หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : เบนฟิก้า VS ลิเวอร์พูล

อัปเดตเมื่อ 7 เม.ย.

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมปรับทัพเพื่อให้พวกแข้งดังกลับมาลงสนามทั้งหมด โดยเฉพาะแนวรุกพร้อมส่ง ซาดิโอ มาเน่ คืนสนามให้กลับลงไปประสานงานกับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ นัดบุกไปเยือน "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิก้า ยังคงนำทัพโดย ดาร์วิน นูเญซ ดาวยิงตัวเก่งในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันที่ 5 เม.ย.นี้


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก

เบนฟิก้า VS ลิเวอร์พูล

สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุซ

เวลา : 02.00 น.


เบนฟิก้า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : ชนะ ปอร์ติโมเนนเซ่ 2-1 (เยือน)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : เสมอ วิเซล่า 1-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : ชนะ อาแจ๊กซ์ 1-0 (เยือน)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : ชนะ เอสโตริล 2-1 (เหย้า)

พรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส : แพ้ บราก้า 2-3 (เยือน)


เนลสัน เวริสซิโม่ กุนซือขัดตาทัพ "เหยี่ยวลิสบอน" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ บราก้า 2-3 ในศึกพรีไมร่า ลีกา โปรตุเกส แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีม เพราะยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะแนวรับยังคงมี 2 กองหลังจอมเก๋า นั่นก็คือ นิโกลัส โอตาเมนดี้ กับ แยน แฟร์ทองเก้น ส่วนแนวรุกพร้อม ดาร์วิน นูเญซ ดาวยิงตัวเก่งยืนค้ำแดนหน้าอย่างแน่นอน และยังคงเป็นดาวซัลโวประจำทีมจากการยิงไปแล้ว 23 ประตูในทุกรายการ


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

โอดีสเซอัส วลาโชดิมอส, กิลแบร์โต้, นิโกลัส โอตาเมนดี้, แยน แฟร์ทองเก้น, อเล็กซ์ กริมัลโด้, ราฟา, อเดล ทารับท์, ยูเลี่ยน ไวเกิ้ล, เอแวร์ตอน, กอนซาโล่ รามอส, ดาร์วิน นูเญซ


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ โอดีสเซอัส วลาโชดิมอส ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งต่อไป

แนวรับ : ไม่มี ลูคัส เวริสซิโม่ ได้รับบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ กิลแบร์โต้ ลงไปยืนเป็นแบ็กขวาฝั่งตรงข้ามกับ อเล็กซ์ กริมัลโด้ ทางฝั่งซ้าย ส่วนคู่กองหลังน่าจะใช้ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ยืนคู่กับ แยน แฟร์ทองเก้น เหมือนเดิม

แดนกลาง : น่าจะได้ อเดล ทารับท์ ฟิตกลับมายืนคุมเกมร่วมกับ ยูเลี่ยน ไวเกิ้ล ส่วนตัวริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งยังคงใช้ เอแวร์ตอน ยืนเป็นปีกซ้าย และวาง ราฟา สวมบทเป็นปีกซ้าย

แนวรุก : ไร้เงา โรดริโก้ ปินโญ่ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงน่าจะให้ กอนซาโล่ รามอส ยืนเป็นกองหน้าคู่กับ ดาร์วิน นูเญซ ผู้ยิงประตูจากนัดก่อนที่ช่วยให้ทีมผ่านเข้าถึงรอบนี้มาได้


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : แพ้ อินเตอร์ มิลาน 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 2-0 (เยือน)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เหย้า)


เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว และพร้อมให้พวกแข้งดังที่ได้พักจากนัดล่าสุดกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงด้วย โดยเฉพาะแนวรุกที่มีตัวเลือกให้ใช้งานได้แบบพร้อมเพรียงกัน และน่าจะได้เห็น ซาดิโอ มาเน่ กลับมาออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรกอีกครั้ง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาทิป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่, หลุยส์ ดิอาซ


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งเหมือนเดิม หลังเก็บคลีนชีทไม่เสียประตูมาแล้วถึง 4 เกมติดต่อกันในทุกรายการ

แนวรับ : น่าจะได้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หายเจ็บแล้วฟิตกลับมายืนเป็นประจำการในตำแหน่งแบ็กขวา ทำให้ โจ โกเมซ ต้องหลุดไปยืนเป็นตัวสำรองอีกครั้ง ส่วนแบ็กซ้ายยังคงใช้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ขณะที่คู่กองหลังน่าจะให้ โจเอล มาทิป กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยืนเป็นกองหลังคู่กันเหมือนเดิม

