโช่" โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือ "อัซซูรี่" เรียกนักเตะเข้ามารับใช้บ้านเกิดมากถึง 45 คนเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่เป็นพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่ทั้งนั้นเลย แต่ว่าเกมนี้น่าจะให้พวกตัวหลักจากทีมชุดแชมป์ยูโร 2020 เมื่อกลางปีก่อนออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพื่อลุ้นเก็บชัยจากเกมประเดิมสนามในบ้านของตัวเองเอาไว้ก่อน และจะได้ลบล้างความหวังจากการชวดไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2022 กันต่อไป หลังจอดป้ายเพียงแค่รอบเพลย์ออฟไปแบบช็อกโลกนั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ฟรานเชสโก้ อาแซร์บี้, เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า, มาร์โก แวร์รัตติ, จอร์จินโญ่, นิโกโล่ บาเรลล่า, ลอเรนโซ่ อินซิเญ่, นิโกโล่ ซานิโอโล่, อันเดรีย เบลอตติ


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว

แนวรับ : น่าจะให้ ฟรานเชสโก้ อาแซร์บี้ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ส่วนในรายของ อเลสซานโดร บาสโตนี่ มีโอกาสลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้เหมือนกัน แต่น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ลงเล่นเป็นตัวจริงมากกว่า เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ ซึ่งจะได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ทางด้านขวานั่นเอง

แดนกลาง : พร้อมจัดเต็มไปเลย โดยน่าจะเป็นหน้าที่ของ 3 ประสาน นั่นก็คือ มาร์โก แวร์รัตติ, จอร์จินโญ่ และ นิโกโล่ บาเรลล่า ซึ่งเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์มาตั้งแต่ตอนที่คว้าแชมป์ยูโร 2020 ทำให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่อย่าง ลอเรนโซ่ เปเยกรินี่, ซานโดร โตนาลี่ รวมถึง มานูเอล โลคาเตลลี่ ต้องรอโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงไปก่อน

แนวรุก : แม้จะมีแข้งดังขาดหายไปหลายคน โดยเฉพาะ เฟเดริโก้ เคียซ่า, โดมินิโก้ เบราร์ดี้ รวมถึง ชิโร่ อิมโมบิเล่ ซึ่งเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานทั้งหมดเลย แต่ยังมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน คาดว่าจะให้ นิโกโล่ ซานิโอโล่ ยืนเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาคนละด้านกับ ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ ทางฝั่งซ้าย ส่วนกองหน้าจะเป็นโอกาสของ อันเดรีย เบลอตติ มากกว่าพวกนักเตะสายเลือดใหม่รายอื่นๆ


เยอรมนี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ มาซิโดเนียเหนือ 4-0 (เยือน)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ ลิกเท่นสไตน์ 9-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ อาร์เมเนีย 4-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ อิสราเอล 2-0 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ฮอลแลนด์ 1-1 (เยือน)


ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค กุนซือ "อินทรีเหล็ก" ยังคงเรียกพวกแข้งหลักเข้ามารับใช้บ้านเกิดเกือบทั้งหมด จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามในเกมที่จะต้องเผชิญหน้ากับทีมระดับหัวแถวของโลกอย่างแน่นอน แต่อาจจะมีการปรับทัพบางตำแหน่งเพื่อลุ้นบุกไปคว้าชัยจากเกมประเดิมสนามไปเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล นอยเออร์, ดาวิด เราม์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นิคลาส ซูเล่, เบนจามิน เฮนริชส์, โจชัว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกาน, แซร์จ กนาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, มาร์โก รอยส์, ไค ฮาเวิร์ตซ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่ง มานูเอล นอยเออร์ ยืนเฝ้าเสาในฐานะกัปตันทีมต่อไปเหมือนเดิม

แนวรับ : น่าจะให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ นิคลาส ซูเล่ ส่วนในรายของ นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค ดาวรุ่งพุ่งแรงน่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะใช้ ดาวิด เราม์ ซึ่งจะได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เบนจามิน เฮนริชส์ ทางฝั่งขวา เพราะน่าจะเบียด ธีโล่ เคห์เรร์ ให้หลุดไปนั่งตรงข้างสนามได้

แดนกลาง : มีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย แต่น่าจะให้ เลออน โกเรตซ์ก้า, ยูเลี่ยน บรันด์ท รวมถึง ยามาล มูเซียล่า นั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพราะน่าจะให้ โจชัว คิมมิช ยืนคุมเกมร่วมกับ อิลคาย กุนโดกาน ซึ่งเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้ว

แนวรุก : พร้อมให้ แซร์จ กนาบรี้ สวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา ส่วนทางซ้ายน่าจะดร็อป เลรอย ซาเน่ เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ มาร์โก้ รอยส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง หลังหายหน้าหายตาจากเกมระดับชาติไปนานอยู่พอสมควร ส่วน โธมัส มุลเลอร์ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมอย่างแน่นอน

กองหน้า : รอชั่งใจเลือกระหว่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาเวิร์ตซ แต่คาดว่ารายหลังน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะว่าทำผลงานในเกมใหญ่ๆ ได้ดีกว่า ส่วนรายแรกยังคงเป็นนักเตะที่ใช้โอกาสในการจบสกอร์ได้ค่อนข้างเปลืองจากปัญหาเรื่องของสภาพจิตใจนั่นเอง


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 35 เกม ปรากฎว่า อิตาลี มีสถิติเหนือกว่าอยู่เยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 15 เกม เสมอ 12 เกม และแพ้ 8 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในบ้านของ อิตาลี เกิดขึ้นในเกมนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2016 ปรากฎว่า ลงเอยด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่าสูสีกันมากๆ โดย เยอรมนี เป็นฝ่ายชนะ 1 เกม แพ้ 1 เกม และลงเอยด้วยผลเสมอถึง 3 เกม


ความน่าจะเป็น

เกิดอาการเสียศูนย์ไปเลย สำหรับ อิตาลี ซึ่งต้องอยู่ในสภาพสิ้นลายแชมป์ยุโรป เพราะพลาดท่าตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 จึงไม่ได้ไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ในช่วงปลายปีนี้ไปเลย และได้เริ่มลงมือสร้างทีมเพื่อไปสู่ยุคใหม่บ้างแล้ว แต่ว่าเกมนี้น่าจะให้พวกแข้งหลักลงสนามเพื่อความชัวร์ไว้ก่อน


ด้าน เยอรมนี ยังคงทำผลงานได้ดีแบบต่อเนื่องเลย นับตั้งแต่พลาดท่าตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีก่อน และได้เปลี่ยนตัวกุนซือมาเป็น ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค ปรากฎว่าทัพลูกหนังจากเมืองเบียร์ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายจากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้วถึง 9 เกมเลยด้วย


คาดว่าเกมนี้น่าจะเปิดเกมเข้าใส่กันแบบสนุก เพราะว่าทั้งสองชาติเป็นทีมลูกหนังระดับหัวแถวของโลก จึงมีเรื่องของศักดิ์ศรีเป็นเดิมพันด้วย แต่ว่า เยอรมนี มีสภาพทีมที่ลงตัวมากกว่า อิตาลี ซึ่งได้เริ่มเข้าสู่ยุคเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ไปบ้างแล้วนั่นเอง ส่วนทีมเยือนพร้อมใช้งานพวกนักเตะที่เล่นด้วยกันมานานแล้ว จึงมีความเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดี คาดว่า "อินทรีเหล็ก" ไม่น่าจะแพ้ในนัดนี้ และมีโอกาสบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : อิตาลี แพ้ เยอรมนี 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 62 ครั้ง