หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา

แม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้รั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" จากการจัดอันดับโลกของ ฟีฟ่า หรือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ แต่ "ปีศาจแดงยุโรป" เบลเยี่ยม ยังคงเป็นหนึ่งในทีมลูกหนังระดับหัวแถวของโลกต่อไป เพราะอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีเต็มไปหมดเลย และถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ด้วยเช่นกัน หากดูจากรายชื่อของเหล่าผู้เล่นที่มีแต่พวกแข้งดังระดับ "ซูเปอร์สตาร์" ทั้งนั้นเลยด้วย แต่ว่ายังไปไม่ถึงฝั่งฝันจากการคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เสียที


โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา
โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา

ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เบลเยี่ยม เคยเป็นหนึ่งในทีมลูกหนังระดับหัวแถวของทวีปยุโรปมานานแล้ว แต่ว่าเคยประสบปัญหาขาดแคลนผู้เล่นฝีเท้าดีอย่างหนัก เมื่อตอนที่เข้าสู่ช่วงรอยต่อของยุคสมัยตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 80-90 ไปสู่ยุคมิลเลนเนียม หลังจากที่ใช้งานพวกนักเตะชุดเดิมมาแบบยาวนานมากๆ จึงถึงช่วงขาดตอนจากการที่ไม่สามารถปลุกปั้นนักเตะเยาวชนให้ก้าวเท้าขึ้นมาแทนที่ได้แบบทันเวลา ทำให้ "ปีศาจแดงยุโรป" เคยเข้าสู่ยุคตกต่ำจากการชวดไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลรายการใหญ่ๆ นานถึง 10 กว่าปีเลยทีเดียว หรือในช่วงหลังจากที่ได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2002 บนทวีปเอเชียเมื่อตอนที่ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ นั่นก็คือ เกาหลีใต้ กับ ญี่ปุ่น จับมือเป็นเจ้าภาพร่วมกันนั่นเอง


หลังจากนั้น เบลเยี่ยม ได้ลงมือแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการดำเนินนโยบายปลุกปั้นนักเตะเยาวชนกันแบบจริงจัง แม้จะเสียเวลาไปนานหลายปีเลย แต่ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ เพราะว่าพวกแข้งเด็กที่ได้ลงแรงปลุกปั้นขึ้นมาได้ผลิดอกออกผลจนสามารถก้าวเท้าขึ้นมาเป็นขุมกำลังสำคัญของทีมบ้านเกิดในยุคปัจจุบันทั้งนั้นเลย แถมยังค้าแข้งให้กับสโมสรฟุตบอลระดับชั้นของโลกกันเป็นแถวเลยด้วย ไม่ว่าจะเป็น ธีโบต์ กูร์ตัวส์, โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์, เควิน เดอ บรอยน์, เอเดน อาซาร์ รวมถึง โรเมลู ลูกากู เป็นต้น จึงได้รับการขนามนามให้เป็น "โกลเด้น เจเนอเรชั่น" หรือ "ยุคทอง" ของทัพลูกหนัง "ปีศาจแดงยุโรป" จนถึงตอนนี้ไปด้วยเช่นกัน หลังจากที่หวนกลับไปฟาดแข้งในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ได้แบบต่อเนื่อง และตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ ได้ตลอด


นับตั้งแต่เมื่อตอนที่เข้าสู่ยุคตกต่ำในช่วงหลังจากที่ได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2002 ทำให้ "ปีศาจแดงยุโรป" ไม่ได้ไปฟาดแข้งในศึกฟุตบอลรายการใหญ่ถึง 5 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่ ยูโร 2004 ที่ประเทศโปรตุเกส, ฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี, ยูโร 2008 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จับมือเป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศออสเตรีย, ฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และยูโร 2012 ที่ประเทศโปแลนด์จับมือเป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศยูเครน แต่หลังจากนั้น เบลเยี่ยม ได้ฟื้นคืนชีพพร้อมกับหวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ได้อีกครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลเป็นต้นมา และกลับมาเป็น "ขาประจำ" ที่ไม่เคยชวดไปโชว์ฝีเท้าในรายการใหญ่ๆ จนถึงปัจจุบันตามผลงานดังต่อไปนี้เลย


โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา
โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา

ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2014 ตอนนั้น "ปีศาจแดงยุโรป" อยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ มาร์ค วิลม็อตส์ ตำนานกองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมในช่วงทศวรรษ 90 และเป็นช่วงที่เพิ่งกลับมาลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ด้วยทีมสายเลือดใหม่ที่ได้ปลุกปั้นกันมานั่นเอง นำทัพโดย เควิน เดอ บรอยน์, เอเดน อาซาร์ รวมถึง โรเมลู ลูกากู ซึ่งยังคงเป็นตัวหลักในทีมยุคปัจจุบันเมื่อตอนสมัยที่เพิ่งแจ้งเกิดในเกมระดับชาติด้วยเพียง 20 ปีต้นๆ เท่านั้น โดยในรอบแรกเก็บชัยได้ครบทั้ง 3 เกม ไล่ตั้งแต่ชนะ แอลจีเรีย 2-1, ชนะ รัสเซีย 1-0 และชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ สหรัฐอเมริกา ช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 แต่ว่าต้องจอดป้ายเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เพราะพลาดท่าแพ้ อาร์เจนติน่า 0-1 จึงถือว่าทำผลงานในช่วงที่ได้กลับมาลงสนามในทัวรร์นาเมนต์อีกครั้งได้แบบน่าประทับใจไม่น้อยเลย


