หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อังกฤษ VS เยอรมนี

"สิงโตคำราม" อังกฤษ เตรียมปรับทัพเพื่อลองทีมหลายตำแหน่งไปเลย แต่พร้อมให้ แฮร์รี เคน ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดต้อนรับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ซึ่งพร้อมให้แข้งสายเลือดใหม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหลายคนในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดสุดท้าย คืนวันที่ 25 ก.ย.นี้ โดยพร้อมดวลแข้งกันเพื่อศักดิ์ศรี เพราะไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นกันอีกแล้ว และเป็นการสั่งลาของทีมเจ้าบ้านที่เตรียมตกชั้นลงไปเล่นในลีก บี กันต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อังกฤษ VS เยอรมนี
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : อังกฤษ VS เยอรมนี

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดสุดท้าย

อังกฤษ VS เยอรมนี

สนาม : เวมบลีย์

เวลา : 01.45 น.


อังกฤษ

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ ฮังการี 0-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ เยอรมนี 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อิตาลี 0-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ ฮังการี 0-4 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ อิตาลี 0-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ แกเรธ เซาธ์เกต จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ อิตาลี 0-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 โดยตอนนี้ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นอีกแล้ว เพราะเตรียมจบด้วยตำแหน่งบ๊วยอันดับ 4 หลังลงเตะไปแล้ว 5 นัดไม่พบกับชัยชนะ มีเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น จึงกระเด็นตกชั้นไปเล่นลีก บี ในช่วงฤดูกาลหน้าแล้วด้วย แม้จะประสบปัญหาฟอร์มฝืดอย่างรุนแรง เพราะยิงประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ไม่ได้มาแล้วถึง 5 เกมติดต่อกัน แต่ยังคงพร้อมเล่นเพื่อศักดิ์ศรีในยามเผชิญหน้ากับทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่างแน่นอน โดยพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน และน่าจะได้เห็นนักเตะสายเลือดใหม่ลงสนามหลายคนเลยด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อารอน แรมส์เดล, คีแรน ทริปเปียร์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, คอนอร์ โคดี้, ลุค ชอว์, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, ดีแคลน ไรซ์, เมสัน เมาท์, บูกาโย่ ซาก้า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แฮร๋รี เคน


ผู้รักษาประตู : น่าจะดร็อป นิค โป๊ป เป็นตัวสำรอง และน่าจะให้ อารอน แรมส์เดล เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ดีน เฮนเดอรืสัน เพื่อลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกไปเลย


แนวรับ : พร้อมถอน เอริค ไดเออร์ ออกไปนั่งที่ข้างสนาม และน่าจะให้ คอนอร์ โคดี้ เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ฟิกาโย่ โทโมริ เพื่อให้ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งพร้อมเป็นตัวหลักอยู่แล้ว ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ ลุค ชอว์ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ขณะที่แบ็กขวามีตัวเลือกเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, รีซ เจมส์ รวมถึง ไคล์ วอล์คเกอร์ แต่น่าจะให้ คีแรน ทริปเปียร์ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงบ้าง


แดนกลาง : เตรียมเปิดโอกาสให้ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ได้ลงไปยืนคุมเกมคู่กับ ดีแคลน ไรซ์ ทำให้ จูด เบลลิงแฮม น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อจะได้พักนั่นเอง และน่าจะให้ เมสัน เมาท์ กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงในฐานะเพลย์เมกเกอร์ ซึ่งพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวปั้นเกมอีกครั้ง

แนวรุก : เตรียมเปลี่ยนตัวพวกตัวริมเส้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะปีกขวาน่าจะดร็อป ฟิล โฟเด้น เพื่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ขยับไปทำหน้าที่ตรงจุดนี้ได้เหมือนกัน ทำให้ ยาร์ร็อด โบเว่น ยังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป ส่วนปีกซ้ายไม่น่าจะให้ แจ็ค กรีลิช ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะน่าจะใช้งาน บูกาโย่ ซาก้า มากกว่า ขณะที่กองหน้าตัวเป้าส่อดร็อป แทมมี่ อับราฮัม เอาไว้ที่ข้างสนามอยู่แล้ว เพื่อให้ แฮร๋รี เคน สวมปลอกแขนกัปตันทีมเพื่อยืนค้ำในแดนหน้าต่อไป


