หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮอลแลนด์ VS เบลเยี่ยม

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ พร้อมจัดทัพใหญ่ให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมด โดยแนวรุกพร้อมใช้ 3 ประสาน นั่นก็คือ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น, โคดี้ กัคโป และ เมมฟิส เดอปาย ลงไปยืนล่าตาข่ายนัดต้อนรับ "ปีศาจแดงยุโรป" เบลเยี่ยม ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 คืนวันที่ 25 ก.ย.นี้ และมีโอกาสตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้สูงมาก เพราะถือความได้เปรียบในเรื่องต่างๆ เอาไว้ได้เกือบทั้งหมดเลย


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮอลแลนด์ VS เบลเยี่ยม
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฮอลแลนด์ VS เบลเยี่ยม

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4

ฮอลแลนด์ VS เบลเยี่ยม

สนาม : โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า

เวลา : 01.45 น.


ฮอลแลนด์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ เบลเยี่ยม 4-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ เวลส์ 2-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : เสมอ โปแลนด์ 2-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ เวลส์ 3-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ โปแลนด์ 2-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ โปแลนด์ 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 โดยตอนนี้ยังคงรั้งจ่าฝูง แข่ง 5 นัด มี 13 คะแนน นำหน้า เบลเยี่ยม ทีมอันดับ 2 อยู่ 3 แต้ม และมีผลต่างประตูได้เสียมากกว่า 3 ลูกด้วย จึงมีโอกาสผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้สูงมากๆ เพราะต่อให้เป็นฝ่ายแพ้คาบ้านด้วยสกอร์ไม่เกิน 3 ประตูก็ยังจะได้ลอยลำอยู่ดี แต่เพื่อความไม่ประมาทไปตามสถานการณ์ที่ถือความได้เปรียบอยู่เยอะเลย จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามต่อไป และไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเลยอีกต่างหาก


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-1-2

เจสเปอร์ ซิลเลสเซ่น, มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, สเตฟาน เดอ ไฟรจ์, มาร์เทน เดอ รอน, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ไทเรลล์ มาลาเซีย, เดนเซล ดัมฟรีส์, สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น, โคดี้ กัคโป, เมมฟิส เดอปาย


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เจสเปอร์ ซิลเลสเซ่น กลับมายืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว แต่ว่าเกมนัดก่อนถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เรมโก้ ปาสเฟียร์ นายด่านวัย 38 ปีได้ประเดิมสนามรับใช้บ้านเกิดเป็นนัดแรกไปเลย


แนวรับ : น่าจะให้ มัทไธจ์ส เดอ ลิกท์ กลับมายืนเป็นกองหลังอีกครั้ง เช่นเดียวกับ สเตฟาน เดอ ไฟรจ์ ซึ่งถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในนัดที่แล้ว และพร้อมให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยืนเป็นแกนหลักในฐานะกัปตันทีมเหมือนเดิม ส่วนในรายของ ยูร์เรียน ทิมเบอร์, นาธาน อาเก้, เดวิน เรนช์ รวมถึง บรูโน่ มาร์ตินสื อิดี้ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อนเหมือนเช่นเคย


แดนกลาง : ส่อให้ มาร์เทน เดอ รอน ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ เฟรงกี้ เดอ ยอง ทำให้ เทิน ค็อปเปอร์ไมเนอร์ส เตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ ดาวี่ คลาสเซ่น, สตีเฟ่น เบอร์ไกส์ รวมถึง เคนเนธ เทย์เลอร์ ซึ่งน่าจะนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไปด้วย ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายน่าจะเลือก ไทเรลล์ มาเลเซีย ให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหนือกว่า ดาลีย์ บลินด์ โดยจะยืนคนละฝั่งกับ เดนเซล ดัมฟรีส์ ในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งขวานั่นเอง


แนวรุก : ไม่น่าจะให้ วูต เวกฮอร์สท รวมถึง วินเซนต์ ยานส์เซ่น ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เพราะถูกวางเอาไว้เป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามนั่นเอง โดยพร้อมใช้งาน 3 ประสาน นั่นก็คือ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น, โคดี้ กัคโป รวมถึง เมมฟิส เดอปาย ให้ลงไปยืนล่าตาข่ายร่วมกันเหมือนเดิม


เบลเยี่ยม

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : แพ้ ฮอลแลนด์ 1-4 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ โปแลนด์ 6-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : เสมอ เวลส์ 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ โปแลนด์ 1-0 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 : ชนะ เวลส์ 2-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ โรแบร์โต์ มาร์ติเนซ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเฉือนชนะ เวลส์ 2-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 โดยตอนนี้ยังอยู่อันดับ 2 แข่ง 5 นัด มี 10 คะแนน ตามหลัง ฮอลแลนด์ ทีมจ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม และมีผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า 3 ลูกด้วย จึงต้องคว้าชัยด้วยสกอร์มากกว่า 3 ประตูเพื่อจะได้เป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายเข้ารอบในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เพราะยังใช้งานพวกดาวดังได้ทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

