หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮอลแลนด์ VS เวลส์

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ส่อปรับทัพให้พวกตัวหลักกลับมาแทนพวกแข้งสายเลือดใหม่ที่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นแบบต่อเนื่องเลย โดยแนวรุกพร้อมวาง เมมฟิส เดปาย ยืนเป็นกองหน้านัดต้อนรับ "มังกรแดง" เวลส์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 นัดที่ 4 คืนวันที่ 14 มิ.ย.นี้ แถมยังพกสถิติข่มแบบมิดด้ามไปเลยด้วย เพราะไม่เคยพลาดท่าแพ้ให้เลยแม้แต่นัดเดียว และเป็นฝ่ายไล่เก็บชัยชนะได้ทั้งหมดเลยด้วย


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮอลแลนด์ VS เวลส์
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮอลแลนด์ VS เวลส์

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 นัดที่ 4

ฮอลแลนด์ VS เวลส์

สนาม : เดอะไคป์, เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์

เวลา : 01.45 น.


ฮอลแลนด์

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ "อัศวินสีส้ม" ได้ให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ลงสนามในนัดแรกที่พบกันเอง และเป็นฝ่ายบุกไปเฉือนชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วยสกอร์ 2-1 ด้วย แต่คาดว่านัดนี้น่าจะให้พวกแข้งหลักลงเล่นเป็นตัวจริงหลายคนเลย เพื่อเป็นการส่งท้ายให้กับโปรแกรมลงเตะในเกมระดับชาติของช่วงนี้นั่นเอง ส่วนพวกนักเตะดาวรุ่งมีโอกาสได้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรกในบางตำแหน่งด้วย โดยเฉพาะแนวรับที่อาจจะเป็นการผสมกันระหว่างกองหลังมากประสบการณ์ที่จะได้ลงไปช่วยประคองแข้งเด็กรุ่นน้องนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, นาธาน อาเก้, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ดาวี่ คลาสเซ่น, ดาลีย์ บลินด์, เดนเซล ดรัมฟรีส์, สตีเฟ่น เบอร์ไกส์, สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น, เมมฟิส เดปาย


ผู้รักษาประตู : ได้ให้โอกาส มาร์ค เฟลคเค่น ยืนเฝ้าเสาในหลายๆ เกม แต่เกมนี้น่าจะจับนั่งเป็นตัวสำรองเป็นมือสองอยู่ที่ข้างสนามตามเดิม เพื่อให้ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ได้กลับมาสวมบทเป็นมือหนึ่งยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตามเดิม

แนวรับ : น่าจะดร็อป สเตฟาน เดอ ไฟร์จ เป็นตัวสำรอง และไม่น่าจะให้พวกแข้งสายเลือดใหม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแดนหลังด้วย ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เทเซ่, ยูร์เรียน ทิมเบอร์ รวมถึง ไทเรลล์ มาลาเซีย เพราะน่าจะให้พวกตัวเก๋าลงสนามนั่นเอง โดยเฉพาะ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ พร้อมลงไปสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม และน่าจะให้ มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์ ลงไปยืนเป็นคู่หูด้วย แม้จะถือว่าเป็นนักเตะสายเลือดใหม่ตามอายุที่เพิ่งมีวัยเพียง 22 ปี แต่ว่าผ่านการลงเล่นเกมระดับชาติมาแบบต่อเนื่องเลย ส่วนในรายของ นาธาน อาเก้ น่าจะได้รับโอกาสให้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : พร้อมให้คู่หูตัวหลัก นั่นก็คือ ดาวี่ คลาสเซ่น กับ เฟรงกี้ เดอ ยอง ได้ลงไปยืนเป็นตัวคุมเกมด้วยกัน ทำให้ กุส ทิล มิดฟิลด์สายเลือดใหม่ต้องรอคอยโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงไปก่อน หลังจากที่ทำผลงานในเกมระดับสโมสรเมื่อช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาได้อย่างโดดเด่นเหมือนกัน ส่วนในรายของ เทิน ค็อปไมเนอร์ส รวมถึง เจอร์ดี้ ชูเท่น น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามทั้งคู่เลย สำหรับวิงแบ็กฝั่งขวาน่าจะดร้อป ฮันส์ ฮาเตบัวร์ เพื่อเปิดทางให้ เดนเซล ดัมฟรีส์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ดาลีย์ บลินด์ พร้อมสวมบทเป็นวิงแบ็กฝั่งซ้ายอยู่แล้ว

แนวรุก : ยังคงมีตัวเลือกให้หยิบมาใช้งานได้เพียบเลย แต่าน่าจะให้พวกแข้งสายเลือดใหม่นั่งอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น โคดี้ กัคโป รวมถึง โนอา แลง เพื่อให้พวกรุ่นพี่ได้ลงไปโชว์ฝีเท้านั่นเอง แต่คาดว่า วูต เวกฮอร์สต์ ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน เพราะว่าเกมนี้ไม่น่าจะใช้กองหน้าตัวเป้า โดยพร้อมใช้พวกความเร็วสูงเป็น 3 ประสานในแดนหน้า ซึ่งน่าจะให้ สตีเฟ่น เบอร์ไกส์ กับ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น เป็นตัวริมเส้นทั้งสองฝั่ง และวาง เมมฟิส เดปาย ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าไปเลย


