หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป

เพราะว่าเป็นทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งตีคู่มาพร้อมกับ "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ ในฐานะทีมคู่ปรับร่วมกรุงโรมนั่นเอง ทำให้ "หมาป่า" โรม่า ถูกตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะต้องทำผลงานในเกมระดับนานาชาติให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของความสำเร็จที่คาดหวังว่าจะต้องคว้าแชมป์ระดับสโมสรยุโรปให้ได้เสียที เพื่อจะได้เป็นการเชิดหน้าชูตาของชาวเมืองหลวงดินแดนเมืองมะกะโรนีนั่นเอง หลังจากที่ต้องพบกับความผิดหวังมาโดยตลอดเลย


"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป
"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป

ตอนนี้ โรม่า สามารถปลดล็อกความผิดหวังจากเมื่อครั้งอดีตได้แล้ว เพราะสามารถเข้าป้ายแชมป์สโมสรยุโรปเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ หลังผงาดคว้าแชม์ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก ซึ่งเป็นถ้วยใบใหญ่สุดที่เพิ่งเริ่มแข่งขันกันในช่วงฤดูกาล 2021/2022 นั่นเอง แม้จะถูกจัดวางให้เป็นถ้วยเบอร์ 3 ในอันดับสุดท้ายของเกมฟาดแข้งระดับทวีปรองจากแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ในอันดับ 2 รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฐานะเบอร์ 1 ใบใหญ่สุดอยู่แล้วด้วย แต่อย่างน้อย "หมาป่า" ในยุคปัจจุบันที่อยู่ภายใต้การคุมทัพของ โจเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีดีพอสำหรับการคว้าแชมป์นอกประเทศ หลังจากที่เคยล้มเหลวจากการกินแห้วในนัดชิงที่ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่สวมบท "พระรอง" หรือไม่ก็กระเด็นตกรอบก่อนเวลาอันควรอยู่บ่อยๆ เลยด้วย


ย้อนหลังกลับไปในอดีตเมื่อช่วงปี 1961 โรม่า เคยได้สัมผัสแชมป์ระดับทวีปที่อยู่นอกเหนือจากในประเทศมาแล้วหนึ่งรายการ นั่นก็คือ อินเตอร์-ซิตี้ส์ แฟร์ส คัพ ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันต้นแบบของศึกยูฟ่า คัพ หรือที่ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น ยูฟ่า ยูโรปาลีก นั่นเอง โดยตอนนั้นไม่ถูกนับว่าเป็นเกมฟาดแข้งระดับสโมสรยุโรปอย่างเป็นทางการ เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ ยูฟ่า หรือ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ทำให้ "หมาป่า" ได้แชมป์รายการนี้ไปวางเอาไว้ในตู้โชว์เพื่อประดับบารมีเฉยๆ หลังฝ่ายฟันอุปสรรคต่างๆ ตั้งแต่รอบแรกที่เอาชนะ ยูนิยง แซงต์-กิลลุส จากเบลเยี่ยมได้สำเร็จ หลังจากนั้นเป็นฝ่ายชนะ โคโลญจน์ จากเยอรมนีในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และต่อด้วยการเฉือนชนะ ฮิเบอร์เนี่ยน จากสกอตแลนด์ในรอบรองชนะเลศ ก่อนจะตบท้ายด้วยการเอาชนะ เบอร์มิงแฮม จากอังกฤษในท้ายที่สุด


"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป
"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป

