หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง

แม้จะเคยเป็นอดีตนักเตะระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษ และ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ เวย์น รูนีย์ กลับเริ่มต้นงานคุมทีมลูกหนังในฐานะ "กุนซือ" ได้ไม่แจ่มเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น เพราะไม่สามารถช่วยให้ "แกะเขาเหล็ก" ดาร์บี้ เคาน์ตี้ รอดพ้นจากการตกชั้นในช่วงฤดูกาล 2021/2022 ได้สำเร็จ และต้องจำใจหล่นจากเดอะแชมเปี้ยนชิพลงไปเล่นในลีก วัน หรือระดับดิวิชั่น 3 ของอังกฤษไปแบบน่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย


"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง
"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง

เนื่องจากตำนานกองหน้าวัย 36 ปีได้แสดงความเป็น "คนจริง" ตามสไตล์การเล่นฟุตบอลที่ดุดันตั้งแต่ตอนสมัยที่เป็นนักเตะ เพราะไม่ยอมทิ้ง ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ซึ่งเป็นทีมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของเขานั่นเอง แม้จะประสบเรื่องการเงินอย่างหนักจนถึงล้มละลายได้ทุกเมื่อเลยด้วย แต่ รูนี่ย์ ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่าพร้อมอยู่คุมทีมต้นสังกัดปัจจุบันต่อไปอย่างแน่นอน เพื่อจะได้ร่วมหัวจมท้ายในการลุ้นพาทีมเลื่อนชั้นกลับคืนสู่จุดเดิมในเดอะแชมเปี้ยนชิพ หรือระดับดิวิชั่น 2 ของประเทศให้ได้อีกครั้งหนึ่งนั่นเอง หลังจากที่ "แกะเขาเหล็ก" ต้องกระเด็นตกชั้นลงไปเริ่มต้นกันในลีก วัน และเป็นครั้งแรกที่ต้องหล่นลงไปอยู่ในลีกระดับดิวิชั่น 3 ในรอบ 36 ปีเลยด้วย นับตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา


ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีก่อน รูนี่ย์ ได้เริ่มต้นแจ้งเกิดในวงการลูกหนังโลกจากการเด็กปั้นในทีมเยาวชนของ "ทอฟฟีสีน้้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในปี 2002 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น และโด่งดังเป็นพลุแตกจากการยิงประตูชัยตอนนาทีสุดท้ายให้ทีมเปิดบ้านเฉือนชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล 2-1 พร้อมกับหยุดสถิติไร้พ่าย 30 เกมของทีมคู่แข่งฝั่งตรงข้ามได้ด้วย ทำให้กองหน้าร่างอวบกลายเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมของยุคนั้นไปด้วยเลย เพราะได้รับความสนใจจากพวกยักษ์ใหญ่หลายๆ สโมสรที่ได้ตั้งท่าพร้อมดึงไปปลุกปั้นต่อเลยนั่นเอง หลังจากที่ฝากผลงานยิงประตูให้ทีมต้นสังกัดแรกในชีวิตได้อยู่พอสมควร และมีสไตล์การเล่นที่ดุดันแบบห้าวเกินวัยเหลือเกิน แถมยังพร้อมพาบอลตะลุยไปข้างหน้าด้วยตัวเองเพื่อจะได้มีลุ้นยิงประตูในทุกจังหวะที่มีโอกาสเลยด้วย


ทำให้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ "เฟอร์กี้" เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตได้ตัดสินใจทุ่มเงินด้วยมูลค่ารวมสูงถึง 27 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัว รูนีย์ ซึ่งตอนนั้นมีอายุไม่ถึง 20 ปีเข้ามาเสริมทัพเสียเลย และเริ่มต้นประเดิมสนามนัดแรกได้แบบน่าประทับใจสุดๆ เพราะสามารถซัด "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 ประตูให้ทีมเปิดบ้านไล่ถล่ม เฟเนร์บาห์เช่ ทีมจากตุรกีแบบขาดลอยด้วยสกอร์ 6-2 ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก เมื่อปี 2004 พร้อมกับสร้างสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ซัดแฮตทริกในเกมถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปยุโรปได้ด้วยวัย 18 ปี 340 วัน ซึ่งยังคงเป็นเจ้าของสถิตินี้มาจนถึงปัจจุบันอีกต่างหาก


