หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ

เพราะไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่เกิดขึ้น ทำให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องจำใจแยกทางกับ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสแบบไม่ได้อะไรติดไม้ติดมืออีกครั้งจนได้ หลังจากที่ดาวเตะวัย 29 ปีหมดสัญญาค้าแข้งเป็นเวลา 6 ปีเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถย้ายทีมในช่วงหลังหมดข้อผูกมัดแบบไม่มีค่าตัวอีกรอบได้เลยด้วย


ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ
ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ

เท่ากับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อจะได้ร่วมงานกับ ป็อกบา มาโดยตลอดเลยด้วยซ้ำ นับตั้งแต่เมื่อตอนที่ดึงตัวมาจาก เลอ อาฟร์ เพื่อให้ย้ายมาเป็นเด็กปั้นในทีมเยาวชนเมื่อปี 2009 ซึ่งต้องยอมจ่ายเงินค่าชดเชยในช่วงหลังจากที่มีการฟ้องร้องให้ก้อนหนึ่งด้วย หลังจากนั้นมิดฟิลด์ชาวเมืองน้ำหอมได้ก้าวเท้าขึ้นมาอยู่กับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2011 เพราะได้รับโอกาสจาก "เฟอร์กี้" เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นั่นเอง โดยเริ่มต้นจากสวมใส่เสื้อหมายเลข 42 แม้จะต้องรอคอยการลงสนามให้ทีมชุดใหญ่อยู่นานพอสมควร แต่มาได้รับโอกาสให้ลงประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรกจากการถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นนัดเปิดบ้านชนะ 2-0 เมื่อวันที่ 31 มกราคมปี 2012


หลังจากนั้น ป็อกบา ไม่ยอมต่อสัญญาเพื่ออยู่ปักหลักค้าแข้งกับสโมสรแบบไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้า เพราะได้ตัดสินใจย้ายไปซบ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในปี 2012 แบบไม่มีค่าตัว ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของ มิโน ไรโอล่า เอเย่นต์จอมเขี้ยวผู้ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง เพื่อโอกาสที่จะได้ลงสนามแบบสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน ทำให้ "เฟอร์กี้" ถึงกับควันออกหูเลยทีเดียว เพราะมองว่าเป็นการไม่เคารพ "ปีศาจแดง" ซึ่งเคยให้โอกาสได้แจ้งเกิดในวงการลูกหนัง แต่กลับไปซบกับสโมสรอื่นเพื่อจะได้รับเงินค่ากินเปล่าจากการย้ายทีมนั่นเอง หลังจากนั้นดาวเตะชาวเมืองน้ำหอมได้แจ้งเกิดแบบเต็มตัวได้สำเร็จ โดยได้รับโอกาสให้ลงเล่นแบบต่อเนื่อง และสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ตั้งแต่ช่วงฤดูกาลแรกที่ย้ายไปเล่นให้ทีมต้นสังกัดใหม่เลยด้วย


ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ
ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ

ทั้งนี้ ป็อกบา ได้ฝากผลงานกับ ยูเวนตุส ในช่วงระหว่าง 2012-2016 ได้แบบสุดแจ่มจากการยืนคุมเกมในแดนกลางร่วมกับ อันเดรีย ปิร์โล่ กับ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ซึ่งเป็น 2 มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลีระดับหัวแถวของโลกลูกหนังในยุคนั้น และทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสั่งสอนดาวเตะรุ่นน้องไปในตัวด้วย จึงค่อยๆ ได้ก้าวเท้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางฝีเท้าดีไปด้วยเลย และถูกเรียกตัวไปรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบันอีกต่างหาก โดยได้ลงสนามรับใช้บ้านเกิดไปแล้วเกือบ 100 ลูกเลยด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้ "ม้าลาย" ประสบความสำเร็จจากการกวาดแชมป์กัลโช่ เซเรีย เอ ได้มากถึง 4 สมัยติดต่อกัน หรือในช่วงตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งกับสโมสรนั่นเอง จึงกลายเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่มีหลายๆ ทีมอยากจะดึงไปร่วมทัพด้วย และโชคชะตาก็ได้นำพาให้ได้ย้ายกลับไปเล่นให้ทีมต้นสังกัดเก่าอีกครั้งหนึ่ง


เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจทุ่มเงินเพื่อดึง ป็อกบา ให้หวนกลับมาร่วมทีมเป็นรอบที่ 2 ในปี 2016 ด้วยค่าตัวแบบบ้าคลั่งสูงถึง 89 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เคยเสียไปแบบฟรีๆ มาก่อน แต่บอร์ดบริหารสโมสรในยุคนั้นมองหาดาวเตะชาวเมืองน้ำหอมมีความคุ้นเคยกับถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อยู่แล้วจากการที่เคยเป็นอดีตนักเตะตั้งแต่ในระดับเยาวชนมาก่อน จึงน่าจะกลับมาช่วยทีมที่ยังคงอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัวเพื่อไปสู่ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะว่านับตั้งแต่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจ "รีไทร์" ด้วยการปลดเกษียณตัวเองจากเกมลูกหนังในปี 2013 หลังจากนั้น "ปีศาจแดง" ต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันเลยด้วย โดยกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวหลักด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของ โจเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสที่ได้ก้าวเท้าเข้ามาสวมบทเป็นนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นั่นเอง


