หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บียาร์เรอัล VS บาเยิร์น มิวนิค

อัปเดตเมื่อ 7 เม.ย.

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไร้แข้งหลักได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงตัวเก่งลงสนามนัดเยือน "เรือดำน้ำ" บียาร์เรอัล ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 6 เม.ย.นี้


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก

บียาร์เรอัล VS บาเยิร์น มิวนิค

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา ซารามิก้า

เวลา : 02.00 น.


บียาร์เรอัล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลาลีกา สเปน : แพ้ โอซาซูน่า 0-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : ชนะ เซลต้า บีโก้ 1-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ ยูเวนตุส 3-0 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ กาดิช 0-1 (เยือน)

ลาลีกา สเปน : แพ้ เลบันเต้ 0-2 (เยือน)


อูไน เอเมรี่ กุนซือ "เรือดำน้ำ" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ เลบันเต้ 0-2 ในศึกลาลีกา เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังพบกับความพ่ายแพ้ในเกมลีกลูกหนังสเปนมาแล้วถึง 2 เกมซ้อน จึงพร้อมจัดทัพใหญ่ให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ยกเว้นเพียงแค่ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ฟูลแบ็กจอมลุยที่ยังไม่หายเดี้ยง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-1-1

เกโรนิโม รูญี่, ฮวน ฟอยธ์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, อัลฟองโซ่ เปดราซ่า, เยเรมี่ ปิโน่, เอเตียน กาปู, ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่, อาร์เนาท์ ดานยูม่า, โจวานี่ โล เซลโซ่, เกราร์ด โมเรโน่


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ เกโรนิโม รูญี่ พร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป

แนวรับ : พร้อมให้ ฮวน ฟอยธ์ สวมบทเป็นแบ็กขวาคนละฝั่งกับ อัลฟองโซ่ เปดราซ่า ทางด้านซ้าย ส่วนคู่กองหลังพร้อมจับ ราอูล อัลบิโอล กับ เปา ตอร์เรส ยืนคู่กันไปเลย

แดนกลาง : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพราะสามารถใช้งาน เอเตียน กาปู กับ ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกันได้เหมือนเดิม และน่าจะขยับ อาร์เนาท์ ดานยูม่า ให้ถอยลงมาสวมบทเป็นปีกซ้ายคนละฝั่งกับ เยเรมี่ ปิโน่ ในตำแหน่งปีกขวา ทำให้ ซามูเอล ชุกวูเอเซ่ อีกหนึ่งปีกจอมเลี้อยต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แนวรุก : น่าจะให้ โจวานี่ โล เซลโซ่ สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์

กองหน้า : เตรียมดร็อป ปาโก้ อัลคาเซร์ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพื่อให้ เกราร์ด โมเรโน่ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าเพียงคนเดียว


บาเยิร์น มิวนิค

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 7-1 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : เสมอ ฮอฟเฟนไฮม์ 1-1 (เยือน)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ อูนิโอน เบอร์ลิน 4-0 (เหย้า)

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ชนะ ไฟร์บวร์ก 4-1 (เยือน)


ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ กุนซือ "เสือใต้" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ ไฟร์บวร์ก 4-1 ในศึกบุนเดสลีกา เพื่อลุ้นเก็บชัยรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป หลังไม่พบกับความพ่ายแพ้จากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้วถึง 8 เกม แม้จะมีนักเตะขาดหายไปบางคน แต่พวกแข้งหลักยังคงพร้อมลงสนามทั้งหมดเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

มานูเอล นอยเออร์, แบงฌาแม็ง ปาวาร์, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, นิคลาส ซูเล่, ลูกาส์ แอร์กนองเดซ, โจชัว คิมมิช, เลออน โกเรตซ์ก้า, คิงส์ลีย์ โกมอง, โธมัส มุลเลอร์, เลรอย ซาเน่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


ผู้รักษาประตู : ยังคงให้ มานูเอล นอยเออร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง และสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเหมือนเดิม

แนวรับ : ไม่มี อัลฟองโซ่ เดวิส มีอาการป่วย จึงพร้อมให้ ลูกาส์ แอร์กนองเดซ สวมบทเป็นแบ็กซ้ายเหมือนเดิม และวาง แบงฌาแม็ง ปาวาร์ยืนเป็นแบ็กขวา ส่วนคู่กองหลังยังคงใช้ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กับ นิคลาส ซูเล่

แดนกลาง : ไร้เงาของ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ได้รับบาดเจ็บ แต่พร้อมให้ เลออน โกเรตซ์ก้า ลงไปคุมเกมคู่กับ โจชัว คิมมิช