"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง
"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง

หลังจากนั้น รูนีย์ ได้เดินหน้าถล่มตาข่ายให้ "ปีศาจแดง" ได้แบบเป็นกอบเป็นกำ และพาทีมประสบความสำเร็จได้แบบต่อเนื่องเลย หลังจากที่ได้ปักหลักค้าแข้งอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด จนถึงปี 2017 ซึ่งกินเวลานานถึง 13 ปีเลยทีเดียว โดยเฉพาะการคว้าแชมป์บนเกาะอังกฤษได้ทุกรายการเลย ไล่ตั้งแต่แชมป์พรีเมียร์ลีกได้มากถึง 5 สมัยในฤดูกาล 2006/2007, 2007/2008, 2008/2009, 2010/2011 และ 2012/2013 นอกจากนี้ยังได้แชมป์เอฟเอ คัพ อีกหนึ่งสมัยในปี 2016 รวมถึงแชมป์เอเอฟแอล คัพ 3 สมัยในปี 2006, 2010 และ 2017 นอกจากนี้ยังเคยได้แชมป์คอมนูนิตี้ ชิลด์ อีกถึง 4 ครั้งในปี 2007, 2010, 2011 และ 2016 แถมยังเคยได้รับเลือกให้คว้ารางวัลเกียรติส่วนตัวอีกหลายรายการเลยด้วย โดยเฉพาะรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งศึกพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2009/2010 นั่นเอง


นอกจากนี้ รูนีย์ ยังสามารถนำทัพ "ปีศาจแดง" ประสบความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ระดับทวีปได้อีกต่างหาก ไล่ตั้งแต่การยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" จากการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้หนึ่งสมัยในช่วงฤดูกาล 2007/2008 โดยในนัดชิงเป็นฝ่ายเฉือนชนะ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ช่วงดวลจุดโทษตัดสินได้แบบหวุดหวิด หลังเสมอกันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษครบ 120 นาทีด้วยสกอร์ 1-1 และต่อยอดไปสู่การชูถ้วยแชมป์สโมสรโลก "ฟีฟ่า คลับ เวิล์ด คัพ" ในปี 2008 อีกต่างหาก แถมยังเคยได้สัมผัสแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ในปี 2017 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการสุดท้ายร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง และยังคงเป็นเจ้าของตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรจนถึงปัจจุบัน โดยสอยตาข่ายได้มากถึง 253 ลูกจากการลงสนามไปทั้งหมด 559 เกมในทุกรายการ จึงอยู่เหนือกว่าอันดับ 2 นั่นก็คือ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานดาวยิงรุ่นคุณปู่ของทีมชาติอังกฤษในช่วงทศวรรษ 60-70 ด้วยจำนวน 249 ประตู


ทั้งนี้ รูนีย์ ได้ตัดสินใจหวนกลับไปร่วมทัพ เอฟเวอร์ตัน เป็นรอบที่ 2 ในช่วงหลังจากที่อำลา "ปีศาจแดง" แต่ได้อยู่ค้าแข้งเพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น เพราะว่าหลังจากนั้นได้ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งในถิ่นต่างแดนดูบ้าง โดยได้ย้ายไปร่วมทัพ ดีซี ยูไนเต็ด ในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2018-2020 ก่อนจะหวนกลับมาค้าแข้งบนอังกฤษอีกครั้ง เพราะว่าตอนนั้นยังไม่อยากจะเลิกเล่นฟุตบอล จึงได้ย้ายไปร่วมทัพ ดาร์บี้ ในปี 2020 โดยได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลควบกับตำแหน่งโค้ชไปด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำหน้าที่เป็นกุนซืออีกต่างหาก เนื่องจาก "แกะเขาเหล็ก" ได้ตัดสินใจปลด ฟิลิปป์ โคคู โค้ชชาวดัตช์ออกจากตำแหน่งในช่วงต้นฤดูกาล 2020/2021 จึงมีการมอบหมายให้อดีตดาวยิงวัย 36 ปีให้ทำหน้าที่คุมทีมร่วมกับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชอีก 3 คนไปก่อน และได้รับการแต่งตั้งให้สวมบทเป็นกุนซือแบบคนเดียวไปเลยในช่วงเวลาต่อมา