หลังจากนั้น โรม่า ถือว่าเป็น "ขาประจำ" ของศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปรายการต่างๆ ได้เหมือนกัน เพราะสามารถทำอันดับในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เพื่อคว้าโควต้าไปฟาดแข้งตามถ้วยต่างๆ ได้ตลอดเลย โดยมีสถิติการลงสนามดังต่อไปนี้เลยด้วย เริ่มต้นกันด้วยถ้วยใบใหญ่สุด นั่นก็คือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือที่ในสมัยก่อนจะใช้ชื่อการแข่งขันยูโรเปี้ยน คัพ ทั้งนี้ "หมาป่า" ได้เคยไปลงเตะในถ้วยเบอร์ 1 มาแล้วทั้งหมดถึง 111 เกม และมีสถิติเก็บชัยได้ 41 นัด เสมออีก 27 นัด และแพ้มากถึง 43 นัด แถมยังเคยมีโอกาสไปถึงฝั่งฝันเพื่อชูถ้วยแชมป์ใบใหญ่สุดของทวีปยุโรปเมื่อช่วงปี 1984 ได้อีกต่างหาก ซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของ นีลส์ ลีดโฮล์ม ตำนานกุนซือผู้ล่วงลับชาวสวีดิช และนำทัพโดย บรูโน่ คอนติ ตำนานปีกริมเส้นทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน ซึ่งตอนนี้สวมบทเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนานักเตะเยาวชนของสโมสรอยู่ด้วย


ในช่วงฤดูกาล 1983/1984 ตอนนั้น โรม่า ในฐานะแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ประจำฤดูกาล 1982/1983 ได้เริ่มเส้นทางรอบแรกในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปด้วยการเอาชนะ โกเตเบิร์ก จากสวีเดน ส่วนรอบ 2 จัดการเขี่ย ซีเอสเคอ โซเฟีย จากบัลแกเรีย หลังจากนั้นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอาชนะ ดินาโม เบอร์ลิน จากเยอรมนี และในรอบรองชนะเลิศเอาชนะ ดันดี ยูไนเต็ด จากสกอตแลนด์ จึงได้ตบเท้าผ่านเข้าสู่นัดชิงไปเผชิญหน้ากับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ซึ่งยังอยู่ในยุคเกรียงไกรภายใต้การคุมทัพของ โจ ฟาแกน ตำนานกุนซือชาวอังกฤษ และอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีในช่วงยุคทศรรษ 80 เต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น บรูซ กรอบเบลาร์, มาร์ค ลอว์เรนสัน, แกรม ซูเนสส์, เคนนี่ เดลกลิช รวมถึง เอียน รัช เจ้าของฉายานามว่า "เพชฌฆาตหนวดหิน" นั่นเอง แม้ในนัดชิงจะได้ลงเล่นในบ้านเกิดของตัวเองที่สตาดิโอ โอลิมปิโก ตามที่ ยูฟ่า ได้เลือกเอาไว้ก่อนแล้ว และสามารถยันเสมอด้วยสกอร์ 1-1 ได้จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษครบ 120 นาที แต่สุดท้ายกลับสังหารจุดโทษในช่วงชี้ชะตาได้แบบแม่นน้อยกว่า จึงเป็นฝ่ายแพ้ในช่วงดวลจุดโทษตัดสินด้วยสกอร์ 2-4 พร้อมกับเข้าป้ายเพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น และเป็นเพียงแค่ครั้งเดียวที่ได้ผ่านเข้าถึงนัดชิง "เจ้าสโมสรยุโรป" จนถึงยุคปัจจุบันอีกต่างหาก


"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป
"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป

ส่วนผลงานถ้วยเบอร์ 2 ของทวีป ไล่ตั้งแต่ในยุคที่ใช้ชื่อการแข่งขันว่า ยูฟ่า คัพ จนเปลี่ยนมาเป็นยูฟ่า ยูโรปาลีก เหมือนอย่างในยุคปัจจุบัน ปรากฎว่า "หมาป่า" ได้ลงสนามไปทั้งหมด 145 เกม โดยมีสถิติเก็บชัยได้ 78 เกม เสมอ 28 เกม และแพ้ 39 เกม ส่วนผลงานที่ดีที่สุดคือการผ่านเข้าถึงนัดชิงในฤดูกาล 1990/1991 โดยตอนนั้นอยู่ภายใต้การคุมทัพของ ออตตาวิโอ เบียงคี่ อดีตกุนซือจอมเก๋าชาวอิตาเลียน และมี จูเซปเป้ จิอันนินี่ ตำนานกัปตันทีมของสโมสร รวมถึง 2 นักเตะทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1990 นั่นก็คือ รูดี้ โฟลเดอร์ กับ โธมัส แบร์โธลด์ เป็นตัวชูโรงด้วย สำหรับผลงานในรอบแรกชนะ เบนฟิก้า จากโปรตุเกส ส่วนรอบ 2 ชนะ บาเลนเซีย จากสเปน ขณะที่รอบ 3 ชนะ บอร์กโดช์ จากฝรั่งเศส หลังจากนั้นรอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนะ อันเดอร์เลชท์ จากเบลเยี่ยม ก่อนจะเอาชนะ บรอนด์บี้ จากเดนมาร์กในรอบรองชนะเลิศได้ด้วย แต่สุดท้ายกลับพลาดท่าแพ้ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ทีมคู่ปรับร่วมเมืองเดียวกัน จึงทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ของถ้วยเบอร์ 2 ด้วยเช่นกัน


