หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮังการี VS อังกฤษ

อัปเดตเมื่อ 2 มิ.ย.

"สิงโตคำราม" อังกฤษ พร้อมจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามเพื่อให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด นำทัพโดย แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมคนเก่งนัดบุกไปเยือน ฮังการี ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดแรก คืนวันที่ 4 มิ.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮังการี VS อังกฤษ
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮังการี VS อังกฤษ

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดแรก

ฮังการี VS อังกฤษ

สนาม : ปุสกัส อารีน่า, กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

เวลา : 23.00 น.


ฮังการี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : เสมอ อังกฤษ 1-1 (เยือน)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ ซาน มาริโน 4-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ โปแลนด์ 2-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ เซอร์เบีย 0-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 1-0 (เยือน)


มาร์โก รอสซี่ กุนซือ "แม็คยาร์ส" สามารถจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามได้เลย เพราะเรียกพวกแข้งหลักมารับใช้บ้านเกิดเกือบทั้งหมด แต่น่าจะปรับทัพบางตำแหน่งเพื่อให้นักเตะสายเลือดใหม่ได้ลงเล่นร่วมกับพวกแข้งเก๋าในบางตำแหน่งนั่นเอง เพื่อลุ้นประเดิมสนามด้วยชัยชนะในถิ่นของตัวเองไปเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

ปีเตอร์ กาลุคซี่, อัตติล่า ซาไล, อดัม แล็ง, วิลลี่ ออร์บาน, โซลต์ นากี้, อันเดรียส เชเฟอร์, อดัม นากี้, โลอิค เนโก้, โดมินิก โซบอสซ์ไล, โรแลนด์ ซัลไล, อดัม ซัลไล


ผู้รักษาประตู : เตรียมเป็นหน้าที่ของ ปีเตอร์ กาลุคซี่ ซึ่งพร้อมลงสนามไปยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งเหมือนเช่นเคย

แนวรับ : พร้อมให้ อัตติล่า ซาไล ยืนเป็นกองหลังตัวหลัก และน่าจะให้ อดัม แล็ง กับ วิลลี่ ออร์บาน ลงไปยืนประสานงานด้วย ส่วนในรายของ อัตติล่า ฟิโอล่า น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แดนกลาง : น่าจะให้ อันเดรียส เชเฟอร์ กับ อดัม นากี้ ยืนเป็นตัวคุมเกมคู่กันไปเลย ส่วนในรายของ ลาสซ์โล ไคลน์ไฮส์เลอร์ น่าจะเริ่มต้นด้วยการนั่งอยู่ที่ข้างสนาม ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะใช้งาน โซลต์ นากี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในแข้งสายเลือดใหม่ และทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว จึงเตรียมลงไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของ โลอิค เนโก้ ในฐานะแบ็กขวานั่นเอง

แนวรุก : แม้จะเรียกพวกนักเตะหน้าใหม่เข้ามาติดทีมหลายคนเลย แต่น่าจะใช้งานพวกแข้งเก๋าที่มีประสบการณ์ในเกมระดับชาติมากกว่า จึงอาจจะขยับ โดมินิก โซบอสซ์ไล ขึ้นมาสวมบทเป็นตัวปั้นเกมร่วมกับ โรแลนด์ ซัลไล ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงเป็น อดัม ซัลไล ซึ่งพร้อมสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมจอมเก๋าอยู่แล้วด้วย


อังกฤษ

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : เสมอ ฮังการี 1-1 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ แอลเบเนีย 5-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ ซานมาริโน 10-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ไอวอรี่โคสต์ 3-0 (เหย้า)


แกเรธ เซาธ์เกต กุนซือ "สิงโตคำราม" เรียกพวกดาวดังมารับใช้บ้านเกิดหลายคนเลย จึงพร้อมให้พวกตัวหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากที่เปิดโอกาสให้พวกแข้งสำรอง รวมถึงพวกเด็กดาวรุ่งได้ลงสนามในเกมหลังๆ มาโดยตลอด แม้จะมีแข้งดังบางรายที่หายหน้าหายตาไปด้วยเหตุผลต่างๆ ในบางตำแหน่ง แต่สามารถใช้งานพวกนักเตะฝีเท้าดีได้ทั้งหมด เพื่อลุ้นประเดิมสนามด้วยการบุกไปเก็บชัยชนะนอกบ้านให้ได้


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

จอร์แดน พิคฟอร์ด, เบน ไวท์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, จอห์น สโตนส์, รีซ เจมส์, ดีแคลน ไรซ์, เมสัน เมาท์, คัลวิน ฟิลลิปส์, บูกาโย่ ซาก้า, แฮร์รี่ เคน, แจ็ค กรีลิช


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ จอร์แดน พิคฟอร์ด กลับมาสวมบทเป็นมือหนึ่งเพื่อยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอีกครั้ง

