หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"ซน" ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกแต่ไม่ใช่ขวัญใจเพื่อนร่วมอาชีพ

เพราะว่าเลือกเส้นทางในอาชีพค้าแข้งที่ต้องจากบ้านเกิดบ้านนอนในทวีปเอเชีย เพื่อไปยืนปักหลักล่าตาข่ายตามบทบาทของผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าบนทวีปยุโรปมานานถึง 12 ปีแล้ว นับตั้งแต่ ซน ฮึง-มิน ยอดกองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ได้เริ่มต้นแจ้งเกิดกับ "สิงห์เหนือ" ฮัมบูร์ก ในเยอรมนีเมื่อปี 2010 และได้ย้ายไปสร้างชื่อกับ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ระหว่างปี 2013-2015 ก่อนจะย้ายไปลงหลักปักฐานกับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ บนเกาะอังกฤษตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา


"ซน" ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกแต่ไม่ใช่ขวัญใจเพื่อนร่วมอาชีพ
"ซน" ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกแต่ไม่ใช่ขวัญใจเพื่อนร่วมอาชีพ

เมื่อเข้าสู่ปี 2022 ซน ฮึง-มิน ได้โชว์ศักยภาพของความเป็นยอดดาวยิงออกมาได้แบบเต็มขั้น จึงได้ผงาดคว้ารางวัล "รองเท้าทองคำ" ในฐานะดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2021/2022 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปได้สำเร็จด้วยจำนวน 23 ประตู ซึ่งเป็นตัวเลขที่เท่ากับผลงานของ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในฐานะดาวซัลโวร่วมกันพอดีเลย


ทำให้ดาวเตะเลือดโสมขาววัย 29 ปีได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะจากทวีปเอเชียคนแรกที่ได้ยึดตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก และที่เจ๋งไปกว่านั่นก็คือทั้ง 23 ประตูที่ยิงได้มาจากการซัดด้วยตัวเองล้วนๆ แบบไม่มีการสังหารจุดโทษเลยแม้แต่ลูกเดียว นอกจากนี้ ซน ฮึง-มิน ยังได้จารึกชื่อเป็นนักเตะจากทวีปเอเชียคนที่ 3 ที่ได้ยึดตำแหน่งดาวซัลโวในลีกยุโรปต่อจาก 2 แนวรุกทีมชาติอิหร่านในยุคปัจจุบัน


ไล่ตั้งแต่ อาลีเรซ่า จาฮานบัคห์ ซึ่งตอนนี้ค้าแข้งกับ เฟเยนูร์ด โดยเคยรั้งตำแหน่งดาวซัลโวเอเรดิวิซี่ หรือลีกสูงสุดของฮอลแลนด์ เมื่อตอนสมัยที่ค้าแข้งกับ อาแซด อัล์คมาร์ ในช่วงฤดูกาล 2017/2018 ด้วยจำนวน 21 ประตู และเคยย้ายมาโชว์ฝีเท้าในศึกพรีเมียร์ลีกกับ ไบรท์ตัน ในช่วงระหว่างปี 2018–2021 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอย่างที่หมายมั่นปั้นมือเอาไว้ เพราะไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริงเสียเท่าไรนัก และส่วนใหญ่จะต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามด้วย จึงตัดสินใจย้ายไปกลับค้าแข้งในลีกลูกหนังแดนกังหันลมเหมือนอย่างที่คุ้นเคยอีกครั้งตั้งแต่เมื่อช่วงปีก่อนดีกว่า แต่ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนอย่างเมื่อตอนที่เป็นดาวซัลโวออกมาโชว์ได้สำเร็จ


ส่วนอีกรายของ ซาร์ดาร์ อัซมูน ซึ่งตอนนี้ค้าแข้งกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมต้นสังกัดเก่าของดาวเตะเลือดโสมขาวในลีกลูกหนังเยอรมันเสียด้วย โดยเคยรั้งตำแหน่งดาวซัลโวรัสเซียน พรีเมียร์ลีก หรือลีกสูงสุดของดินแดนหมีขาว เมื่อตอนสมัยที่ค้าแข้งกับ เซนิท เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในช่วงฤดูกาล 2019/2020 ด้วยจำนวน 17 ประตู ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับ อาร์เต็ม ซูบ้า อดีตเพี่อนร่วมทีมต้นสังกัดในฐานะดาวซัลโวร่วมกันเมื่อช่วงซีซั่นดังกล่าว แต่ว่าชื่อชั้นของ ซน ฮึง-มิน อาจจะดูเหนือกว่าตรงที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ลีกใหญ่ระดับหัวแถวของทวีปยุโรปนั่นเอง


แม้จะโชว์ฟอร์มจากเมื่อช่วงฤดูกาล 2021/2022 ได้แบบน่าประทับใจ และได้ขึ้นแท่นเป็นนักเตะจากทวีปเอเชียคนแรกที่ได้ครองตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกจากการสอยตาข่ายแบบไม่มีจุดโทษเข้ามาเจือปนได้มากถึง 23 ประตู ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับผลงานแบบที่มีลูกจุดโทษเข้ามาผสมของ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ พอดีเลย แต่ว่า ซน ฮึง มิน กลับไม่ได้ลุ้นรางวัลขวัญใจเพื่อนนักเตะบนเกาะอังกฤษ เพราะไม่มีรายชื่อติดโผเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงไปแบบไม่น่าเชื่อเลย