แดนกลาง : เตรียมดร็อป เคอร์ติส โจนส์ เพื่อให้ ฟาบินโญ่ กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงเพื่อคุมเกมร่วมกับ ติอาโก้ อัลคานทาร่า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พร้อมลงไปสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมแน่นอน

แนวรุก : พร้อมใช้ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ แกนเป็นตัวหลัก แต่น่าจะดร็อป โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ ดิโอโก้ โจต้า ซึ่งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมล่าสุด เพื่อให้ ซาดิโอ มาเน่ รวมถึง หลุยส์ ดิอาซ กลับมาลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกอีกครั้ง


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในเกมระดับสโมสรยุโรปมาแล้วทั้งหมด 10 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล เหนือกว่า เบนฟิก้า อยู่เล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 6 เกม และแพ้ 4 เกม แต่ไม่เคยลงเอยด้วยผลเสมอแม้แต่นัดเดียว ส่วนผลการเจอกันนัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อปี 2010 ปรากฎว่า "หงส์แดง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 4-1


สำหรับการพบกันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2006 ปรากฎว่า เบนฟิก้า เป็นฝ่ายชนะได้ทั้ง 2 เกมแบบเหย้า-เยือนเลย โดยนัดแรกเปิดบ้านเฉือนชนะ 1-0 และนัดที่ 2 สามารถบุกไปชนะได้อีกด้วยสกอร์ 2-0


ความน่าจะเป็น

ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ยังคงมีลุ้นกวาดแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้ครบทั้ง 4 รายการ หลังจากที่ได้แชมป์คาราบาว คัพ มาครองแล้วหนึ่งรายการ จึงยังเหลือให้ลุ้น 3 รายการ นั่นก็คือ แชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมป์เอฟเอ คัพ รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ว่าเสียฟอร์มจากเกมล่าสุดในถ้วยใบใหญ่สุดรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เพราะพลาดท่าแพ้ อินเตอร์ มิลาน คาบ้าน 0-1 แต่ไม่มีผลกับการผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ เพราะกินบุญเก่าจากนัดแรกที่บุกไปชนะมาก่อน 2-0 นั่นเอง โดยเกมนี้พร้อมให้พวกแข้งหลักลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมดไปเลย


ด้าน เบนฟิก้า ถือความได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ของแฟนบอล เพราะจะได้ลงเล่นในถิ่นตัวเอง และได้สร้างความเซอร์ไพรส์ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจัดการเขี่ย อาแจ๊กซ์ ตกรอบไปแบบพลิกความคาดหมายนั่นเอง รวมถึงในรอบแบ่งกลุ่มที่อยู่เหนือกว่า บาร์เซโลน่า จึงได้ลอยลำผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ด้วยนั่นเอง และเป็นเพราะว่าทำผลงานในเกมลีกลูกหนังโปรตุเกสได้ไม่ค่อยดีนัก โดยตอนนี้หล่นลงไปอยู่อันดับ 3 ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ในประเทศเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ จึงพร้อมหันไปทุ่มทุกสรรพกำลังเพื่อลุ้นยึดบัลลังก์เจ้าสโมสรยุโรปไปเลยได้เหมือนกัน


แน่นอนว่าชื่อชั้นของ ลิเวอร์พูล เหนือกว่า เบนฟิก้า อยู่พอสมควรเลย แต่จะไม่ประมาท "เหยี่ยวลิสบอน" ไม่ได้เลยด้วยเช่นกัน เพราะถ้าไม่แน่จริงก็คงจะไม่สามารถผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ แต่ว่า "หงส์แดง" มีขุมกำลังนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้เต็มไปหมดเลย ซึ่งรวมถึงแนวรุกที่อุดมไปด้วยกองหน้าระดับพระกาฬทั้งนั้นเลย คาดว่าทีมเยือนน่าจะเป็นฝ่ายบุกไปเก็บชัยจากนัดแรกได้ก่อน แต่ไม่น่าจะจบลงด้วยสกอร์แบบขาดหาย และน่าจะเป็นเฉือนชัยกันแบบห่างกันไม่เกินหนึ่งประตูเท่านั้น

ผลที่คาด : เบนฟิก้า แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2

ดู 121 ครั้ง