ทำให้ ป็อกบา กลายเป็นเจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกของยุคนั้นด้วยมูลค่าสูงถึง 89 ล้านปอนด์ไปเลย โดยตอนนั้นได้ทุบสถิติเดิมของ แกเรธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์เมื่อตอนที่ย้ายจาก "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกไปร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน ในปี 2013 ด้วยค่าตัว 86 ล้านปอนด์ไปเลยด้วย แต่ว่าดาวเตะชาวเมืองน้ำหอมถือครองสถิติค่าตัวแพงที่สุดได้ไม่นานนัก เพราะว่าต้องยอมหลีกทางให้กับ เนย์มาร์ ดาวเตะทีมชาติบราซิลเมื่อตอนที่ย้ายจาก "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ทีมมหาอำนาจลูกหนังแห่งเมืองกระทิงดุไปร่วมทัพ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีของลีก เอิง ฝรั่งเศส ด้วยค่าฉีกสัญญาที่มีมูลค่าสูงถึง 198 ล้านปอนด์ และยังคงรั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะนักเตะค่าตัวค่าตัวแพงที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบันนี้ต่อไป


ในช่วงระหว่างที่ค้าแข้งกับ "ปีศาจแดง" เป็นรอบที่ 2 ปรากฎว่า ป็อกบา ถูกวิจารณ์ว่าทำผลงานไม่คุ้มค่าตัวเลย เพราะโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยๆ อีกต่างหาก แถมยังชอบโฟกัสเรื่องนอกสนามอยู่เป็นประจำเลยด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนทรงผมอยู่บ่อยๆ จึงถูกมองว่าไม่ค่อยจะมีสมาธิให้กับการสร้างสรรค์ผลงานในสนามเท่าที่ควร และมีส่วนช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ได้เพียงแค่ 2 รายการ นั่นก็คือ แชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก รวมถึง แชมป์อีเอฟแอล คัพ ซึ่งกวาดมาได้ในช่วงฤดูกาล 2016/2017 นั่นเอง และเป็นถ้วยแชมป์ 2 รายการล่าสุดที่ได้สัมผัสอีกต่างหาก เพราะว่าหลังจากนั้นได้ห่างหายจากความสำเร็จมานานถึง 5 ปีแล้วด้วย แม้จะมีการเปลี่ยนตัวกุนซือมาแล้วถึง 3 ราย ไล่ตั้งแต่ โจเซ่ มูรินโญ่, โอเล่ กุนนาร์ โซลชา รวมถึง ราล์ฟ รังนิค แต่ว่าผลงานของสโมสรกลับยังไม่ดีขึ้นเหมือนอย่างที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตมาก่อน


ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ
ทุ่มแบบ "ผีแดง" เพื่อปล่อยฟรี "ป็อกบา" ถึง2รอบ

ทั้งนี้มีรายงานว่า "ปีศาจแดง" ต้องยอมแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงระหว่างที่ร่วมงานกับดาวเตะชาวฝรั่งเศสรอบที่ 2 เป็นเงินจำนวนมหาศาลแบบรวมทั้งหมดเกือบ 220 ล้านปอนด์เลยด้วย โดยDaily Mail สื่ออังกฤษได้มีการแจกแจงตัวเลขของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องสูญเสียไปให้กับ ป็อกบา ในช่วงตลอดระยะเวลาของสัญญาเป็นเวลา 6 ปีออกมาดังต่อไปนี้เลย ไล่ตั้งแต่ค่าตัวที่ต้องจ่ายให้กับ ยูเวนตุส เป็นเงินจำนวน 89 ล้านปอนด์ รวมถึงเงินกินเปล่าที่ต้องจ่ายให้กับ มิโน ไรโอล่า ซูเปอร์เอเยนต์ผู้ล่วงลับไปแล้วสูงถึง 39.27 ล้านปอนด์เลยด้วย นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้ปีละ 8.61 ล้านปอนด์ ก่อนจะลดลงมาเหลือ 7.75 ล้านปอนด์ในช่วงปีหลังๆ และต้องจ่ายค่าภาพลักษณ์ให้อีกปีละ 2.87 ล้านปอนด์ รวมถึงเงินโบนัสที่ต้องจ่ายให้จากการมีส่วนช่วยให้ทีมได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 4 ครั้งแบบทั้งหมดอีก 1.875 ล้านปอนด์ แถมยังต้องจ่ายโบนัสเป็นค่าความภักดีจากการอยู่ค้าแข้งกับสโมสรจนครบสัญญาอีก 3.78 ล้านปอนด์ จึงสามารถเคาะตัวเลขออกมาแบบรวมทั้งหมดสูงถึง 218.93 ล้านปอนด์เลยทีเดียว


แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่เคยคิดขาย ป็อกบา เพื่อแลกกับเงินค่าตัวเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายต้องเสียไปแบบฟรีๆ เป็นรอบที่ 2 ในช่วงหลังจากที่ทุ่มเงินเพื่อให้ย้ายกลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้งในช่วงตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งดีลสุดซ้ำจากการทำธุรกิจซื้อขายนักเตะของ "ปีศาจแดง" ได้เหมือนกัน หากเทียบสิ่งที่ได้รับจากการสูญเงินไปเป็นจำนวนมหาศาลเลยนั่นเอง


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 50 ครั้ง