หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เดนมาร์ก VS ฝรั่งเศส

"ตราไก่" ฝรั่งเศส ยังคงมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน และน่าจะมีการพักแข้งหลักบางตำแหน่ง แต่ยังพร้อมให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเยือน "โคนม" เดนมาร์ก ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 นัดสุดท้าย คืนวันที่ 25 ก.ย.นี้ แม้จะไม่มีลุ้นเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย แต่พร้อมเล่นเพื่อศักดิ์ศรีแชมป์โลก ส่วนเจ้าบ้านต้องเก็บชัยให้ได้สถานเดียว และต้องภาวนาไม่ได้ โครเอเชีย คว้า 3 คะแนนเต็ม จึงจะได้แซงหน้าผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปเลย


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เดนมาร์ก VS ฝรั่งเศส
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เดนมาร์ก VS ฝรั่งเศส

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1

เดนมาร์ก VS ฝรั่งเศส

สนาม : ปาร์เค่น สเตเดี้ยม

เวลา : 01.45 น.


เดนมาร์ก

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ ฝรั่งเศส 2-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ ออสเตรีย 2-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ โครเอเชีย 0-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ เดนมาร์ก 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ โครเอเชีย 1-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ แคสเปอร์ ฮูลมานด์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ โครเอเชีย 1-2 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 เพื่อลุ้นเก็บชัยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ซึ่งยังมีโอกาสอยู่เหมือนกัน โดยตอนนี้รั้งอันดับ 2 แข่ง 5 นัด มี 9 คะแนน ไล่ตามหลัง โครเอเชีย ทีมจ่าฝูงเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น จึงต้องคว้าชัยให้ได้สถานเดียว และต้องภาวนาให้ โครเอเชีย ไม่สามารถบุกไปชนะ ออสเตรีย ในเกมอีกคู่หนึ่ง เพื่อจะได้แซงหน้าเข้าป้ายแชมป์กลุ่มไปเลย จึงพร้อมให้แข้งหลักลงสนามทั้งหมดเลย เพราะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บนั่นเอง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ซิมง เคียร์, โจอาคิม อันเดอร์เซ่น, โธมัส เดลานีย์, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, โจอาคิม มาห์เล่, ดาเนี่ยล วาสส์, คริสเตียน อีริคเซ่น, มิคเคล ดัมส์การ์ด, แคสเปอร์ โดลเบิร์ก


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว และเตรียมให้ เฟเดริก รอนนาว นั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองต่อไป


แนวรับ : เตรียมดร็อป ราสมุส คริสเตนเซ่น, วิคเตอร์ เนลส์สัน, แยนส์ สไตรเกอร์ ลาร์เซ่น รวมถึง อเล็กซานเดอร์ บาห์ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพราะน่าจะใช้ 3 ประสาน นั่นก็คือ อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ซิมง เคียร์ และ โจอาคิม อันเดอร์เซ่น ลงไปยืนเป็นกองหลังร่วมกันเหมือนอย่างเกมนัดก่อน ซึ่งเป็น 3 ตัวหลักในแดนหลังอยู่แล้วนั่นเอง


แดนกลาง : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก โธมัส เดลานีย์ กับ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก ซึ่งพร้อมยืนเป็นมิดฟิลด์คุมเกมคู่กันเหมือนเดิม ทำให้ มาธีอัส เยนเซ่น, ดาเนียล วาสส์ รวมถึง ฟิลิป บิลลิ่ง เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนในรายของ คาสเปอร์ นีลเซ่น ยังคงต้องรอโอกาสนัดประเดิมสนามรับใช้บ้านเกิดเป็นนัดแรกต่อไป ขณะที่วิงแบ็กฝั่งขวาพร้อมให้ โจอาคิม มาห์เล่ ลงไปยืนประจำการเหมือนเช่นเคย โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ ดาเนี่ยล วาสส์ ซึ่งอาจจะได้ลงไปยืนเล่นตรงนี้ได้เหมือนกัน


แนวรุก : ยังคงให้ คริสเตียน อีริคเซ่น ยืนประจำการในตำแหน่งปีกขวาเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ มิคเคล ดัมส์การ์ด วึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ส่วนกองหน้าตัวเป้าน่าจะดร็อป มาร์ติน เบรธเวท เป็นตัวสำรองเพื่อให้ แคสเปอร์ โดลเบิร์ก ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก


ฝรั่งเศส

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ เดนมาร์ก 1-2 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ โครเอเชีย 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : เสมอ ออสเตรีย 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : แพ้ โครเอเชีย 0-1 (เหย้า)

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 : ชนะ ออสเตรีย 2-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ "ตราไก่" ปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ ออสเตรีย 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 แม้จะหมดลุ้นผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อลุ้นป้องกันแชมป์ไปแล้ว เพราะยังอยู่อันดับ 3 แข่ง 5 นัด มี 5 คะแนน ตามหลัง โครเอเชีย ทีมจ่าฝูงอยู่ถึง 5 คะแนน แต่ยังต้องพยายามเก็บชัยชนะเอาไว้ก่อน เพื่อการันตีว่าจะไม่ตกชั้นลงไปเล่นในลีก บี โดยตอนนี้นำหน้า ออสเตรีย ทีมอันดับ 4 ซึ่งจะต้องตกชั้นเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บเพียบเลย แต่ยังใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายคน และพร้อมเปิดโอกาสให้พวกนักเตะสายเลือดใหม่ได้ลงสนามด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-1-2

