หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม VS แมนฯ ซิตี้

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เตรียมปรับแนวรับ เพราะมีกองหลังได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ยังพร้อมจัดเต็มแนวรุกนัดเยือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 15 พ.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยตามล่าตำแหน่งแชมป์ฤดูกาลนี้กันต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม VS แมนฯ ซิตี้
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม VS แมนฯ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เวสต์แฮม VS แมนฯ ซิตี้

สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม

เวลา : 20.00 น.


เวสต์แฮม

เดวิด มอยส์ กุนซือ "ขุนค้อน" จะปรับทัพบางตำแหน่ง แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม เพื่อลุ้นเก็บชัยตามล่าโควตาไปเล่นในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปสักหนึ่งรายการ โดยตอนนี้ยังคงเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนน และมีลุ้นทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก หรือ ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก ได้อยู่ด้วย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามค่อนข้างแน่ เพื่อเอาใจกองเชียร์ในถิ่นของตัวเอง เพราะจะเป็นการลงเล่นนัดเหย้าต่อหน้าแฟนบอลเป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้แล้วนั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ลูคัส ฟาเบียนส์กี้, อารอน เครสส์เวลล์, เคิร์ท ซูม่า, เคร็ก ดอว์สัน, วลาดิเมียร์ คูฟาล, ดีแคลน ไรซ์, โทมัส ซูเซ็ค, ซาอิด เบนราห์ม่า, มานูเอล ลานซินี่, ยาร์ร็อด โบเว่น, มิคาอิล อันโตนิโอ


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ ลูคัส ฟาเบียนส์กี้ ในฐานะมือหนึ่งได้ยืนเฝ้าเสาต่อไปตามเดิม

แนวรับ : ขาดเพียงแค่ อังเจโล่ อ็อกบอนน่า ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงพร้อมให้ เคิร์ท ซูม่า กับ เคร็ก ดอว์สัน ยืนเป็นกองหลังคู่กันเหมือนเช่นเคย ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะดร็อป อาร์เธอร์ มาซัวกู เพื่อให้ วลาดิเมียร์ คูฟาล ลงไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อารอน เครสส์เวลล์ ในตำแหน่งแบ็กขวา

แดนกลาง : พร้อมให้ ดีแคลน ไรซ์ ยืยคุมเกมร่วมกับ โทมัส ซูเซ็ค ซึ่งเป็น 2 มิดฟิลด์ตัวหลักอยู่แล้ว

แนวรุก : ยังคงอยู่กันครบเกือบทั้งหมด แต่น่าจะมีการโรเตชั่นบางตำแหน่ง เพราะอาจจะดร็อป ปาโบล ฟอร์นาลส์ เพื่อให้ ซาอิด เบนราห์ม่า สวมบทเป็นปีกซ้าย เพราะว่าทำผลงานในช่วงหลังได้ดีมากๆ ส่วนปีกขวาเตรียมเป็นหน้าที่ของ ยาร์ร็อด โบเว่น ส่วน มานูเอล ลานซินี่ พร้อมยืนเล่นในตำแหน่งตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์ต่อไป

กองหน้า : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก มิคาอิล อันโตนิโอ ทำให้ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


แมนฯ ซิตี้

"เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" จะปรับทัพบางตำแหน่ง โดยเฉพาะแนวรับที่หมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะหลายคน เพราะเจอโรคเดี้ยงเล่นงานกันทั้งนั้น แต่พวกแข้งหลักในตำแหน่งอื่นๆ ยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และยังคงมีแนวรุกที่แข็งแกร่งจากการเลือกใช้งานผู้เล่นในแดนหน้าได้เกือบทั้งหมดเลย เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ฤดูกาลนี้ไปเลย ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่ว่าจะได้ยึดผงาดบัลลังก์เบอร์หนึ่งของเกาะอังกฤษทันที หากสามารถคว้าชัยชนะในเกมที่เหลืออยู่ได้ทั้งหมดแบบไม่ต้องสนใจผลงานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 ที่ไล่ตามมาแบบติดๆ เลยนั่นเอง โดยตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าจากการยึดอันดับ 1 บนหัวตารางคะแนน เพราะมีคะแนนมากกว่า และมีผลต่างประตูได้เสียที่มากกว่าด้วย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, เจา คันเชโล่, นาธาน อาเก้, อายเมริก ลาปอร์ก, โรดรี้, อิลคาย กุนโดกาน, เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, กาเบรียล เชซุส


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่ง นั่นก็คือ เอแดร์ซอน โมราเอส ยืนเฝ้าเสาต่อไปเหมือนเดิม และยังคงมีคว้ารางวัล "ถุงมือทองคำ" ในฐานะผู้รักษาประตูที่ "เก็บคลีน" จากการลงสนามแล้วเสียประตูน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้ด้วย