นอกจากนี้ โรม่า ได้เคยไปชิงชัยถ้วยแชมป์ในตำนาน นั่นก็คือ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส์ คัพ ซึ่งเคยเป็นถ้วยเบอร์ 2 ของทวีป เพื่อให้พวกทีมแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศของชาติต่างๆ ในทวีปยุโรปได้มาฟาดแข้งกัน แต่ได้ยุบการแข่งขันไปตั้งแต่เมื่อช่วงปี 1999 ทั้งนี้ "หมาป่า" ได้ลงเล่นในรายการนี้ไปทั้งหมด 29 เกม โดยมีสถิติเก็บชัยได้ 12 เกม เสมอ 9 เกม และแพ้ 8 เกม


"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป
"โรม่า" ทำได้แล้วปลดล็อกแชมป์สโมสรยุโรป

ก่อนจะได้เป็นฝ่าย "สมหวัง" จากการคว้าแชมป์สโมสรยุโรปได้เป็นครั้งแรกในถ้วยยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก ซึ่งเป็นถ้วยใหม่เอี่ยมที่ได้จัดฟาดแข้งกันเมื่อช่วงฤดูกาล 2021/2022 ที่ผ่านมา สำหรับเส้นทางสู่แชมป์ของ โรม่า ไล่ตั้งแต่รอบเพลย์ออฟชนะ แทรบซอนสปอร์ จากตุรกี ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มได้ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มเหนือกว่า ซีเอสเคเอ โซเฟีย จากบัลแกเรีย, ซอร์ย่า จากยูเครน และ โบโด กลิมท์ จากนอร์เวย์ ขณะที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ วิเทสส์ จากฮอลแลนด์ หลังจากนั้นชนะ โบโด กลิมท์ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และจัดการเขี่ย เลสเตอร์ ในรอบรองชนะเลิศ พร้อมกับปิดท้ายด้วยการเฉือนชนะ เฟเยนูร์ด จากฮอลแลนด์ในนัดชิงด้วยสกอร์ 1-0


แม้จะเป็นเพียงถ้วยเบอร์ 3 ของเกมฟาดแข้งสโมสรยุโรปในยุคปัจจุบัน แต่ทำให้ โรม่า สามารถปลดล็อกในเรื่องของความสำเร็จจากการชูถ้วยแชมป์ระดับทวีปได้เสียที และเป็นครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่เมื่อปี 1927 หรือ 95 ปีที่แล้วเลยด้วย พร้อมกับจารึกชื่อเป็นทีมแรกที่ได้ประเดิมชูถ้วยแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก อีกต่างหาก ซึ่งต้องขกความดีความชอบให้กับ โจเซ่ มูรินโญ่ ยอดโค้ชชาวโปรตุกีสที่ได้สร้างสถิติพาทีมต้นสังกัดกวาดถ้วยแชมป์สโมสรยุโรปได้ครบทุกรายการ เพราะว่าเคยนำทัพ ปอร์โต้ กับ อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้มาก่อน และเคยนำทัพ ปอร์โต้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก ได้อีกต่างหาก


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ กัลโช่เซเรียอา

ดู 12 ครั้ง