เวลส์

โรเบิร์ต เพจ กุนซือ "มังกรแดง" พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามไปเลย เพื่อลุ้นล้างแค้นจากเกมนัดแรกที่พบกัน เพราะเป็นฝ่ายพลาดท่าแพ้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บไปแบบน่าเจ็บใจเหลือเกิน โดยพร้อมให้พวกแข้งหลักกลับมาลงสนามทั้งหมดเลยด้วย เพื่อลุ้นเก็บชัยส่งท้ายให้กับโปรแกรมลงเตะในเกมระดับชาติของช่วงนี้เสียเลย จึงน่าจะได้เห็นว่าพวกดาวดังประจำทีมทั้งหลายได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

เวย์น เฮนเนสซี่, คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์, คริส กุนเทอร์, คริส แมปแฮม, เบน เดวิส, โจ มอร์เรลล์, แฮร์รี่ วิลสัน, ดีแลน เลวิตต์, เบรนแนน จอห์นสัน, ดาเนียล เจมส์, แกเรธ เบล


ผู้รักษาประตู : น่าจะให้ เวย์น เฮนเนสซี่ มือหนึ่้งจอมเก๋าได้กลับมายืนเฝ้าเสาอีกครั้ง หลังจากที่ให้มือสอง นั่นก็คือ แดนนี่ วอร์ด ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแบบต่อเนื่องเลย แต่ว่าเกมนี้ส่อว่าเตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรองอีกครั้ง

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ โจ โรดอน ลงเล่นเป็นตัวจริง เพราะว่าน่าจะใช้ 2 กองหลังมากประสบการณ์มากกว่า นั่นก็คือ คริส กุนเทอร์ กับ คริส แมปแฮม ได้ลงยืนคู่กัน ทำให้ เอธาน อัมปาดู ต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามด้วยเช่นกัน ส่วนแบ็กขวาได้ให้ ไรส์ นอร์ริงตัน-เดวิส ลงเล่นเป็นตัวจริงแล้วทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว แค่คาดว่า คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ น่าจะได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นตรงจุดนี้เหนือกว่า เนโก้ วิลเลี่ยมส์ ขณะที่ เบน เดวิส น่าจะได้สวมบทเป็นแบ็กซ้าย เพราะสามารถทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : พร้อมให้ โจ มอร์เรลล์ เป็นตัวหลักในการคุมเกมแน่ๆ แล้วหนึ่งคน เพราะได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นเป็นตัวจริงในช่วงหลังๆ อยู่บ่อยๆ เลยนั่นเอง และน่าจะให้ แฮร์รี่ วิลสัน ลงไปช่วยยืนคุมเกมด้วยเช่นกัน ทำให้ จอนนี่ วิลเลี่ยมส์ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสไปก่อน ส่วนตัวริมเส้นฝั่งซ้ายน่าจะขยับ ดีแลน เลวิตต์ ให้ไปสวมบทบาทนี้เหมือนอย่างในหลายๆ เกมที่ผ่านมา ซึ่งจะได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของ เบรนแนน จอห์นสัน ในตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งขวานั่นเอง

แนวรุก : มีตัวเลือกหลักๆ ให้หยิบมาใช้งานเพียง 2 คนอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ ดาเนียล เจมส์ กับ แกเรธ เบล ลงไปยืนเป็นกองหน้าคู่กันไปเลย แม้ว่าจริงๆ แล้วจะสวมบทเป็นปีกริมเส้นทั้งคู่เลย แต่ด้วยฝีเท้าที่จัดจ้าน และเต็มเปี่ยมไปด้วยความเร็ว ทำให้พร้อมยืนค้ำในแดนหน้าได้ทั้งคู่เลย


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 9 เกม ปรากฎว่า ฮอลแลนด์ มีสถิติข่มแบบมิดด้าม โดยเป็นฝ่ายชนะไดททั้งหมดเลย ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในบ้านของ ฮอลแลนด์ เกิดขึ้นในเกมอุ่นแข้งเมื่อปี 2014 ปรากฎว่า "อัศวินสีส้ม" เป็นฝ่ายชนะ 2-0 สำหรับผลการพบกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า ฮอลแลนด์ สามารถคว้าชัยได้ทั้ง 5 เกมเลย


ผลการพบกัน 5 เกมหลังสุด

ปี 1996 ฮอลแลนด์ ชนะ เวลส์ 7-1 (ฟุตบอลโลก 1998 รอบคัดเลือก)

ปี 2008 ฮอลแลนด์ ชนะ เวลส์ 2-0 (นัดกระชับมิตร)

ปี 2014 ฮอลแลนด์ ชนะ เวลส์ 2-0 (นัดกระชับมิตร)

ปี 2015 เวลส์ แพ้ ฮอลแลนด์ 2-3 (นัดกระชับมิตร)

ปี 2022 เวลส์ แพ้ ฮอลแลนด์ 1-2 (ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก)


ความน่าจะเป็น

โชว์ฟอร์มดีแบบต่อเนื่องเลย สำหรับ ฮอลแลนด์ ซึ่งมีตัวผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้ในทุกตำแหน่งเลยด้วย และถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นอีกต่างหาก แถมยังพกสถิติที่ไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับทีมเยือนเลยด้วย เพราะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ทุกเกมที่เจอกันอีกด้วย ส่วน เวลส์ มีขุมกำลังนักเตะให้เลือกใช้งานค่อนข้างจำกัด และทำผลงานในนัดเยือนได้ไม่คงเส้นคงวาเสียเท่าไรนัก คาดว่า "อัศวินสีส้ม" น่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยได้ตามเป้า


ผลที่คาด : ฮอลแลนด์ ชนะ เวลส์ 3-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 41 ครั้ง