หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : ลิเวอร์พูล VS บียาร์เรอัล

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน โดยแนวรุกใช้ 3 ประสานน่าจะให้ ดิโอโก้ โจต้า ลงไปยืนล่าตาข่ายร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ นัดต้อนรับ "เรือดำน้ำ" บียาร์เรอัล ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก คืนวันที่ 27 เม.ย.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : ลิเวอร์พูล VS บียาร์เรอัล
วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : ลิเวอร์พูล VS บียาร์เรอัล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก

ลิเวอร์พูล VS บียาร์เรอัล

สนาม : แอนฟิลด์

เวลา : 02.00 น.


ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีนักเตะตัวหลักได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว เพื่อลุ้นเก็บชัยตุนความได้เปรียบจากการลงเตะที่บ้านของตัวเองในเกมนัดแรกเอาไว้ก่อน แต่อาจจะต้องคิดหนักเรื่องการส่งนักเตะลงเล่นในบางตำแหน่ง ซึ่งน่าจะเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องได้เหมือนกัน เพราะหลายๆ คนกำลังโชว์ฟอร์มได้แบบเข้าฝัก โดยเฉพาะแนวรุกที่สามารถเลือกใช้งานผู้เล่นในแดนหน้าได้ทั้งหมดเลยด้วย เช่นเดียวกับแดนกลาง และแนวรับที่ทำผลงานได้ดีกันแทบจะทุกคนเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาทิป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, ดิโอโก้ โจต้า, ซาดิโอ มาเน่


ผู้รักษาประตู : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน เพราะยังคงเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้มากที่สุด นั่นก็คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ซึ่งสวมบทเป็นนายด่านมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง

แนวรับ : พร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามทั้งหมดเลย โดยคู่กองหลังอาจมีการชั่งใจว่าจะให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ลงไปเล่นเป็นตัวจริงหรือไม่ เพราะสามารถเติมเกมขึ้นไปช่วยยิงประตูในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ทั้ง 2 นัดเลย แต่น่าจะเลือกความแน่นอนด้วยการส่ง โจเอล มาทิป ลงไปยืนคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาจะเป็นหน้าที่ของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทางฝั่งซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : น่าจะดร็อป นาบี้ เกอิต้า กับ เจมส์ มิลเนอร์ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพื่อให้กัปตันทีม นั่นก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงไปคุมเกมร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า

แนวรุก : ยังคงมีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย แต่จะดร็อป ดิว็อก โอริกี้ กับ ทาคูมิ มินามิโนะ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม และต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ด้วยเช่นกัน แต่พร้อมให้ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ยืนประจำการอยู่ทางฝั่งซ้าย ส่วนทางฝั่งขวาน่าจะดร็อป หลุยส์ ดิอาซ เพราะต้องหลีกทางให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งจะได้ประสานงานกับ ดิโอโก้ โจต้า พร้อมยืนอยู่ตรงกลางอยู่แล้วด้วย


บียาร์เรอัล

อูไน เอเมรี่ กุนซือ "เรือดำน้ำ" พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพื่อลุ้นบุกไปเก็บชัยตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ให้ได้ก่อน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ไม่ส่งผลกระทบการจัดทีมลงสนามมากนัก เพราะว่าพวกนักเตะที่เดี้ยงส่วนใหญ่จะเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว ยกเว้นเพียงแค่ เกราร์ด โมเรโน่ กองหน้าตัวเก่งที่ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตกันอีกครั้ง แต่ยังคงมีผู้เล่นในแนวรุกคนอื่นๆ พร้อมทำหน้าที่แทนอยู่แล้วด้วย หากว่าไม่สามารถกลับมายืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงได้


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

เยโรนิโม่ รูญี่, ฮวน ฟอยธ์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, เปอร์วิส เอสตูปินาน, เอเตียน กาปู, ดาเนี่ยล ปาเรโฆ, เยเรมี่ ปิโน่, โจวานี่ โล เซลโซ่, มานู ทริเกรอส, อาร์เนาท์ ดานยูม่า


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เยโรนิโม่ รูญี่ ในฐานะนายด่านมือหนึ่งนั่นเอง