อัลฟองส์ อาเรโอล่า, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลี่ยม ซาลิบา, ราฟาเอล วาราน, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, แฟร์ลองด์ เมนดี้, โอเรเลียง ชูอาเมนี่, มัตเตโอ เก็นดูซี่, คริสตอฟ เอ็นคุนคู, อุสมาน เดมเบเล่, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์


ผู้รักษาประตู : หมดสิทธิ์ใช้งาน ไมค์ เมญอง ได้รับบาดเจ็บจากเกมนัดก่อน จึงน่าจะให้ อัลฟองส์ อาเรโอล่า ได้ลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง และให้ อัลบอน ลาฟงต์ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน


แนวรับ : ไม่มี ฌูลส์ คุนเด้ ได้รับบาดเจ็บจากเกมล่าสุดจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกไปเลย และน่าจะดร็อป เบอโนต์ บาเดียชิลด์ เพื่อเปิดทางให้ วิลเลี่ยม ซาลิบา รวมถึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ได้ลงไปยืนเป็นกองหลังร่วมกับ ราฟาเอล วาราน ส่วนในรายของ อาเดรียง ทรูฟเฟิร์ต เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามเพื่อรอโอกาสประเดิมรับใช้บ้านเกิดเป็นนัดแรกกันต่อไป


แดนกลาง : พร้อมวาง โอเรเลียง ชูอาเมนี่ เป็นตัวหลัก แต่ไม่น่าจะให้ ยุสเซฟ โฟฟาน่า ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรกเหมือนอย่างนัดก่อน เพราะน่าจะเลือก มัตเตโอ เก็นดูซี่ ลงไปยืนคุมเกมเหนือกว่า จอร์แดน แวร์ตูท ส่วนในรายของ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอโอกาสลงสนามกันต่อไป ขณะที่วิงแบ็กฝั่งขวาน่าจะดร็อป โจนาธาน คลอสส์ เพื่อให้ แบงฌาแม็ง ปาวาร์ ลงไปยืนในตำแหน่งนี้คนละฝั่งกับ แฟร์ลองด์ เมนดี้ ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นวิงแบ็กฝั่งซ้ายเหมือนเดิม


แนวรุก : น่าจะดร็อป อองตวน กรีซมันน์ เป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ รานเดล โคโล มูอานี่ ซึ่งยังไม่น่าจะได้ประเดิมสนามรับใช้บ้านเกิดเป็นนัดแรก เพื่อให้โอกาส คริสตอฟ เอ็นคุนคู ได้ลงไปสวมบทเป็นตัวปั้นเกม ส่วนในรายของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ อาจจะได้พักอยู่ที่ข้างสนาม เพราะว่าอาจจะให้ อุสมาน เดมเบเล่ ลงไปยืนเป็นกองหน้าคู่กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งพร้อมทำหน้าที่เป็นหัวหอกตัวหลักอยู่แล้ว


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 15 เกม ปรากฎว่า ฝรั่งเศส มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 8 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ 5 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ตราไก่" เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 1-2 สำหรับผลการพบกันในบ้านของ เดนมาร์ก นัดล่าสุดเกิดขึ้นในนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2015 ปรากฎว่า "โคนม" เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 1-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร ปี 2006 : ฝรั่งเศส ชนะ เดนมาร์ก 2-0

นัดกระชับมิตร ปี 2015 : ฝรั่งเศส ชนะ เดนมาร์ก 2-0

นัดกระชับมิตร ปี 2015 : เดนมาร์ก แพ้ ฝรั่งเศส 1-2

ฟุตบอลโลก ปี 2018 : เดนมาร์ก เสมอ ฝรั่งเศส 0-0

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ปี 2022 : ฝรั่งเศส แพ้ เดนมาร์ก 1-2


ความน่าจะเป็น

แม้จะไม่มีลุ้นผ่านเข้ารอบไปลุ้นป้องกันแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 จากเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้ ฝรั่งเศส ยังคงพร้อมเล่นด้วยความมุ่งมั่นเพื่อลุ้นเก็บชัยในเกมส่งท้าย และจะได้ไม่ตกชั้นลงไปเล่นในลีก บี ด้วย ส่วน เดนมาร์ก ยังคงมีโอกาสลอยลำ แม้จะมีสถานการณืเป็นรอง โครเอเชีย จึงต้องออกแรงลุ้นกันหลายต่อเลย แต่ว่าจะต้องเก็บชัยชนะให้ได้เป็นอันดับแรกเสียก่อน คาดว่า "ตราไก่" ซึ่งไม่ได้เป็นรองอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเป็นฝ่ายปราชัย และมีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : เดนมาร์ก เสมอ ฝรั่งเศส 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 15 ครั้ง