หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ออสเตรีย VS ฝรั่งเศส

"ตราไก่" ฝรั่งเศส พร้อมคืนทัพใหญ่ โดยเฉพาะแนวรุกเตรียมให้ 2 กองหน้า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ คาริม เบนเซม่า ได้กลับมาจับคู่ยืนล่าตาข่ายนัดเยือน ออสเตรีย ในศึกฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 นัดที่ 3 คืนวันที่ 10 มิ.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ออสเตรีย VS ฝรั่งเศส
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ลีก : ออสเตรีย VS ฝรั่งเศส

ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ลีก เอ กลุ่ม 1 นัดที่ 3

ออสเตรีย VS ฝรั่งเศส

สนาม : แอร์ทท ฮัปเปิ้ล สตาดิโอน, กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

เวลา : 01.45 น.


ออสเตรีย

ราล์ฟ รังนิค กุนซือเจ้าบ้านจะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อให้พวกแข้งหลักกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากที่มีการโรเตชั่นเพื่อให้นักเตะสำรองได้ลงสนาม เพราะต้องการลองทีมในช่วงหลังจากที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามารับงานคุมทีมได้เพียงแค่ไม่กี่นัดเท่านั้น แต่ว่าทำผลงานได้น่าพอใจอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเกมประเดิมสนามที่สามารถบุกไปถล่ม โครเอเชีย ได้แบบขาดลอยถึง 3-0 เลยทีเดียว


11 นักเตะตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามตามแผนการเล่นแบบ 3-1-4-2

ไฮนซ์ ลินด์เนอร์, มักซิมิเลียน โวเบอร์, เกอร์น็อต เทราเนอร์, ดาวิด อลาบา, มาร์เซล ซาบิทเซอร์, อันเดรียส ไวมันน์, ซาเวอร์ ชลาเกอร์, คอนราด ไลเมอร์, สเตฟาน ไลเนอร์, มิชาเอล เกรกอริทช์, มาร์โก อาร์เนาโตวิช


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ ไฮนซ์ ลินด์เนอร์ กลับมาสวมบทเป็นมือหนึ่งเพื่อลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากที่ให้ พาทริค เพนท์ซ นายด่านมือสองลงไปยืนเฝ้าเสาสลับกันในบางนัด

แนวรับ : พร้อมให้ ดาวิด อลาบา ยืนเป็นตัวหลัก และน่าจะให้ มักซิมิเลียน โวเบอร์ รวมถึง เกอร์น็อต เทราเนอร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังด้วย ทำให้ สเตฟาน พอสช์, คริสโตเฟอร์ ทริมเมล รวมถึง เควิน เดนโซ่ อาจจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสไปก่อน แต่มีโอกาสที่จะได้เบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงได้เหมือนกัน

แดนกลาง : น่าจะให้ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ กลับมายืนเป็นตัวคุมเกมอีกครั้ง เพื่อประสานงานกับ ซาเวอร์ ชลาเกอร์ และ คอนราด ไลเมอร์ ซึ่งเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้ว ส่วนในรายของ นิโกลัส ไซวัลด์, เดยัน ลูบิซิช รวมถึง วาเลนติโน่ ลาซาโร่ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามเพื่อรอการเปลี่ยนตัวลงไปเล่นในช่วงครึ่งหลังกันต่อไป เพราะไม่ได้เป็นตัวเลือกหลักอยู่แล้ว ส่วนวิงแบ็กฝั่งซ้ายน่าจะใช้ อันเดรียส ไวมันน์ ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คอนราด ไลเมอร์ ทางฝั่งขวา

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ คาริม โอนิซิโว ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะเป็นแข้งดาวรุ่งที่มีประสบการณ์ในเกมระดับชาติไม่มากนัก จึงน่าจะต้องรอคอยโอกาสลงสนามไปก่อน เช่นเดียวกับ ซาซ่า คาลัจ์ดซิช ซึ่งน่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองด้วย เพื่อเปิดทางให้ มิชาเอล เกรกอริทช์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยจะยืนจับคู่ล่าตาข่ายร่วมกับ มาร์โก อาร์เนาโตวิช กองหน้าจอมเก๋านั่นเอง


ฝรั่งเศส

ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ ฝรั่งเศส พร้อมให้พวกแข้งหลักกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากที่มีการโรเตชั่นนักเตะในหลายๆ ตำแหน่ง เพื่อเปิดโอกาสให้พวกแข้งสายเลือดใหม่ได้ลงสนามบ้างนั่นเอง โดยเฉพาะแนวรุกที่มีการปรับเปลี่ยนมาโดยตลอดเลย จึงต้องกลับมาจัดผู้เล่นชุดใหญ่ได้แล้ว เพื่อลุ้นคว้าชัยชนะเป็นนัดแรกให้ได้เสียที เพราะยังไม่พบกับชัยชนะจากการลงเตะในช่วง 2 เกมแรกนั่นเอง


11 นักเตะตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามตามแผนการเล่นแบบ 4-3-1-2

อูโก้ ยอริส, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฌูลส์ กุนเด้, ลูกาส์ แอร์กนองเดซ, เตโอ แอร์กนองเดซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, โอเลเรียง ชูอาเมนี่, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, อองตวน กรีซมันน์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, คาริม เบนเซม่า


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อูโก้ ยอริส กลับมาสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเพื่อยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอีกครั้ง หลังจากที่ให้โอกาส ไมค์ เมญอง ได้ลงเล่นช่วยเซฟตาข่ายในบางเกมนั่นเอง

