หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เบลเยี่ยม VS ฮอลแลนด์

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ขาดตัวหลักบางราย แต่พร้อมให้ เมมฟิส เดปาย สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเพื่อยืนล่าตาข่ายนัดเยือน "ปีศาจแดงยุโรป" เบลเยี่ยม ซึ่งเตรียมให้ เอแด็ง อาซาร์ กลับมาสวมบทปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในเกมประเดิมสนามยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดแรก คืนวันที่ 3 มิ.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เบลเยี่ยม VS ฮอลแลนด์
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : เบลเยี่ยม VS ฮอลแลนด์

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดแรก

เบลเยี่ยม VS ฮอลแลนด์

สนาม : คิง โบดวง สเตเดี้ยม, กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

เวลา : 01.45 น.


เบลเยี่ยม

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก นัดชิงอันดับ 3 : แพ้ อิตาลี 1-2 (เยือน)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ เอสโตเนีย 3-1 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : เสมอ เวลส์ 1-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ไอร์แลนด์ 2-2 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ บูร์กิน่า ฟาโซ 3-0 (เหย้า)


โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือ "ปีศาจแดงยุโรป" เรียกพวกแข้งดังเข้ามารับใช้บ้านเกิดหลายคนเลย และไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บเลยด้วย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพื่อลุ้นประเดิมสนามด้วยชัยชนะในถิ่นของตัวเองไปเลย โดยพร้อมให้พวกนักเตะประสบการณ์กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกเกือบทั้งหมด หลังจากที่เปิดโอกาสให้พวกแข้งสำรองได้ลงเล่นในเกมหลังๆ แบบต่อเนื่อง เพราะอยากจะลองใช้งานพวกนักเตะสายเลือดใหม่ดูบ้าง และยังคงมีผู้เล่นฝีเท้าให้เลือกใช้งานได้หลายคนเลยด้วย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

ธีโบต์ กูร์ตัวส์, เจสัน เดนาแยร์, แยน แฟร์ทองเก้น, โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์, โธมัส มูนิเยร์, อักเซล วิตเซล, ยูริ ติเลอมองส์, ยานนิค คาร์ราสโก้, เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, เอแด็ง อาซาร์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ธีโบต์ กูร์ตัวส์ ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกในฐานะมือหนึ่งนั่นเอง

แนวรับ : น่าจะเลือกใช้ความเก๋าเหมือนเดิม คาดว่า แยน แฟร์ทองเก้น กับ โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วนอีกหนึ่งคนน่าจะเลือก เจสัน เดนาแยร์ เหนือกว่า เดดริก โบยาต้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนกับ เบรนดอน เมเชเล่ ร่วมถึง โธมัส โฟเกต์ ซึ่งผ่านการรับใช้บ้านเกิดไปเพียงแค่ไม่กี่นัดเท่านั้น

แดนกลาง : เตรียมดร็อป ไมค์ วานาเค่น กับ เลอันโดร เดนดองค์เกอร์ เป็นตัวสำรอง หลังจากที่ให้ทั้งคู่ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมหลังๆ อยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้ 2 ตัวหลัก นั่นก็คือ อักเซล วิตเซล กับ ยูริ ติเลอมองส์ ได้กลับมายืนคุมเกมร่วมันอีกครั้ง ส่วนตัวริมเส้นฝั่งขวาน่าจะให้ โธมัส มูนิเยร์ ลงเล่นเป็นตัวจริงมากกว่า ติโมธี คาสตานเญ่ ซึ่งจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ ยานนิค คาร์ราสโก้ พร้อมสวมบทเป็นตัวริมเส้นทางด้านซ้ายต่อไป

แนวรุก : สามารถเลือกใช้งานพวกดาวดังได้แบบตามใจชอบเลย เพราะมีแต่นักเตะฝีเท้าดีทั้งนั้น แต่น่าจะให้ เควิน เดอ บรอยน์ ขยับขึ้นมายืนเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา และน่าจะให้ เอแด็ง อาซาร์ กลับมาสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเพื่อทำหน้าที่ขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย แม้จะมีปัญหาบาดเจ็บในช่วงระหว่างลงเล่นเกมระดับสโมสรอยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าตอนนี้กลับมามีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง ส่วนกองหน้าตัวเป้าพร้อมใช้งาน โรเมลู ลูกากู ในฐานะตัวเลือกอันดับหนึ่งเหนือกว่า ดรีส เมอร์เท่นส์ และ มิชี่ บัตชัวยี่ อยู่แล้ว


ฮอลแลนด์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ ยิบรอลตาร์ 6-0 (เหย้า)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : เสมอ มอนเตเนโกร 2-2 (เยือน)

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก : ชนะ นอร์เวย์ 2-0 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เดนมาร์ก 4-2 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : เสมอ เยอรมนี 1-1 (เหย้า)


หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ "อัศวินสีส้ม" ยังคงเรียกนักเตะฝีเท้าดีเข้ามารับใช้บ้านเกิดหลายคนเลย แม้จะมีผู้เล่นฝีเท้าดีอีกหลายรายที่ไม่ได้ติดโผในทีมชุดนี้ด้วยเหตุผลต่างๆ แต่จะไม่ส่งผลต่อการจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน เพราะว่าพวกแข้งหลักในแต่ละตำแหน่งยังคงอยู่กันครบเกือบหมดเลยนั่นเอง เพื่อลุ้นประเดิมสนามด้วยการบุกไปคว้าชัยชนะให้ได้เสียเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น, เดนเซล ดรัมฟรีส์, มัตไธทส์ เดอ ลิกต์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, ดาลีย์ บลินด์, กุส ติล, เฟรงกี้ เดอ ยอง, ดาวี่ คลาสเซ่น, สตีเฟ่น เบอร์ไกส์, เมมฟิส เดปาย, สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว

แนวรับ : พร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน เพราะเป็นจุดที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยเตรียมให้ มัตไธทส์ เดอ ลิกต์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ซึ่งพร้อมสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมอยู่แล้ว ทำให้ สเตฟาน เดอ ไฟร์จ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กขวาน่าจะให้ เดนเซล ดรัมฟรีส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหนือกว่า ฮันส์ ฮาเตบัวร์ ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะใช้งาน ดาลีย์ บลินด์ ต่อไป

แดนกลาง : ไม่มี จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ซึ่งไร้ชื่อติดโผในทีมชุดนี้ไปก่อน เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน เช่นเดียวกับ ไรอัน กราเฟ่นเบิร์ช แต่พร้อมให้ เฟรงกี้ เดอ ยอง สวมบทเป็นตัวหลักเพื่อยืนคุมเกมในแผงมิดฟิลด์ร่วมกับ ดาวี่ คลาสเซ่น ส่วนอีกหนึ่งน่าจะเลือก กุส ติล เพราะทำผลงานในเกมระดับสโมสรเมื่อช่วงฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปได้อย่างโดดเด่น

แนวรุก : ไร้เงาของ ลุค เดอ ยอง กับ อาร์เนาท์ ดานยูม่า ไม่มีชื่อติดโผชุดนี้ทั้งคู่เลย เพราะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์ จึงน่าจะให้ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ลงไปยืนประจำการทางฝั่งขวา และวาง สตีเฟ่น เบอร์ไกส์ สวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ส่วน เมมฟิส เดปาย พร้อมสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 127 เกม ปรากฎว่า ฮอลแลนด์ มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 55 เกม เสมอ 31 เกม และแพ้ 41 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในเกมนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2018 ปรากฎว่า เสมอ 1-1 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า เบลเยี่ยม เหนือกว่า เพราะไม่แพ้ ฮอลแลนด์ แม้แต่นัดเดียว โดยเป็นฝ่ายชนะ 3 เกม และลงเอยด้วยผลเสมออีก 2 เกม


ความน่าจะเป็น

หากดูจากรายชื่อผู้เล่นจะเห็นว่า เบลเยี่ยม มีสภาพทีมพร้อมกว่า เพราะสามารถเลือกใช้งานพวกนักเตะฝีเท้าดีได้เพียบเลย และถือว่าได้เปรียบในเรื่องของการสวมบทเป็นเจ้าบ้านได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเองด้วย


ส่วน ฮอลแลนด์ ยังคงอยู่ในช่วงฟอร์มดี นับตั้งแต่ให้ หลุยส์ ฟาน กัล กลับมารับงานคุมทีมบ้านเกิดเป็นรอบที่ 3 ปรากฎว่าไร้พ่ายจากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้วถึง 9 เกมเลยทีเดียว แต่ว่าเกมนี้ถือว่าสภาพทีมไม่เต็มร้อย เพราะหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งหลักในบางตำแหน่งที่ไม่ได้ถูกเรียกตัวมาติดทีมชุดนี้จากปัญหาต่างๆ นั่นเอง


คาดว่า "ปีศาจแดงยุโรป" มีความหลากหลายมากกว่า เพราะมีสภาพทีมที่สมบูรณ์มากๆ และสามารถหยิบพวกตัวสำรองฝีเท้าดีมาใช้งานได้ทุกเมื่อได้เลยด้วย ซึ่งตรงกันข้ามกับ "อัศวินสีส้ม" แม้จะมีชื่อชั้นที่เหนือกว่า แต่ว่ามีตัวผู้เล่นให้เลือกใช้งานค่อนข้างจำกัดอยู่พอสมควร ดังนั้น เบลเยี่ยม ไม่น่าจะแพ้คาถิ่นของตัวเอง และมีโอกาสเก็บชัยชนะในบ้านของตัวเองได้มากกว่า เพื่อประเดิมสนามในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 ด้วยการเก็บ 3 คะนนเต็มไปก่อนเลย


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 86 ครั้ง