ธีโบต์ กูร์กตัวส์, เดดริก โบยาต้า, โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์, ยาน แฟร์ตองเก้น, ยูริ ตีเลอมองส์, อักเซล วิตเซล, ยานนิค การ์ราสโก้, โธมัส มูนิเย่ร์, เควิน เดอ บรอยน์, เอแด็ง อาซาร์, มิชี่ บัตชัวยี่


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ธีโบต์ กูร์กตัวส์ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม เพราะว่าเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่ามือสอง นั่นก็คือ ซิมง มิโญเลต์ อยู่แล้วนั่นเอง


แนวรับ : น่าจะให้ 2 กองหลังจอมเก๋าอย่าง โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ กับ ยาน แฟร์ตองเก้น ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไป ส่วนในรายของ เซโน่ เดบาสต์ แข้งดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปีที่ได้ประเดิมสนามสนามรับใช้บ้านเกิดเป็นครั้งแรกในนัดก่อนเตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ เจสัน เดนาแยร์, แบรนดอน เมเชเล่ รวมถึง เว้าส์ ฟาส เพราะน่าจะให้ เดดริก โบยาต้า กลับมาลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกอีกครั้ง

แดนกลาง : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก ยูริ ตีเลอมองส์ กับ อักเซล วิตเซล ซึ่งพร้อมลงไปยืนคุมเกมร่วมกันเหมือนเดิม ทำให้ ไมค์ วานาเค่น, อมาดู โอนาน่า รวมถึง เลอันโดร ทรอสซาร์ ยังตงต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามเพื่อรอโอกาสเป็นตัวจริงกันต่อไป ส่วนวิงแบ็กฝั่งขวาน่าจะดร็อป ติโมธี คาสตานเญ่ เหมือนเดิม เพื่อให้ โธมัส มูนิเย่ร์ ได้ออกสตาร์ทเป็นจริง โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ ยานนิค การ์ราสโก้ ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้ายเหนือกว่า ธองก็อง อาซาร์ อยู่แล้ว


แนวรุก : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เควิน เดอ บรอยน์ กับ เอแด็ง อาซาร์ พร้อมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมต่อไป ทำให้ ชาร์ลส เด เคตลาร์ รวมถึง อเล็กซิส ซาเลเมเกอร์ส เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามได้เลย ส่วนกองหน้าเตรียมให้ มิชี่ บัตชัวยี่ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนอย่างนัดก่อน เพราะเป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ดรีส เมอร์เท่นส์ นั่นเอง


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 128 เกม ปรากฎว่า ฮอลแลนด์ มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 56 เกม เสมอ 31 เกม และแพ้ 41 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "อัศวินสีส้ม" บุกไปชนะ 4-1 สำหรับผลการพบกันในบ้านของ เบลเยี่ยม นัดล่าสุดเกิดขึ้นในนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2018 ปรากฎว่าลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2004 : ฮอลแลนด์ แพ้ เบลเยี่ยม 0-1

นัดกระชับมิตร ปี 2012 : เบลเยี่ยม ชนะ ฮอลแลนด์ 4-2

นัดกระชับมิตร ปี 2016 : ฮอลแลนด์ เสมอ เบลเยี่ยม 1-1

นัดกระชับมิตร ปี 2018 : เบลเยี่ยม เสมอ ฮอลแลนด์ 1-1

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 ปี 2022 : เบลเยี่ยม แพ้ ฮอลแลนด์ 1-4


ความน่าจะเป็น

เพราะว่าถือความได้เปรียบเหนือกว่าในทุกประตูเลย แถมยังได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเองอีกต่างหาก ทำให้ ฮอลแลนด์ ยังคงพร้อมเดินหน้าเพื่อเก็บชัยชนะกันต่อไป และพร้อมให้พวกแข้งดังลงสนามเพื่อความไม่ประมาทด้วย ส่วน เบลเยี่ยม แม้จะยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบได้อยู่เหมือนกัน แต่ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นรองในหลายด้านๆ จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุดเอาไว้ก่อน แต่คาดว่า "อัศวินสีส้ม" ไม่น่าจะเป็นฝ่ายแพ้คาถิ่นของตัวเอง และมีโอกาสคว้าชัยได้เลยด้วย


ผลที่คาด : ฮอลแลนด์ ชนะ เบลเยี่ยม 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 39 ครั้ง