หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

เพราะยังคงค้าแข้งอยู่จนถึงยุคปัจจุบัน แม้ว่าตอนนี้จะมีอายุมากถึง 37 ปีแล้วก็ตาม ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะกัปตันทีมชาติโปรตุเกสพร้อมเดินหน้ายิงประตูในเกมลูกหนังระดับต่างๆ กันต่อไป โดยเฉพาะในเกมระดับชาติที่สร้างสถิติต่างๆ เอาไว้มากมายเลย


"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่
"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ตอนนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ยิงประตูในเกมระดับชาติได้มากที่สุดในโลกลูกหนัง นับตั้งแต่เริ่มต้นรับใช้บ้านเกิดเมื่อปี 2003 หลังจากนั้นดาวเตะวัย 37 ปีได้เดินหน้าสอยตาข่ายในเกมระดับชาติแบบต่อเนื่องยาวนานถึง 19 ปีเลยทีเดียว โดยยิงไปแล้วถึง 117 ลูกจากการลงเล่นในเกมระดับชาติไปแล้ว 189 เกม ซึ่งยังคงรังอันดับ 1 เหนือกว่า อาลี ดาอี ตำนานกองหน้าทีมชาติอิหร่านที่เคยเป็นเจ้าสถิตินี้มาแบบยาวนานนับทศวรรษ แต่ต้องร่วงลงไปอยู่อันดับ 2 ตามผลงานที่เคยฝากเอาไว้ด้วยจำนวน 109 ประตูจากการลงสนามในเกมระดับชาติระหว่างปี 1993–2006 ไปทั้งหมด 148 เกมนั่นเอง


หากลองส่องผลงานการยิงประตูในเกมระดับชาติของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงไปแล้วจะพบว่ายิงประตูจากการลงเล่นในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกได้มากที่สุด โดยสอยตาข่ายได้มากถึง 36 ลูกจากการลงเตะในรอบคัดเลือกโซนยุโรปไปทั้งหมด 36 เกม และจัดการซัลโวตาข่าย ลักเซมเบิร์ก ได้มากที่สุดในเกมระดับชาติถึง 9 ลูกเลยด้วย นอกจากนี้ยังได้ฝากผลงานยิงประตูในรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือที่เรียกกันแบบสั้นๆ ว่า ยูโร ได้มากที่สุดแบบรองลงมาถึง 31 ลูกจากการลงสนามไปแล้ว 35 เกม ส่วนผลงานในเกมนัดกระชับมิตรได้จารึกตัวเลขเอาไว้ด้วยจำนวน 20 ลูกจากการลงเตะในเกมอุ่นแข้งไปแล้ว 52 นัด


"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่
"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

แต่ถ้าลองส่องผลงานการสอยตาข่ายในระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ โดยเฉพาะ 2 รายการใหญ่ที่สุด ไล่ตั้งแต่ในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก รวมถึงเกมฟาดแข้งที่ใหญ่ที่สุดในระดับทวีปตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศโปรตุเกส ซึ่งชาติบ้านเกิดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นั่นก็คือเกมรอบสุดท้ายของศึกยูโรจะพบว่าดาวเตะวัย 37 ปีได้ฝากผลงานสอยตาข่ายใน 2 ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวไปแล้ว 21 ประตูจากการลงสนามไปแล้วทั้งหมด 42 เกม โดยแบ่งออกเป็นการซัลโวในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกไปแล้ว 7 ลูกจากการลงเล่น 17 เกมในเกมรอบสุดท้ายทั้งหมด 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2006, ฟุตบอลโลก 2010, ฟุตบอลโลก 2014 และฟุตบอลโลก 2018 แถมยังฝากผลงานยิงในเกมรอบสุดท้ายของศึกยูโรมากถึง 14 ลูกจากการลงเล่นไปแล้ว 25 เกม ซึ่งยังคงเป็นสถิติสอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายของศึกยูโรได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบันอยู่ด้วย


เท่ากับว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงรั้งอันดับ 3 ในฐานะดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติจากการฝากผลงานสอยตาข่ายใน 2 รายการใหญ่ที่สุดดังกล่าวไปแล้วทั้งหมด 21 ประตู จึงยังคงมีสถิติตามหลัง 2 ดาวยิงระดับตำนานจากทวีปอเมริกาใต้ แต่ว่าไล่ตามหลังอันดับ 2 และอันดับ 1 เพียงแค่ไม่กี่ประตูเท่านั้น ทำให้ดาวเตะวัย 37 ปีมีโอกาสแซงหน้าขึ้นไปรั้งตำแหน่ง "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะเจ้าของสถิตินี้ได้เหมือนกัน หากสามารถยิงประตูในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ได้ต่อไปเรื่อยๆ หากว่ายังไม่ตัดสินใจเลิกรับใช้บ้านเกิดในเกมระดับชาติไปเสียก่อน


"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่
"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

สำหรับอันดับ 2 ยังคงเป็นของ "บาติโกล" กาเบรียล บาติสตูต้า ตำนานกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ซึ่งเคยฝากผลงานยิงประตูในเกมระดับชาติระหว่างปี 1991-2002 ได้มากถึง 56 ลูกจากการลงสนาม 78 เกม โดยสามารถแบ่งออกเป็นการสอยตาข่ายใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ดังต่อไปนี้เลย เริ่มต้นกันด้วยการยิงประตูในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้ทั้งหมด 10 ลูกจากการลงสนาม 12 เกมในเกมรอบสุดท้ายทั้งหมด 3 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 1994, ฟุตบอลโลก 1998 และฟุตบอลโลก 2002 นอกจากนี้ได้สอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ได้มากถึง 13 ประตู เท่ากับว่าอดีตดาวยิงวัย 53 ปีได้จัดการซัลโวใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ดังกล่าวไปทั้งหมด 23 ประตู


