หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บียาร์เรอัล VS ลิเวอร์พูล

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดเยือน "เรือดำน้ำ" บียาร์เรอัล ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 คืนวันที่ 3 พ.ค.นี้ หลังตุนความได้เปรียบจากนัดแรกที่เปิดบ้านเก็บชัยมาได้ก่อนด้วยสกอร์ 2-0


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บียาร์เรอัล VS ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : บียาร์เรอัล VS ลิเวอร์พูล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2

บียาร์เรอัล VS ลิเวอร์พูล

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา ซารามิก้า

เวลา : 02.00 น.

ผลนัดแรก : ลิเวอร์พูล ชนะ บียาร์เรอัล 2-0


บียาร์เรอัล

อูไน เอเมรี่ กุนซือ "เรือดำน้ำ" เตรียมจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม เพื่อลุ้นพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้าชิง หลังจากนัดแรกบุกไปแพ้มาแบบสู้ไม่ได้ด้วยสกอร์ 0-2 โดยมีสถิติครองบอลได้เพียง 29% และมีโอกาสลุ้นยิงประตูในช่วงตลอดทั้งเกมแรกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยเกมนี้ตกอยู่ในสภาพหลังชนฝา เพราะจะต้องยิงประตูเอาชนะด้วยสกอร์ที่ห่างกันถึง 3 ลูก เช่น 3-0 หรือ 4-1 จึงจะได้พลิกทะลุเข้าสู่นัดชิงไปเลย แต่ถ้าชนะด้วยสกอร์ที่ห่างกันเพียง 2 ลูกเหมือนในนัดแรกจะต้องเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษกันต่อไป สำหรับนัดนี้มีสภาพทีมพร้อมกว่านัดแรก เพราะมีนักเตะหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง โดยเฉพาะ เกราร์ด โมเรโน่ ซึ่งมีลุ้นกลับมาสวมบทเป็นกองหน้าตัวความหวังสูงสุดนั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

เยโรนิโม่ รูญี่, ฮวน ฟอยธ์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, แพร์วิส เอสตูปินาน, เอเตียน กาปู, ดาเนี่ยล ปาเรโฆ, เยเรมี่ ปิโน่, โจวานี่ โล เซลโซ่, อาร์เนาท์ ดานยูม่า, เกราร์ด โมเรโน่


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เยโรนิโม่ รูญี่ ในฐานะนายด่านมือหนึ่ง ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอยู่แล้ว

แนวรับ : ไม่น่าจะเปลี่ยนจากเกมนัดแรก โดยคู่กองหลังยังคงเป็นหน้าที่ของ เปา ตอร์เรส ยืนคู่กับ ราอูล อัลบิโอล ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงน่าจะให้ แพร์วิส เอสตูปินาน ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม แม้ว่านัดแรกจะพลาดโดนบอลแฉลบเท้าจนเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไปเลยก็ตาม ขณะที่ ฮวน ฟอยธ์ จะยืนเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาต่อไป

แดนกลาง : พร้อมให้ เอเตียน กาปู กับ ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ ยืนเป็นตัวคุมเกมต่อไป เพราะเป็นคู่มิดฟิลด์ตัวหลักอยู่แล้วนั่นเอง และคาดว่า ฟรองซิส โกเกอแล็ง น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองด้วย

แนวรุก : น่าจะได้ เยเรมี่ ปิโน่ หายเจ็บกลับมาสวมบทเป็นปีกขวา และน่าจะให้ อาร์เนาท์ ดานยูม่า กลับไปยืนประจำการเป็นปีกซ้าย หลังจากที่ถูกขยับให้ไปสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าจำเป็นมาแล้วหลายเกมเลย ส่วน โจวานี่ โล เซลโซ่ เตรียมสวมบทเป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์เหมือนเช่นเคย

กองหน้า : ต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เกราร์ด โมเรโน่ เพิ่งฟื้นตัวจากโรคเดี้ยง แต่น่าจะได้กลับมายืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงในเกมชี้ชะตาเพื่อลุ้นกลับมาเป็นฝ่ายเข้าชิง ทำให้ ซามูเอล ชุควูเอเซ่ น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง แต่ยังพร้อมจัดทีมชุดที่ดีที่สุดลงสนามได้เหมือนเดิม เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเลย หลังตุนความได้เปรียบมาจากนัดแรกที่เก็บชัยในบ้านมาได้ก่อนด้วยสกอร์ 2-0 จึงถือไพ่เหนือกว่าเยอะเลย เพราะต่อให้บุกไปแพ้ด้วยสกอร์ที่หางกันเพียงแค่หนึ่งลูก เช่น 0-1 หรือ 1-2 ก็ยังจะได้ผ่านเข้าชิงอยู่ดี แต่อาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นในแนวรุก เพราะมีตัวเลือกให้หยิบมาใช้งานได้เพียบเลย และกำลังโชว์ฟอร์มกำลังเข้าฝักกันแทบจะทุกคนเลยด้วย จึงอาจะเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องได้เหมือนกัน