แนวรับ : เตรียมปรับตรงจุดนี้อยู่พอสมควร เพราะหมดสิทธิ์ใช้งานกองหลังถึง 3 ราย นั่นก็คือ ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์ และ รูเบน ดิอาส ซึ่งเจอโรคเดี้ยงเล่นงานจนถึงช่วงจบฤดูกาลนี้ทั้งหมดเลย จึงประสบปัญหาขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และอาจจะต้องขยับ แฟร์นันดินโญ่ กองกลางจอมเก๋าให้ถอยลงมายืนเป็นกองหลังจำเป็นได้เหมือนกัน แต่น่าจะให้ นาธาน อาเก้ ลงไปยืนคุมแดนนหลังร่วมกับ อายเมริก ลาฟอร์ก มากกว่า ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ เจา คันเซโล่ เช่นเดียวกับแบ็กซ้ายน่าจะใช้งาน โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เหมือนเดิม

แดนกลาง : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยพร้อมวาง โรดรี้ ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกม แต่น่าจะดร็อป แบร์นาร์โด้ ซิลวา เป็นตัวสำรองไปก่อน เพื่อให้ อิลคาย กุนโดกาน กับ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงฟอร์มดีได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เพราะยังคงเล่นกันได้แบบเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดีเลย

แนวรุก : ยังคงเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ จึงมีตัวเลือกให้หยิบมาใช้งานได้ทั้งหมดเลย แต่น่าจะให้ ฟิล โฟเด้น นั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ แจ็ค กรีลิช เพื่อเป็นการโรเตชั่นไปในตัว หลังจากที่ได้ลงสนามมาแบบต่อเนื่องเลย จึงน่าจะให้ ริยาด มาห์เรซ ลงไปยืนเป็นปีกขวาฝั่งตรงข้ามกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทางด้านซ้าย และพร้อมให้ กาเบรียล เชซุส สวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไป


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 125 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 59 นัด เสมอ 19 นัด แพ้ 37 นัด ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 เมื่อปีก่อน ปรากฎว่า เสมอ 0-0 แต่ "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายตกรอบ เพราะแพ้ช่วงดวลจุดโทษตัดสิน


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะ 2-1 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" ไม่แพ้แม้แต่นัดเดียว โดยเป็นฝ่ายชนะ 3 เกม และลงเอยด้วยผลเสมออีก 2 เกม


ความน่าจะเป็น

เพราะมีเป้าหมายคือการเก็บชัยต่อไปเรื่อยๆ จากเกมที่เหลือให้ได้ทั้งหมด เพื่อจะได้เข้าป้ายแชมป์ฤดูกาลนี้ไปเลย ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามต่อไป แม้จะมีการโรเตชั่นในบางตำแหน่ง แต่ว่าเป็นพวกแข้งดังฝีเท้าดีทั้งนั้น ซึ่งพร้อมทำหน้าที่ทดแทนกันได้เป็นอย่างดี และยังคงเป็นทีมลูกหนังที่มีแนวรุกเฉียบคมที่สุดจากการยิงประตูได้มากที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้นั่นเอง แถมยังมีแนวรับที่แข็งแกร่งด้วยเช่นกัน


ส่วน เวสต์แฮม ยังต้องคว้าชัยเพื่อเป้าหมายสูงสุด นั่นก็คือการคว้าโควตาไปเล่นในศึกฟุตบอลสโมสรสักหนึ่งรายการตอนช่วงฤดูกาลหน้า และยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลยด้วย เพราะว่าผู้เล่นที่เคยบาดเจ็บได้หายเดี้ยงกลับมาช่วยทีมได้เกือบหมดแล้ว แม้จะมีศักยภาพที่ดูเป็นรอง แต่พร้อมสู้เต็มที่ในยามลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลในถิ่นของตัวเอง


คาดว่า "เรือใบสีฟ้า" มีความเขี้ยวมากกว่า จึงพร้อมทุ่มทุกสรรพกำลังเพื่อจะได้เข้าป้ายแชมป์ให้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของฤดูกาลนี้แล้วนั่นเอง ส่วน "ขุนค้อน" โชว์ฟอร์มในช่วงหลังไม่คงเส้นคงวา แม้จะสามารถเก็บชัยได้เรื่อยๆ แต่ก็พร้อมจะพบกับความปราชัยได้ทุกเมื่อเช่นเดียวกัน ทำให้ แมนฯ ซิตี้ น่าจะมีโอกาสลุ้นบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มได้สำเร็จ


ผลที่คาด : เวสต์แฮม แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-2

ดู 462 ครั้ง