แนวรับ : น่าจะให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ จอห์น สโตนส์ ทำให้ 2 แข้งสายเลือดใหม่ นั่นก็คือ ฟิกาโย่ โทโมริ กับ มาร์ค เกฮี รวมถึง คอนอร์ โคดี้ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนในรายของ เบน ไวท์ อาจจะถูกขยับให้ไปสวมบทเป็นแบ็กซ้ายเหนือกว่า เจมส์ จัสติน ดาวรุ่งหน้าใหม่ที่ถูกเรียกตัวมาติดทีมชาติเป็นครั้งแรก ขณะที่แบ็กขวามีตัวเลือกให้หยิบมาใช้งานได้เพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น คีแรน ทริปเปียร์ รวมถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่น่าจะให้ รีซ เจมส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้มากที่สุด

แดนกลาง : ไม่ได้เรียก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เข้ามาติดทีมชุดนี้เพื่อให้ไปพักในช่วงหลังจากกรำศึกหนักจากเกมระดับสโมสรมาแบบต่อเนื่องเลย แต่ยังมีมิดฟิลด์ฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย และน่าจะใช้ 3 ประสาน นั่นก็คือ ดีแคลน ไรซ์, เมสัน เมาท์ และ คัลวิน ฟิลลิปส์ ให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกัน ส่วนในรายของ จูด เบลลิงแฮม กับ คอนอร์ กัลลาเกอร์ ซึ่งเป็น 2 กองกลางสายเลือดใหม่น่าจะเริ่มต้นด้วยการนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอการเปลี่ยนตัวลงสนามกันต่อไป เช่นเดียวกับ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ซึ่งได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงในช่วงหลังๆ อยู่เป็นประจำเลย

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ ยาร์ร็อด โบเว่น นักเตะหน้าใหม่ได้ประเดิมสนามในฐานะตัวจริง เพราะน่าจะให้พวกตัวหลักลงสนามเป็น 11 คนแรกมากกว่า โดยเฉพาะ แฮร์รี่ เคน ยังคงพร้อมสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ทำให้ แทมมี่ อับราฮัม อีกหนึ่งกองหน้าฟอร์มสดต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนปีกซ้ายน่าจะใช้งาน บูกาโย่ ซาก้า เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ขณะที่ตัวริมเส้นฝั่งขวาน่าจะใช้ แจ็ค กรีลิช มากกว่า ฟิล โฟเด้น ด้วยเช่นกัน


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 24 เกม ปรากฎว่า อังกฤษ มีสถิติเหนือเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 16 เกม เสมอ 3 เกม และแพ้ 5 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2021 ปรากฎว่า อังกฤษ บุกไปถล่ม 4-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า อังกฤษ ไม่แพ้แม้แต่นัดเดียว โดยเก็บชัยชนะได้ถึง 3 เกม และลงเอยด้วยผลเสมออีก 2 เกม


ความน่าจะเป็น

ตอนนี้ ฮังการี ยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ แต่ว่าใช้วิธีแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป โดยยังคงให้พวกแข้งเก๋าค่อยช่วยประคับประคองนักเตะรุ่นน้องไปด้วยเลย โดยเฉพาะแนวรุกน่าจะให้ โดมินิก โซบอสซ์ไล แข้งดาวรุ่งอนาคตไกลได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อประสานงานกับ โรแลนด์ ซัลไล และ อดัม ซัลไล ซึ่งเป็น 2 กองหน้าประสบการณ์สูงนั่นเอง


ด้าน อังกฤษ มีสภาพทีมที่สมบูรณ์มากๆ เพราะมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานแบบเต็มไปหมดเลย โดยพร้อมให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ลงสนามในบางตำแหน่งด้วย แต่ว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน จึงน่าจะจัดทีมแบบผสมผสานกันไป โดยเฉพาะแดนกลางที่พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับแนวรุกที่มีแต่พวกจัดจ้านเต็มไปหมดเลย


แม้ว่า ฮังการี จะเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ว่า อังกฤษ ยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งแบบต่อเนื่องเลย เพราะนับตั้งแต่พลาดท่าแพ้ อิตาลี ช่วงดวลจุดโทษตัดสินในนัดชิงยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่พบกับความพ่ายแพ้ในช่วง 90 นาทีมาแล้วถึง 9 เกมติดต่อกันเลยทีเดียว คาดว่า อังกฤษ น่าจะมีโอกาสบุกไปเก็บชัยชนะได้มากกว่า เพราะมีศักยภาพในเรื่องของตัวผู้เล่นที่เหนือกว่าเจ้าบ้านเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นพวกนักเตะตัวจริงไปจนถึงตัวสำรองข้างสนามที่พร้อมลงเล่นช่วยพลิกสถานการณ์ในยามเป็นรองได้ทุกเมื่อเลยด้วย


ผลที่คาด : ฮังการี แพ้ อังกฤษ 1-3


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 139 ครั้ง