แนวรับ : ขาดเพียงแค่ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ เปอร์วิส เอสตูปินาน ลงไปยืนคนฝั่งกับ ฮวน ฟอยธ์ ในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนคู่กองหลังเป็นหน้าที่ของ ราอูล อัลบิโอล ยืนคู่กับ เปา ตอร์เรส เหมือนเช่นเคย

แดนกลาง : ไม่มี ฟรองซิส โกเกอแล็ง ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ เอเตียน กาปู กับ ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ ยืนคุมเกมด้วยกันต่อไป

แนวรุก : เกือบอยู่กันครบเลย โดยพร้อมให้ เยเรมี่ ปิโน่ ยืนเป็นปีกขวาคนฝั่งละกับ มานู ทริเกรอส ทางด้านซ้าย และน่าจะวาง โจวานี่ โล เซลโซ่ สวมบทเป็นตัวปั้นเกมเหมือนเดิม กองหน้า : ต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เกราร์ด โมเรโน่ เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ แต่น่าจะให้ อาร์เนาท์ ดานยูม่า สวมบทเป็นหัวหอกจำเป็นเพื่อยืนค้ำแนวรุกเอาไว้ก่อน


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 2 เกมในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2016 ปรากฎว่ามีตัวเลขเท่ากัน โดยแบ่งออกเป็นชนะ 1 เกม และแพ้ 1 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อปี 2016 ปรากฎว่า "หงส์แดง" เป็นฝ่ายชนะ 3-0


ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล เคยเผชิญหน้ากับทีมคู่แข่งจากสเปนในเกมระดับสโมสรยุโรปมาแล้วทั้งหมด 48 เกม ปรากฎว่า ชนะ 18 นัด เสมอ 13 นัด และแพ้ 17 นัด โดยนัดล่าสุดที่ได้ดวลแข้งกับทีมคู่แข่งจากสเปนคือในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า "หงส์แดง" เปิดบ้านชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-0


ส่วน บียาร์เรอัล เคยเผชิญหน้ากับทีมคู่แข่งจากอังกฤษในเกมระดับสโมสรยุโรปมาแล้วทั้งหมด 20 เกม ปรากฎว่า ชนะ 5 นัด เสมอ 8 นัด แพ้ 7 นัด โดยนัดล่าสุดที่ได้ดวลแข้งกับทีมคู่แข่งจากอังกฤษคือในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า "เรือดำน้ำ" เป็นฝ่ายแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด คาบ้าน 0-2


ความน่าจะเป็น

ยังคงอยู่บนเส้นทางลุ้นกวาดความสำเร็จในช่วงฤดูกาลนี้ให้ครบทั้ง 4 แชมป์กันต่อไป สำหรับ ลิเวอร์พูล ซึ่งยังคงมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งแบบสุดๆ เพราะไม่มีผู้เล่นตัวหลักเจอโรคเดี้ยงเล่นงานเลยด้วย เพื่อลุ้นยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" เป็นสมัยที่ 7 ไปเลย


ส่วน บียาร์เรอัล มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก จากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้จะมีชื่อชั้นเป็นรองอยู่พอสมควร แต่ว่าไม่สามารถมองข้ามไปได้เลย และจัดการเขี่ย 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส กับ บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบที่ผ่านมาได้แบบผิดคาดมาแล้ว และกุนซือ อูไน เอเมรี่ ได้ขึ้นชื่อว่าคุมทีมลงเล่นในเกมระดับสโมสรยุโรปได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ


คาดว่าจะเป็นเกมที่สนุก เพราะว่าทั้งสองทีมเล่นเกมรุกเป็นหลักเลยด้วย โดย "เรือดำน้ำ" เป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับไปแบบเฉียดขาดมากๆ และมีนักเตะในแดนหน้าที่มีความเร็วสูงอยู่หลายคนเลยด้วย ส่วน "หงส์แดง" ยังคงแกร่งทั่วแผ่นอยู่แล้ว แถมยังมีตัวเลือกในแนวรุกให้หยิบมาใช้งานได้เพียบเลยด้วย ทำให้ ลิเวอร์พูล พร้อมอาศัยความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้าน จึงน่าจะมีโอกาสเก็บชัยในถิ่นของตัวเองได้แบบไม่ยากเย็นนัก


ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ บียาร์เรอัล 2-0

ดู 782 ครั้ง