หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฝรั่งเศส VS เดนมาร์ก

"ตราไก่" ฝรั่งเศส พร้อมจัดทีมชุดใหญ่ใช้คู่หัวหอก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ คาริม เบนเซม่า ยืนล่าตาข่ายนัดต้อนรับ "โคนม" เดนมาร์ก นำทัพโดย คริสเตียน อีริคเซ่น ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ ประเดิมสนามกลุ่ม 1 คืนวันที่ 3 มิ.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฝรั่งเศส VS เดนมาร์ก
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ฝรั่งเศส VS เดนมาร์ก

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 นัดแรก

ฝรั่งเศส VS เดนมาร์ก

สนาม : สต๊าด เดอ ฟรองซ์, กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เวลา : 01.45 น.


ฝรั่งเศส

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ : ชนะ สเปน 2-1 (สนามกลาง)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ คาซัคสถาน 8-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ ฟินแลนด์ 2-0 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ ไอวอรี่โคสต์ 2-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ แอฟริกาใต้ 5-0 (เหย้า)


"เดเด้" ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ "ตราไก่" ในฐานะแชมป์เก่าพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพื่อลุ้นเก็บชัยชนะจากเกมประเดิมสนามในถิ่นของตัวเอง แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งดังบางรายจากเหตุผลต่างๆ จึงไม่ถูกเรียกตัวเข้ามารับใช้บ้านเกิดในทีมชุดนี้ แต่ว่าพวกนักเตะฝีเท้าดีที่มีอยู่ยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวทั้งหมดเลยด้วย โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังอยู่กันครบเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-1-2

อูโก้ ยอริส, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ราฟาเอล วาราน, ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ, เตโอ แอร์กน็องเดซ, ออริเลียง ชูอาเมนี่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, คาริม เบนเซม่า


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของกัปตันทีม นั่นก็คือ อูโก้ ยอริส ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว

แนวรับ : ไม่ได้เรียกตัว ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ รวมถึง เกลมองต์ ลองก์เล่ต์ เพราะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน แต่ยังใช้งานพวกแกนหลักได้ทั้งหมด โดยเฉพาะ ราฟาเอล วาราน ซึ่งพร้อมลงไปยืนประจำการอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ และ เพรสเนล คิมเพมเบ้ ทำให้ ชูลส์ กุนเด้ น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน

แดนกลาง : ไร้เงา ปอล ป็อกบา เจอโรคเดี้ยงเล่นงานเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ โกรองแต็ง โตลิสโซ่ จึงน่าจะให้ ออริเลียง ชูอาเมนี่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงไปยืนคุมเกมร่วมกัน โดยมี อาเดรียง ราบิโอต์ เป็นตัวสอดแทรกพร้อมออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรกได้ด้วย ส่วนตัวริมเส้นฝั่งซ้ายเป็นหน้าที่ของ เตโอ แอร์กน็องเดซ ซึ่งน่าจะเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงจาก ลูกาส์ ดีญ ได้สำเร็จ และได้ลงไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ทางด้านขวานั่นเอง

แนวรุก : มีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย แม้จะไม่ได้เรียก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ รวมถึง อุสมาน เดมเบเล่ เข้ามารับใช้งานบ้านเกิด แต่พร้อมให้ อองตวน กรีซมันน์ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของคู่กองหน้า นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ คาริม เบนเซม่า เหมือนเดิม ส่วน คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู, คิงส์ลีย์ โกมัน รวมถึง วิสเซม เบน เยดแดร์ น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป


เดนมาร์ก

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ ออสเตรีย 1-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ หมู่เกาะแฟโร 3-1 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : แพ้ สกอตแลนด์ 0-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ ฮอลแลนด์ 2-4 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เซอร์เบีย 3-0 (เหย้า)


แคสเปอร์ ฮูลมานด์ กุนซือ "โคนม" ยังคงเรียกพวกแข้งหลักมารับใช้บ้านเกิดเกือบทั้งหมด จึงพร้อมจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพื่อลุ้นบุกไปเก็บชัยชนะจากเกมประเดิมสนามไปเลย โดยอาจจะปรับทัพบางตำแหน่ง แต่พร้อมให้พวกนักเตะหน้าเดิมๆ ที่เล่นด้วยกันมานานแล้วได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไป


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-1-2

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, โจอาคิม อันเดอร์เซ่น, ดาเนี่ยล วาสส์, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, โธมัส เดลานีย์, โจอาคิม มาห์เล่, คริสเตียน อิริคเซ่น, ยูสเซฟ โพลเซ่น, แคสเปอร์ โดลเบิร์ก


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งตามเดิม

แนวรับ : ยังคงไร้ ซิมง เคียร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงน่าจะให้ โจอาคิม อันเดอร์เซ่น ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อยืนคุมแดนหลังร่วมกับ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น และ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ซึ่งเป็นตัวหลักในแนวรับอยู่แล้ว

แดนกลาง : พร้อมให้ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก กับ โธมัส เดลานีย์ อยู่คุมเกมด้วยกันตามปกติ แต่ คริสเตียน นอร์การ์ด มีโอกาสสอดแทรกเป็นตัวจริงได้เหมือนกัน ส่วนตัวริมเส้นฝั่งขวาน่าจะเป็นหน้าที่ของ ดาเนี่ยล วาสส์ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของ โจอาคิม มาห์เล่ ทางด้านซ้ายนั่นเอง

แนวรุก : น่าจะให้ คริสเตียน อิริคเซ่น ลงไปสวมบทเป็นตัวปั้นเกม เพราะกลับมามีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง หลังผ่านพ้นจากเหตุการณ์ล้มหมดสติคาสนามจากปัญหาเรื่องของโรคหัวใจในศึกยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีก่อน ส่วนคู่กองหน้าอาจจะส่ง แคสเปอร์ โดลเบิร์ก ลงไปยืนคู่กับ ยูสเซฟ โพลเซ่น ซึ่งน่าจะเบียด มิคเคล ดามส์การ์ด หลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 14 เกม ปรากฎว่า ฝรั่งเศส มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 8 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ 4 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในบ้านของ ฝรั่งเศส เกิดขึ้นในเกมนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2015 ปรากฎว่า "ตราไก่" เป็นฝ่ายชนะ 2-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า ฝรั่งเศส เหนือกว่าจากการเก็บชัยได้ถึง 3 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 1 เกม


ความน่าจะเป็น

นับตั้งแต่พลาดท่าแพ้ สวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน จึงต้องกระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีก่อน หลังจากนั้น ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มได้ดีแบบต่อเนื่องเลย เพราะไร้พ่ายในเกมตามเวลาปกติช่วง 90 นาทีมาแล้วถึง 9 เกมติดต่อกัน และสามารถเก็บชัยได้ถึง 7 เกมรวดอีกด้วย แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งดังบางราย แต่ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับการจัดทีมลงสนามอยู่แล้ว เพราะมีพวกแข้งดังให้เลือกใช้งานได้เต็มไปหมดเลย โดยเฉพาะแนวรุกยังอยู่กันครบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซึ่งเป็นเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวลีก เอิง ฝรั่งเศส จากเมื่อช่วงฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป รวมถึง คาริม เบนเซม่า ในฐานะดาวซัลโวลาลีกา สเปน นั่นเอง


ส่วน เดนมาร์ก อาจจะมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้ไม่เยอะมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพวกหน้าเดิมๆ ที่ถูกเรียกตัวมารับใช้บ้านเกิดอยู่เป็นประจำ แต่ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของทีมเวิร์กจากการลงเล่นด้วยกันมาแบบต่อเนื่องจนเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดีเลย และพร้อมให้ คริสเตียน อิริคเซ่น ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลยด้วย เพราะสามารถฟื้นตัวจากอาการป่วยกลับมาเล่นฟุตบอลได้ตามปกติอีกครั้ง


คาดว่า ฝรั่งเศส ถือความได้เปรียบอยู่เยอะเลย เพราะว่าได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเอง และมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้เพียบเลยด้วย แต่จะประมาท เดนมาร์ก ไม่ได้เป็นอันขาด เนื่องจากทีมเยือนยังคงมีทีเด็ดอยู่ที่เกมสวนกลับเร็วนั่นเอง ทว่า "ตราไก่" มีพวกขุมกำลังนักเตะสำรองที่เป็นตัวจัดจ้านอยู่หลายคน และพร้อมลงไปช่วยพลิกเกมได้ทุกเมื่อด้วย ทำให้เจ้าบ้านน่าจะมีโอกาสประเดิมสนามด้วยชัยชนะพร้อมกับเก็บ 3 คะแนนเต็มในถิ่่นของตัวเองได้มากกว่า


ผลที่คาด : ฝรั่งเศส ชนะ เดนมาร์ก 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 94 ครั้ง