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิม่า โกนาเต้, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, ดิโอโก้ โจต้า, ซาดิโอ มาเน่


ผู้รักษาประตู : ยังคงใช้งานเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้มากที่สุด นั่นก็คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ซึ่งสวมบทเป็นนายด่านมือหนึ่งอยู่แล้ว จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

แนวรับ : เตรียมชั่งใจเลือกกองหลังให้ลงไปยืนคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แต่น่าจะเลือก อิบราฮิม่า โกนาเต้ เพราะทำผลงานในเกมสโมสรได้อย่างโดดเด่นลงไปเล่นเป็นตัวจริงเหนือกว่า โจเอล มาทิป ซึ่งจะถือว่าได้พักไปในตัวด้วย ส่วนฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งยังคงหน้าที่ของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สวมบทเป็นแบ็กขวาคนละฝั่งกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทางด้านซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : พร้อมใช้ 3 ตัวหลักต่อไป ซึ่งประกอบไปด้วย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงไปคุมเกมร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า ทำให้ นาบี้ เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์ รวมถึง อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน ต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อไปเหมือนเดิม

แนวรุก : ถือว่าเป็นสวนที่พร้อมที่สุดเลย เพราะมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้แบบเหลือล้น แต่จะดร็อป ดิว็อก โอริกี้ กับ ทาคูมิ มินามิโนะ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เพิ่งหายเจ็บ และยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตกันเสียก่อน คาดว่าจะดร็อป หลุยส์ ดิอาซ เพื่อเปิดทางให้ ดิโอโก้ โจต้า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยจะยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง ซาดิโอ มาเน่ ทางฝั่งขวา และ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ทางด้านซ้ายตามปกติ


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 3 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล เหนือกว่าเล็กน้อย โดยแบ่งออกเป็นชนะ 2 เกม และแพ้ 1 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อปี 2016 ปรากฎว่า บียาร์เรอัล เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 1-0


ทั้งนี้ บียาร์เรอัล เคยเผชิญหน้ากับทีมคู่แข่งจากอังกฤษในเกมระดับสโมสรยุโรปมาแล้วทั้งหมด 21 เกม ปรากฎว่า ชนะ 5 นัด เสมอ 8 นัด แพ้ 8 นัด โดยนัดล่าสุดที่ได้ดวลแข้งกับทีมคู่แข่งจากอังกฤษคือในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า "เรือดำน้ำ" บุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2


ส่วน ลิเวอร์พูล เคยเผชิญหน้ากับทีมคู่แข่งจากสเปนในเกมระดับสโมสรยุโรปมาแล้วทั้งหมด 49 เกม ปรากฎว่า ชนะ 19 นัด เสมอ 13 นัด และแพ้ 17 นัด โดยนัดล่าสุดที่ได้ดวลแข้งกับทีมคู่แข่งจากสเปนคือในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า "หงส์แดง" เปิดบ้านชนะ บียาร์เรอัล 2-0


ความน่าจะเป็น

เพราะว่าตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ได้ด้วยสกอร์ที่ห่างกันอยู่พอสมควร ทำให้ ลิเวอร์พูล เตรียมลงสนามด้วยสภาพที่ดูผ่อนคลายมากกว่า บียาร์เรอัล ซึ่งพร้อมใส่ทุกสรรพสิ่งที่มีอยู่ เพื่อพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะแล้วจะได้ตบเท้าเข้าชิงนั่นเอง แม้จะเป็นเรื่องที่ยากอยู่พอสมควรเลยก็ตาม


คาดว่า "หงส์แดง" น่าจะเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ได้ดีกว่า จึงไม่น่าจะเป็นฝ่ายปราชัยในเกมนี้ และน่าจะตบเท้าผ่านเข้าชิงไปลุ้นยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" เป็นสมัยที่ 7 กันต่อไป


ผลที่คาด : บียาร์เรอัล แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2

ดู 915 ครั้ง