หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อังกฤษ VS ฮังการี

"สิงโตคำราม" อังกฤษ พร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามนัดต้อนรับ ฮังการี ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดที่ 4 คืนวันที่ 14 มิ.ย.นี้ เพื่่อลุ้นล้างแค้นจากเกมประเดิมสนามที่บุกไปแบบพลิกล็อกด้วยสกอร์ 0-1 นั่นเอง



วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อังกฤษ VS ฮังการี
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อังกฤษ VS ฮังการี

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดที่ 4

อังกฤษ VS ฮังการี

สนาม : โมลินิวซ์ กราวน์, เมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน ประเทศอังกฤษ

เวลา : 01.45 น.


อังกฤษ

แกเรธ เซาธ์เกต กุนซือ "สิงโตคำราม" จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยล้างแค้น ฮังการี หลังจากที่บุกไปแพ้ในเกมประเดิมสนามไปแบบพลิกล็อกด้วยสกอร์ 0-1 จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด และพร้อมให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ลงเล่นในบางตำแหน่งด้วย เพื่อส่งท้ายให้กับเกมฟาดแข้งในช่วงพักเบรกทีมชาติในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ไปเลยด้วย จึงน่าจะได้เห็น แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกด้วย เพราะกำลังมีลุ้นทุบสถิติของ เวย์น รูนีย์ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัพลูกหนังเมืองผู้ดีด้วยจำนวน 53 ประตูนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

จอร์แดน พิคฟอร์ด, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, คอนอร์ โคดี้, คีแรน ทริปเปียร์, รีซ เจมส์, ดีแคลน ไรซ์, จูด เบลลิงแฮม, แจ็ค กรีลิช, เมสัน เมาท์, บูกาโย่ ซาก้า, แฮร์รี่ เคน


ผู้รักษาประตู : น่าจะให้ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งต่อไป ทำให้ 2 นายด่านตัวสำรอง นั่นก็คือ นิค โป๊ป กับ อารอน แรมส์เดล ต้องรอคอยโอกาสลงสนามกันไปก่อน

แนวรับ : เตรียมให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่นั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน โดยเฉพาะ มาร์ก เกฮี ซึ่งเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว แต่มีโอกาสได้เห็น คอนอร์ โคดี้ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะเป็นนักเตะของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งเป็นเจ้าของสนามที่ใช้ฟาดแข้งในนัดนี้นั่นเอง จึงอาจจะได้ออกสตาร์ทเป็นกองหลังตัวจริงคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เพื่อเอาใจแฟนบอลเจ้าถิ่นไปเลย ทำให้ จอห์น สโตนส์ มีสิทธิ์หลุดโผจาก 11 คนแรกได้เหมือนกัน ส่วนแบ็กขวาน่าจะให้ รีซ เจมส์ ลงสนามมากกว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คีแรน ทริปเปียร์ เตรียมขยับข้ามฟากไปสวมบทบาทนี้อีกครั้ง เพราะสามารถยืนเล่นได้ทั้งสองฝั่งเลย

แดนกลาง : ส่อดรอป คัลวิน ฟิลลิปส์ เป็นตัวสำรอง เพื่อเปิดทางให้ จูด เบลลิงแฮม ยืนคุมเกมคู่กับ ดีแคลน ไรซ์ ส่วนในรายของ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ และ คอนอร์ กัลลาเกอร์ มีโอกาสสอดแทรกเพื่อลงสนามได้เหมือนกัน แต่น่าจะเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรุก : ยังคงมีตัวเลือกให้หยิบมาใช้งานได้หลายคนเลย แต่คาดว่า แทมมี่ อับราฮัม น่าจะต้องนั่งเป็นหัวหอกตัวสำรองไปก่อน เพราะว่าน่าจะให้ แฮร์รี่ เคน ยืนค้ำแดนหน้าในฐานะกัปตันทีมเหมือนเดิม ส่วนตัวริมเส้นฝั่งขวาน่าจะดร็อป ยาร์ร็อด โบเว่น เอาไว้ที่ข้างสนามเหมือนเดิม และน่าจะให้ บูกาโย่ ซาก้า ได้ลงไปยืนประจำการทางฝั่งตรงข้ามกับ แจ็ค กรีลิช ซึ่งน่าจะเบียดแย่งตำแหน่งมาจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้สำเร็จ ปิดท้ายด้วยตัวปั้นเกมน่าจะเป็นหน้าที่ของ เมสัน เมาท์ พร้อมยืนอยู่ด้านหลังของกองหน้าเหมือนเดิม


ฮังการี

มาร์โก รอสซี่ กุนซือ ฮังการี จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นบุกไปเก็บชัยย้ำแค้น อังกฤษ เสียเลย หลังจากที่เคยเป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะมาได้ก่อนด้วยสกอร์ 1-0 นั่นเอง โดยพร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามเป็นตัวจริงไปเลย เพื่อให้ลงไปช่วยประคองพวกนักเตะสายเลือดใหม่ที่น่าจะได้รับโอกาสให้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกหลายคนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะแนวรุกเตรียมให้ โดมินิก โซบอสซ์ไล กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงที่เป็นคนสังหารจุดโทษเป็นประตูชัยจากเกมแรกที่พบกัน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามตามแผนการเล่นแบบ 3-4-2-1