ทั้งนี้ PFA หรือ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ได้ประกาศรายชื่อ 6 นักเตะที่ได้เข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ซึ่งจะได้รับเลือกจากผลโหวตของบรรดาสมาชิกที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่บนเกาะอังกฤษนั่นเอง ปรากฎว่า ซน ฮึง มิน ไม่ได้รับการเสนอชื่อแบบค้านสายตาแฟนบอล สำหรับรายชื่อของ 6 นักเตะที่มีลุ้นคว้ารางวัลนี้มาจาก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มากที่สุดถึง 3 คน ได้แก่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โมฮาเม็ด ซาล่าห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ส่วนนักเตะของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกมีรายชื่อติดโผเพียงคนเดียว นั่นก็คือ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลนี้จาก 2 ฤดูกาลหลังสุดด้วย


ด้าน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะจอมเก๋าของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายชื่อติดโผด้วยเช่นกัน แม้ว่าทีมต้นสังกัดจะทำผลงานในภาพรวมได้ไม่น่าประทับใจเลยก็ตาม ปิดท้ายด้วย แฮร์รี่ เคน อีกหนึ่งกองหน้าของ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมเดียวกับ ซน ฮึง มิน มีรายชื่อติดโผเป็นผู้ท้าชิงไปด้วยเลย จึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกเอ่ยถึงมากกว่าเรื่องของผลการประกาศรางวัลไปเลย หลังจากที่ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ หรือ PFA ได้เปิดเผยรายชื่อของนักเตะที่ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี รวมถึงเรื่องของการประกาศรายชื่อ 11 นักเตะที่ได้รับเสียงโหวตให้ติดโผอยู่ในทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2021/2022 ด้วยเช่นกัน


ปรากฎว่าไม่มีชื่อของ ซน ฮึง-มิน ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้ติดโผแบบค้านสายตาแฟนบอลเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่โชว์ฟอร์มในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาได้อย่างโดดเด่น และได้จารึกชื่อเป็นนักเตะจากทวีปเอเชียคนแรกที่ได้ครองรางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก นับตั้งแต่ PFA ไม่ใส่ชื่อของดาวเตะเลือดโสมขาวติดโผเป็น 1 เป็น 6 ผู้ท้าชิงรางวัล "นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี" หรือเทียบได้กับตำแหน่งขวัญใจเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน เพราะบรรดาพ่อค้าแข้งบนเกาะอังกฤษที่เป็นสมาชิกของ PFA จะได้สิทธิ์โหวตเลือกคนที่เห็นว่าเหมาะสมนั่นเอง ทำให้ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนี้ประจำปี 2022 และเป็นครั้งที่ 2 ต่อหนแรกที่เคยได้รับมาแล้วในปี 2018 อีกต่างหาก


เท่านั้นยังไม่พอ ซน ฮึง-มิน ยังไม่มีรายชื่อติดโผเป็น 11 นักเตะในทีมยอดเยี่ยมของ PFA อีกด้วย เพราะไม่ได้รับเลือกจากบรรดาเพื่อนนักเตะร่วมอาชีพเดียวกันนั่นเอง โดยส่วนใหญ่ได้โหวตเลือกเหล่าดาวเตะของ ลิเวอร์พูล มีชื่อติดทีมมากที่สุดถึง 6 คนเลยด้วย สำหรับรายชื่อ 11 นักเตะใน ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA ตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3 มีดังนี้เลย


ผู้รักษาประตู : อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล)

กองหลัง : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล), อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (เชลซี), เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล), เจา กานเซโล่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองกลาง : แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ติอาโก้ อัลคานทาร่า (ลิเวอร์พูล), เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองหน้า : โมฮาเม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด), ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)


ด้วยเหตุนี้เหล่าแฟนบอลจึงต่างพากันตั้งคำถามว่าเหตุไฉน ซน ฮึง-มิน จึงไม่มีรายชื่อลุ้นรางวัลของ PFA แบบค้านสายตาของผู้คนเป็นอย่างมาก และไม่มีชื่อติดโผอยู่ในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีเสียด้วยซ้ำ ซึ่งอาจจะต้องไปถามบรรดาเพื่อนนักเตะร่วมอาชีพเดียวกันว่าทำไมถึงไม่เลือกดาวเตะเลือดโสมขาว ทั้งๆ ที่ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาได้ดีมากๆ เลย ทำให้เหล่ากองเชียร์ในโลกโซเซียลมีเดียต่างพากันคิดสงสัยในทำนองที่ว่าอาจจะเป็นเพราะ ซน ฮึง-มิน เป็นนักเตะจากทวีปเอเชีย จึงอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างได้เหมือนกัน


แม้จะไม่ได้เป็นขวัญใจเพื่อนนักเตะแบบค้านสายตามหาชน แต่อย่างน้อย ซน ฮึง มิน ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะขวัญใจของแฟนบอลทั่วโลกต่อไปเหมือนเดิม


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 84 ครั้ง