หลังจากนั้น เบลเยี่ยม ได้ตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส แม้ว่าเกมประเดิมสนามรอบแรกจะพลาดท่าแพ้ อิตาลี 0-1 แต่สามารถคว้าชัยในอีก 2 เกมได้จากนัดที่ชนะ ไอร์แลนด์ 3-0 และชนะ สวีเดน 1-0 จึงได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปไล่ถล่ม ฮังการี 4-0 แต่ว่าต้องจอดป้ายเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกแล้ว เพราะพลาดท่าแพ้ เวลส์ 1-3 ก่อนจะได้ไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียกันต่อเลย โดยคราวนี้มีการเปลี่ยนตัวกุนซือมาจาก โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ โค้ชชาวสเปน และในรอบแรกไล่เก็บชัยได้ครบทั้ง 3 เกม เริ่มจากชนะ ปานามา 3-0, ชนะ ตูนิเซีย 5-2 และชนะ อังกฤษ 1-0 จึงได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเฉือนชนะ ญี่ปุ่น 3-2 ส่วนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายชนะ บราซิล 2-1 จึงไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่น่าเสียดายที่แพ้ ฝรั่งเศส 0-1 จึงชวดผ่านเข้าไปเล่นนัดชิง แต่สามารถคว้าอันดับ 3 เป็นรางวัลปลอบใจจากการชนะ อังกฤษ 2-0 และเป็นการทำอันดับในศึกฟุตบอลโลกได้ดีที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เลยด้วย หลังจากที่เคยเข้าป้ายอันดับ 4 ในศึกฟุตบอลโลก 1986 ที่ประเทศเม็กซิโกนั่นเอง


โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา
โอกาสสุดท้ายของ "เบลเยี่ยม" เมื่อยุคทองใกล้หมดเวลา

ส่วนผลงานในศึกยูโร 2020 ที่ได้ไปเล่นในทัวร์นาเมนต์เป็นรายการล่าสุด ปรากฎว่ารอบแรกเก็บชัยได้ครบทั้ง 3 เกม ไล่ตั้งแต่ชนะ รัสเซีย 3-0, ชนะ เดนมาร์ก 2-1 และชนะ ฟินแลนด์ 2-0 ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายชนะ โปรตุเกส 1-0 แต่ต้องจอดป้ายเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกแล้ว เพราะพลาดท่าแพ้ อิตาลี 1-2 ทำให้ เบลเยี่ยม เริ่มถูกตั้งคำถามว่าเป็นชาติลูกหนังที่ดีพอสำหรับการคว้าแชมป์รายการใหญ่หรือไม่ เพราะถูกยกให้เป็นทีมเต็งแชมป์ในทุกทัวร์นาเมนต์ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันมาโดยตลอดเลย แต่ยังไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้เสียที และที่สำคัญเลยก็คือทัพลูกหนัง "ปีศาจแดงยุโรป" ชุดปัจจุบันใกล้จะหมดเวลาในช่วง "ยุคทอง" เสียแล้วด้วย เพราะว่านักเตะในทีมชุดนี้เริ่มมีอายุมากขึ้นไปตามกาลเวลาแล้วนั่นเอง และแต่ละมีอายุเข้าสูหลักเลข 3 นำหน้ากันเกือบหมดแล้วด้วย


ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ในช่วงปลายปีนี้ "ปีศาจแดงยุโรป" ไม่พลาดไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายด้วนเช่นกัน โดยถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม เอฟ ร่วมสายเดียวกับ แคนาดา, โมร็อคโก และ โครเอเชีย รองแชมป์โลกจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แม้ว่าตอนนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่ 2 จากการจัดอันดับโลกของ ฟีฟ่า หรือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เพราะเป็นรอง "แซมบ้า" บราซิล ซึ่งได้ขยับขึ้นไปรั้ง "เบอร์หนึ่ง" เพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น แต่ว่า เบลเยี่ยม ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งทีมเต็งแชมป์ของทุกรายการที่ได้เข้าร่วมฟาดแข้งต่อไปเหมือนเดิม และอาจจะต้องเร่งฝีเท้าเพื่อให้พบกับความสำเร็จในฐานะแชมป์รายการใหญ่ๆ ให้ได้เสียที หลังจากที่เคยทำผลงานในเกมระดับชาติได้ดีที่สุดคือการคว้ารองแชมป์ยูโร 1980 เพราะพลาดท่าแพ้ เยอรมันตะวันตก ในนัดชิงด้วยสกอร์ 1-2 ส่วนในศึกฟุตบอลโลกเคยทำผลงานได้ดีที่สุดคือการเข้าป้ายอันดับ 3 จากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว


ทำให้ เบลเยี่ยม ต้องพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองในศึกฟุตบอลโลก 2022 เพื่อทำให้ทุกคนได้เห็นว่าคู่ควรกับความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติ หลังสวมเป็น "พระเอกตกม้าตาย" จากการกระเด็นตกรอบก่อนเวลาอันควร และไม่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนไปถึงรอบชิงชนเลิศเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้ได้เสียที และตอนนี้ใกล้หมดเวลาของพวกนักเตะในช่วง "ยุคทอง" อีกต่างหาก ถ้าดูจากอายุอานามของพวกแข้งดังแต่ละคนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไปตามกาลเวลานั่นเอง แต่ยังคงอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของอาชีพค้าแข้งระดับสโมสรกันทั้งนั้นเลย จึงเป็นเหมือนโอกาสสุดท้ายของ "ปีศาจแดงยุโรป" ได้เหมือนกัน


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 22 ครั้ง