ปีเตอร์ กาลุคชี่, อัตติล่า ซาไล, วิลลี่ ออร์บาน, อัตติล่า ฟิโอล่า, โซลต์ นากี้, อันเดรียส เชเฟอร์, อดัม นากี้ โลอิค เนโก้, โดมินิก โซบอสซ์ไล, โรแลนด์ ซัลไล, อดัม ซาไล


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ ปีเตอร์ กาลุคชี่ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งค่อนข้างแน่ ทำให้นายด่านมือสอง นั่นก็คือ เดเนส ดูบิอุสซ์ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้ลงไปยืนเฝ้าเสาในบางเกมต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรับ : ไม่น่าจะให้ อดัม แลง ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยน่าจะส่ง อัตติล่า ฟิโอล่า ลงไปยืนเป็นกองหลังร่วมกับ อัตติล่า ซาไล และ วิลลี่ ออร์บาน ซึ่งเป็น 2 ตัวหลักในแดนหลังอยู่แล้วด้วย ส่วนในรายของ เบนเดกุซ โบลล่า กับ เอกอส เคซเกส น่าจะต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเช่นเคย

แดนกลาง : ยังคงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก อดัม นากี้ กับ อันเดรียส เชเฟอร์ ซึ่งน่าจะได้ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกัน ส่วน 2 มิดฟิลด์สายเลือดใหม่ นั่นก็คือ บาลินท์ เวซไซ กับ คัลลัม สไตล์ส ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว ส่วนแบ็กขวายังคงใช้ โซลต์ นากี้ เป็นตัวหลักต่อไป ซึ่งจอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โลอิค เนโก้ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง

แนวรุก : พร้อมใช้ 3 ประสานเหมือนเดิม โดยพร้อมวาง โดมินิก โซบอสซ์ไล กับ โรแลนด์ ซัลไล เป็นตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของ อดัม ซาไล กองหน้ากัปตันทีมจอมเก๋านั่นเอง ส่วนในรายของ ดาเนี่ยล ซัลลอย, มาร์ติน อดัม และ ซาลาน วานค์ซ่า น่าจะต้องรอโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงกันต่อไป เพราะเป็นนักตะสายเลือดใหม่ที่มีโอกาสถูกเปลี่ยนตัวลงสนามได้เหมือนกัน


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 25 เกม ปรากฎว่า อังกฤษ มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 16 เกม เสมอ 3 เกม แพ้ 6 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในบ้านของ "สิงโตคำราม" เกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2021 ปรากฎว่าลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า อังกฤษ เหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด


ผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด

ปี 2006 อังกฤษ ชนะ ฮังการี 3-1 (ฟุตบอลนัดกระชับมิตร)

ปี 2010 อังกฤษ ชนะ ฮังการี 2-1 (ฟุตบอลนัดกระชับมิตร)

ปี 2021 ฮังการี แพ้ อังกฤษ 0-4 (ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก)

ปี 2021 อังกฤษ เสมอ ฮังการี 1-1 (ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก)

ปี 2022 ฮังการี ชนะ อังกฤษ 1-0 (ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3)


ความน่าจะเป็น

แม้จะเปิดโอกาสให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ได้ลงสนามแบบต่อเนื่องเลย แต่คาดว่า อังกฤษ น่าจะเอาจริงในเกมนี้เพื่อลุ้นล้างแค้น ฮังการี จากการบุกไปปราชัยในเกมประเดิมสนาม จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหลายคนเลย โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังกันครบเลย จึงสามารถหยิบมาใช้งานได้ทั้งหมดเลยด้วย


ส่วน ฮังการี ยังคงพร้อมจัดทีมแบบผสมกันระหว่างพวกแข้งสายเลือดใหม่ และพวกนักเตะมากประสบการณ์ที่เล่นกันเข้าขามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าได้ทีมชุดที่ลงตัวมากที่สุดแล้วด้วย แม้จะมีชื่อชั้นเป็นรองอยู่พอสมควร แต่ว่ามีจุดเด่นในเรื่องของทีมเวิร์ก จึงพร้อมสู้จนถึงที่สุดเหมือนอย่างที่ได้แสดงให้เห็นในหลายๆ เกมแน่นอน


คาดว่า "สิงโตคำราม" พร้อมเล่นเพื่อเก็บชัยในเกมส่งท้ายของช่วงโปรแกรมทีมชาติรอบเดือนนี้ให้ได้ แม้ว่า ฮังการี พร้อมมาเล่นแบบตั้งรับเพื่อรอการใช้สวนกลับเร็วตามสไตล์ถนัดอยู่แล้ว แต่ว่าเจ้าถิ่นน่าจะอาศัยความได้เปรียบในฐานะที่ได้ลงเล่นในรังของตัวเองเพื่อเก็บชัยชนะได้แบบไม่ยากเย็นจนเกินไป


ผลที่คาด : อังกฤษ ชนะ ฮังการี 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 54 ครั้ง