"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่
"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ส่วนอันดับ 1 ยังคงเป็นของ โรนัลโด้ ตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิล ซึ่งเป็นเจ้าของสมญานามแบบไทยๆ ว่า "โล้นทองคำ" นั่นเอง โดยเคยฝากผลงานยิงประตูในเกมระดับชาติระหว่างปี 1994-2011 ไปทั้งหมด 62 ลูกจากการลงสนาม 98 เกม โดยสามารถแบ่งออกเป็นการสอยตาข่ายใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ดังต่อไปนี้เลย เริ่มต้นกันด้วยการยิงประตูในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้ทั้งหมด 15 ลูกจากการลงสนาม 19 เกมในเกมรอบสุดท้ายทั้งหมด 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 1994, ฟุตบอลโลก 1998, ฟุตบอลโลก 2002 และฟุตบอลโลก 2006 นอกจากนี้ได้สอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ได้มากถึง 10 ประตู เท่ากับว่าอดีตดาวยิงวัย 45 ปีได้จัดการซัลโวใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ดังกล่าวไปทั้งหมด 25 ลูก


"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่
"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ด้าน ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ซึ่งยังคงค้าแข้งอยู่จนถึงปัจจุบันก็มีโอกาสทุบสถิตินี้แข่งกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้ดาวเตะเลือกฟ้าขาววัย 34 ปีได้ฝากผลงานยิงประตูในเกมระดับชาติระหว่างปี 2005 จนถึงตอนนี้ไปแล้วทั้งหมด 86 ลูกจากการลงสนาม 162 เกม โดยสามารถแบ่งออกเป็นการสอยตาข่ายใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ดังต่อไปนี้เลย เริ่มต้นกันด้วยการยิงประตูในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้ทั้งหมด 6 ลูกจากการลงสนาม 19 เกมในเกมรอบสุดท้ายทั้งหมด 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2006, ฟุตบอลโลก 2010, ฟุตบอลโลก 2014 และฟุตบอลโลก 2018 นอกจากนี้ได้สอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ได้มากถึง 13 ประตู เท่ากับว่า เมสซี่ ได้จัดการซัลโวใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ดังกล่าวไปทั้งหมด 19 ลูก


ทำให้ เมสซี่ ยังคงรั้งอันดับ 6 ในฐานะดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติ โดยยังคงตามหลังอันดับ 5 นั่นก็คือ เปเล่ อีกหนึ่งตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิลที่ได้ฝากผลงานยิงประตูในเกมระดับชาติระหว่างปี 1957-1971 ไปทั้งหมด 77 ลูกจากการลงสนาม 92 เกม โดยสามารถแบ่งออกเป็นการสอยตาข่ายใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ดังต่อไปนี้เลย เริ่มต้นกันด้วยการยิงประตูในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้ทั้งหมด 12 ลูกจากการลงสนาม 14 เกมในเกมรอบสุดท้ายทั้งหมด 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 1958, ฟุตบอลโลก 1962, ฟุตบอลโลก 1966 และฟุตบอลโลก 1970 นอกจากนี้ได้สอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ได้อีก 8 ประตู เท่ากับว่าอดีตหัวหอกวัย 81 ปีได้จัดการซัลโวใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ดังกล่าวไปทั้งหมด 20 ลูก


"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่
"โรนัลโด้" ตามล่าสถิติ "โรนัลโด้" เพื่อขึ้นแท่นดาวยิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ขณะที่ อเดเมียร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิลผู้ล่วงลับไปแล้วยังคงมีผลงานเหนือกว่า เมสซี่ เพียงเล็กน้อย เพราะยังคงรั้งอันดับ 4 จากฝากผลงานยิงประตูในเกมระดับชาติระหว่างปี 1945-1953 ไปทั้งหมด 32 ลูกจากการลงสนาม 39 เกม โดยสามารถแบ่งออกเป็นการสอยตาข่ายใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ได้ดังต่อไปนี้เลย เริ่มต้นกันด้วยการยิงประตูในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกได้ทั้งหมด 8 ลูกจากการลงสนาม 7 เกมในเกมรอบสุดท้ายเพียงแค่ครั้งเดียวในศึกฟุตบอลโลก 1950 นอกจากนี้ได้สอยตาข่ายในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ได้มากถึง 13 ประตู เท่ากับว่า อเดเมียร์ ได้จัดการซัลโวใน 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ดังกล่าวไปทั้งหมด 21 ลูก


ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พร้อมตามล่าสถิติของ โรนัลโด้ เพื่อก้าวเท้าขึ้นไปรั้งอันดับ 1 ในฐานะดาวยิงสูงสุดในทัวร์นาเมนต์ใหญ่จากการสอยตาข่ายทั้ง 2 รายการร่วมกันได้มากที่สุดในโลกลูกหนัง แต่อย่ามองข้าม ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งยังคงมีโอกาสก้าวเท้าขึ้นไปยึดสถิตินี้ได้เหมือนกัน เพราะยังคงโชว์ฝีเท้าบนสังเวียนแข้งจนถึงปัจจุบันอยู่ด้วยนั่นเอง


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2022

ดู 110 ครั้ง