แนวรุก : น่าจะดร็อป แซร์จ กนาบรี้ เพื่อให้ คิงส์ลีย์ โกมอง ลงไปสวมบทเป็นปีกขวาคนละฝั่งกับ เลรอย ซาเน่ ทางฝั่งซ้าย และวาง โธมัส มุลเลอร์ สวมเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์ต่อไป

กองหน้า : ยังคงเป็นหน้าที่ของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงตัวเก่งที่สอยตาข่ายในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 45 ประตูเลยทีเดียว และนำเป็นดาวซัลโวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในตอนนี้ด้วยจำนวน 12 ลูก


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้าในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปเพียงแค่ 2 นัด ซึ่งเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อปี 2011 ปรากฎว่า บาเยิร์น มิวนิค มีสถิตข่มมิดจากการเก็บชัยได้ทั้ง 2 เกม โดยนัดแรกที่พบกันเป็นทางด้านของ "เสือใต้" บุกไปชนะ 2-0 ก่อนจะกลับเปิดบ้านเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 3-1


ส่วน บียาร์เรอัล มีสถิติดวลแข้งกับทีมลูกหนังจากเยอรมนีในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปไม่มากนัก โดยนับรวมกันได้ทั้งหมด 12 เกม ปรากฎว่าเป็นฝ่ายชนะ 5 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 3 นัด ส่วน "เสือใต้" เคยฟาดแข้งกับทีมลูกหนังจากสเปนในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปทั้งหมด 30 เกม ปรากฎว่ามีสถิติไม่คอยดีนัก เพราะเป็นฝ่ายแพ้ถึงครึ่งหนึ่งคือ 15 เกม เสมอ 7 เกม และชนะ 8 เกม


ความน่าจะเป็น

เป็นทีมเดียวที่ยังไม่พบกับความพ่ายแพ้ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งลงเตะในรายการนี้ไปแล้วทั้งหมด 8 นัด และเก็บชัยในรอบแบ่งกลุ่มได้ทั้ง 6 เกมเลยด้วย นอกจากนี้ยังเป็นทีมที่มีเกมแนวรุกดีที่สุด เพราะยิงประตูได้มากที่สุด 30 ลูกเลยทีเดียว โดยเฉพาะนัดก่อนที่เปิดบ้านไล่ถล่ม เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในรอบ 16 นัดสุดท้าย นัดที่ 2 แบบขาดลอยถึง 7-1 แถมยังมีเกมรับดีที่สุดอีกต่างหาก เพราะเพิ่งเสียไปเพียง 5 ลูก เท่ากับ เชลซี ทีมแชมป์เก่านั่นเอง และยังคงนำโด่งเป็นทีมจ่าฝูงของศึกบุนเดสลีกาได้แบบตามฟอร์ม จึงมีโอกาสเข้าป้ายแชมป์ลีกสูงสุดของเยอรมนีได้อีกหนึ่งสมัยแบบไม่ยากเย็นนัก


ส่วน บียาร์เรอัล ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้แบบหืดจับ เพราะต้องลุ้นกันจบถึงนัดสุดท้ายนั่นเอง แม้จะทำผลงานในศึกลาลีกาได้แบบไม่ค่อยดีนัก เพราะยังคงอยู่ในโซนกลางตารางคะแนน แต่ว่าพร้อมโชว์ฟอร์มในเกมระดับสโมสรยุโรปได้อย่างยอดเยี่ยม ดูได้จากเมื่อช่วงฤดูกาลที่สามารถผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ได้สำเร็จ และนัดก่อนบุกไปไล่ต้อน ยูเวนตุส ในรอบ 16 นัดสุดท้าย นัดที่ 2 ได้แบบพลิกความคาดหมายถึง 3-0 จึงได้ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้นั่นเอง ซึ่งถือว่ามาได้ไกลเกินคาดเลยด้วย


แม้จะมีชื่อชั้นเป็นรองอยู่พอสมควรเลย แต่ "เรือดำน้ำ" ยังคงพร้อมต่อกรกับทีมใหญ่ๆ เพราะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมปราบเซียนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ "เสือใต้" ยังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝัก และแนวรุกไล่ยิงประตูได้แบบถล่มทลาย โดยเฉพาะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งนัดก่อนยิง "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 ประตูในเกมไล่ถล่ม เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ได้ด้วย คาดว่า บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสบุกไปเก็บชัยได้เลย แต่อาจจะไม่ได้ยิงชนะด้วยสกอร์แบบขาดลอย


ผลที่คาด : บียาร์เรอัล เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-2



ดู 209 ครั้ง