แนวรับ : ไม่มี ราฟาเอล วาราน ได้รับบาดเจ็บ และอาจจะปรับเปลี่ยนแผนการเล่นมาใช้กองหลัง 3 คน โดยพร้อมวาง เพรสเนล คิมเพมเบ้ ยืนเป้นตัวหลัก และน่าจะให้ ฌูลส์ กุนเด้ รวมถึง ลูกาส์ แอร์กนองเดซ กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วย ทำให้ วิลเลี่ยม ซาลีบา กับ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อรอคอยโอกาสลงสนามไปก่อน

แดนกลาง : กลายเป็นว่า โอเลเรียง ชูอาเมนี่ ได้รับความไว้วางใจให้ยืนเป็นตัวหลักในแผงมิดฟิลด์ไปเสียแล้ว เพราะได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงแบบต่อเนื่องเลย และน่าจะให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เบียดแย่งตำแหน่งจาก อาเดรียง ราบิโอต์ เพื่อกลับมาช่วยยืนคุมทีมตรงกลางสนามอีกครั้งหนึ่งด้วย ส่วนในรายของ บูบาการ์ กามาร่า กับ มัตเตโอ เก็นดูซี่ เป็นนักเตะเลือดสายใหม่ที่ยังต้องรอโอกาสยึดตำแหน่งกันต่อไป ขณะที่วิงแบ็กฝั่งซ้ายน่าจะเป็น เตโอ แอร์กนองเดซ เบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงจาก ลูกาส์ ดีญ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แบงฌาแม็ง ปาวาร์ ทางด้านฝั่งขวา ทำให้ คิงส์ลีย์ โกมอง ตัวริมเส้นอีกรายเตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามได้เลย

แนวรุก : น่าจะดร็อป มุสซ่า ดิอาบี้, คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู รวมถึง วิสเซม เบน เยดแดร์ กลับไปนั่งเป็นตัวสำรองทั้งหมด หลังจากที่เปิดโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวสำรองให้หลายๆ เกม เพื่อให้ 3 ประสานในแดนหน้าได้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรกอีกครั้ง โดย อองตวน กรีซมันน์ พร้อมกลับมายืนเป็นตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของคู่กองหน้า นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ คาริม เบนเซม่า นั่นเอง


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมดเพียงแค่ 23 เกม ปรากฎว่า ฝรั่งเศส มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 12 เกม เสมอ 2 เกม และแพ้ 9 เกม ส่วนผลการเจอกันนัดล่าสุดในบ้านของ ออสเตรีย เกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2008 ปรากฎว่า ฝรั่งเศส บุกไปแพ้ 1-3 ส่วนผลการพบกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า ฝรั่งเศส ทำได้ดีกว่า โดยเป็นฝฝ่ายชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด


ผลการพบกัน 5 เกมหลังสุด

ปี 1993 ออสเตรีย แพ้ ฝรั่งเศส 0-1 (ฟุตบอลโลก 1994 รอบคัดเลือก)

ปี 1998 ออสเตรีย เสมอ ฝรั่งเศส 2-2 (นัดกระชับมิตร)

ปี 2007 ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรีย 1-0 (นัดกระชับมิตร)

ปี 2008 ออสเตรีย ชนะ ฝรั่งเศส 3-1 (ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก)

ปี 2009 ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรีย 3-1 (ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก)


ความน่าจะเป็น

ออสเตรีย มีความคึกคักมากขึ้น นับตั้งแต่ได้กุนซือคนใหม่ นั่นก็คือ ราล์ฟ รังนิค เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาคุมทัพเพียงแค่ไม่กี่นัด แต่สามารถเค้นศักยภาพของนักเตะให้งัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้เป็นอย่างดี แม้จะมีชื่อชั้นเป็นรองทีมเยือนอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าพร้อมให้ระบบทีมเวิร์ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน และมีเกมสวนกลับที่เฉียบคมอีกด้วย โดยเฉพาะ มาร์โก อาร์เนาโตวิช กองหน้าจอมเก๋าที่เล่นเกมโต้กลับเร็วได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นนักเตะตัวสูงใหญ่ที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีเลยด้วย


ด้าน ฝรั่งเศส ยังคงตามหาฟอร์มเก่งไม่เจอ เพราะยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นจากการลงเตะไปแล้ว 2 เกม แต่เป็นเพราะว่ามีการลองทีมในหลายๆ ตำแหน่งด้วย เพื่อให้พวกนักเตะสายเลืดใหม่ได้ลงสนามกันแบบยกทีมอีกต่างหาก แต่ว่าเกมนี้พร้อมกลับมาจัดทัพแบบเน้นๆ อีกครั้ง จึงน่าจะได้เห็นคู่หัวหอกฝีเท้าดี นั่นก็คือ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ คาริม เบนเซม่า ได้กลับมาจับคู่ล่าตาข่ายด้วยกันอีกครั้ง หลังถูกดร็อปเป็นตัวสำรองจากเกมนัดก่อนทั้งคู่เลย


คาดว่า "ตราไก่" น่าจะมีโอกาสบุกไปเฉือนชนะได้หวุดหวิดในแบบที่ ออสเตรีย สามารถสู้ได้สูสีเหมือนกัน


ผลที่คาด : ออสเตรีย แพ้ ฝรั่งเศส 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ข่าวสารอื่นๆ

ดู 28 ครั้ง