เยอรมนี

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อิตาลี 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ อังกฤษ 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : เสมอ ฮังการี 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : ชนะ อิตาลี 5-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 : แพ้ ฮังการี 0-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่แพ้ ฮังการี คาบ้าน 0-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 และเพิ่งพบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกด้วย นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมในช่วงหลังตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโร 2020 เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว โดยตอนนี้รั้งอันดับ 3 แข่ง 5 นัด มี 6 คะแนน แม้จะได้รับการการันตีว่าจะไม่ตกชั้นอย่างแน่นอน แต่หมดลุ้นผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมลงเล่นนัดสุดท้ายด้วยศักดิ์ศรี เพราะว่าได้เผชิญหน้ากับทีมคู่ปรับตลอดกาลนั่นเอง และน่าจะดร้อปพวกแข้งหลักบางตำแหน่ง เพื่อเปิดโอกาสให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหลายคนเลยด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

เควิน ทรัปป์, ธีโล เคห์เรอร์, มัทธีอัส กินเทอร์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, โรบิน กูเซ่นส์, มักซิมิเลียน อาร์โนลด์, โจชัว คิมมิช, เลรอย ซาเน่, ยามาล มูเซียล่า, ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาเวิร์ตซ


ผู้รักษาประตู : น่าจะดร็อป มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น กลับมานั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้โอกาส เควิน ทรัปป์ ได้ลงไปยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรก ส่วนในรายของ โอลิเวอร์ เบามันน์ ยังคงต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป


แนวรับ : เตรียมถอน นิคลาส ซูเล่ ออกจากตำแหน่งตัวจริง เพราะน่าจะให้ มัทธีอัส กินเทอร์ ได้ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ซึ่งพร้อมเป็นตัวหลักในแดนหลังอยู่แล้ว ทำให้ นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค รวมถึง อาร์เมล เบลล่า-คอตแชม เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามเพื่อรอโอกาสลงเล่นกันต่อไป ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะเลือก โรบิน กูเซ่นส์ เป็นอันดับแรกเหนือกว่า ดาวิด เราม์ ขณะที่แบ็กขวาน่าจะให้ ธีโล่ เคห์เรอร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ทำให้ เบนจามิน เฮนริชส์ ยังคงต้องรอโอกาสลงสนามไปก่อน

แดนกลาง : พร้อมเปิดโอกาสให้มิดฟิลด์สายเลือดใหม่ได้ลงสนาม นั่นก็คือ มักซิมิเลียน อาร์โนลด์ และคาดว่า อิลคาย กุนโดกาน น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อให้ได้พักบ้าง เช่นเดียวกับ โจนาส ฮอฟมันน์ ซึ่งไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก ส่วน โจชัว คิมมิช ยังคงพร้อมยืนคุมแดนกลางตั้งแต่นาทีแรกด้วยเช่นกัน


แนวรุก : ไม่น่าจะได้เห็น โธมัส มุลเลอร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะว่าจะได้พักเพื่อเปิดทางให้ ยามาล มูเซียล่า ได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกบ้าง ส่วนปีกซ้ายน่าจะใช้งาน เลรอย ซาเน่ เหมือนเดิม ขณะที่ปีกขวาน่าจะดร็อป แซร์จ กนาบรี้ เพื่อขยับ ติโม แวร์เนอร์ ไปยืนประจำการตรงจุดนี้แทน และน่าจะให้ ไค ฮาเวิร์ตซ ได้สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าไปเลยด้วย ทำให้ ลูคัส เอ็นเมชา เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองได้เลย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 34 เกม ปรากฎว่า เยอรมนี มีสถิติเหนือกว่าเพียงเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 15 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 14 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "อินทรีเหล็ก" เปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในบ้านของ อังกฤษ นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2021 ปรากฎว่า "สิงโตคำราม" เป็นฝ่ายชนะ 2-0


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2016 : เยอรมนี แพ้ อังกฤษ 2-3

นัดกระชับมิตร ปี 2017 : เยอรมนี ชนะ อังกฤษ 1-0

นัดกระชับมิตร ปี 2017 : อังกฤษ เสมอ เยอรมนี 1-1

ยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี 2021 : อังกฤษ ชนะ เยอรมนี 2-0

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 ปี 2022 : อังกฤษ เสมอ อังกฤษ 1-1

ความน่าจะเป็น

ไม่มีอะไรให้ต้อลุ้นกันอีกต่อไป ทำให้ทั้งสองทีมพร้อมจัดทัพแบบลองทีมในตำแหน่งต่างๆ ได้เลย เพื่อให้พวกแข้งหลักได้พัก และเป็นการเปิดโอกาสให้นัดเตะสำรอง รวมถึงพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่ได้ลงสนามไปเลยด้วย แม้ว่า อังกฤษ จะถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้าน แต่ว่าทำผลงานได้อย่างย่ำแย่แบบต่อเนื่องเลย และไม่ได้เหนือกว่าทีมเยือนมากมายนัก จึงมีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : อังกฤษ เสมอ เยอรมนี 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 34 ครั้ง