"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง
"รูนีย์" ประเดิมงานกุนซือไม่สวยแต่ได้ใจตามสไตล์คนจริง

ทำให้ รูนีย์ ต้องตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกอาชีพค้าแข้งในปี 2021 เพื่อจะได้โฟกัสให้กับงานกุนซือแบบเต็มที่นั่นเอง โดยตอนนั้น ดาร์บี้ เริ่มประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก จึงต้องคุมทีมแบบจำกัดจำเขี่ยไปก่อน แต่ยังสามารถาพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นจากเดอะแชมเปี้ยนชิพในช่วงฤดูกาล 2020/2021 ได้แบบหวุดหวิด แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูกาล 2021/2022 "แกะเขาเหล็ก" ต้องถูกหักคะแนนในช่วงก่อนเริ่มต้นซีซั่นนี้มากถึง 21 แต้มเลยทีเดียว ซึ่งมาจากความผิดพลาดของผู้บริหารสโมสรชุดก่อนที่จัดการดูแลเรื่องการเงินได้อย่างย่ำแย่เหลือเกิน จึงต้องคุมทีมไปตามสภาพของสโมสรที่ยังตามหาเจ้าของคนใหม่ไม่ได้เสียที และต้องจำใจใช้งานพวกนักเตะเยาวชนไปด้วยเลย


แต่อดีตดาวยิงวัย 36 ปีสามารถนำทัพ "แกะเขาเหล็ก" ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้แบบน่าประทับใจ และถ้าไม่โดนลงโทษหักแต้มถึง 21 คะแนน ตอนนี้ ดาร์บี้ จะรอดพ้นจากการตกชั้นในช่วงฤดูกาล 2021/2022 ซึ่งเป็นไปตามผลงานจากผลการแข่งขันที่ทำได้จริงๆ ไปแล้วด้วย เพราะจะได้อยู่ห่างโซนตกชั้นหลายแต้มเลยทีเดียว ทั้งนี้ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ได้เคยทาบทามให้ รูนีย์ ย้ายไปรับงานคุมทีมต้นสังกัดเก่าด้วย แต่ตำนานกองหน้าร่างอวบเลือกที่จะตอบปฏิเสธงานคุมทีมต้นสังกัดแรกในอาชีพค้าแข้ง เพราะได้ตัดสินใจไม่ทิ้ง ดาร์บี้ ในยามวิกฤต เพื่อจะได้อยู่ร่วมหัวจมท้ายร่วมกันสู้ให้ถึงที่สุดนั่นเอง แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถฝืนโชคชะตาไปได้ก็ตาม


ด้วยเหตุนี้ รูนีย์ จึงได้รับคำสดุดีจากหลายฝ่ายๆ ในฐานะ "คนจริง" ที่ไม่ยอมทิ้งทีมในยามทุกข์ยาก แม้จะเริ่มต้นงานกุนซือเป็นครั้งแรกในชีวิตได้แบบไม่สวยหรู แต่ว่าได้ใจของหลายๆ คนไปครองเรียบร้อยแล้ว จึงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าตำนานดาวยิงวัย 36 ปีจะมีโอกาสได้ ใหญ่ๆ หรือไม่


สามารถเยียมชมบทความอื่นๆได้ที่ นี้

ดู 63 ครั้ง