หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : คริสตัล พาเลซ VS อาร์เซนอล

อัปเดตเมื่อ 13 เม.ย.

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแห่งศักดิ์ศรีของ 2 ทีมร่วมเมืองหลวง "ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์" คืนวันที่ 5 เม.ย.นี้ เพื่อลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแแรกต่อไป



พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

คริสตัล พาเลซ VS อาร์เซนอล

สนาม : เซลเฮิร์สท ปาร์ค

เวลา : 02.00 น.


คริสตัล พาเลซ

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เบิร์นลีย์ 1-1 (เหย้า)

เอฟเอ คัพ รอบ 5 : ชนะ สโต๊ค 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0 (เหย้า)

เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 (เหย้า)


ปาทริค วิเอร่า กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งเคยค้าแข้งกับ อาร์เซนอล มาก่อนในช่วงทศวรรษ 90 จะปรับทัพจากล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริง จึงน่าจะปรับทีมในบางตำแหน่งเท่านั้น โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ 2 ปีกจอมเลื้อย นั้นก็คือ วิลฟรีด ซาฮา กับ ไมเคิล โอลิเซ่ แต่ยังมีนักเตะในแดนหน้ารายอื่นๆ ที่พร้อมลงไปทำหน้าที่แทน


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

บิเซนเต้ กูเอต้า, นาธาเนียล ไคลน์, โจอาคิม อันเดอร์เซ่น, มาร์ค เกฮี, ไทริค มิเชลล์, คอนอร์ กัลลาเกอร์, ชีกฮู คูยาเต้, เจฟฟรีย์ ชลุปป์, จอร์แดน อายิว, ฌอน-ฟิลิปป์ มาเตต้า, อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ด


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ บิเซนเต้ กูเอต้า นายด่านมือหนึ่งเหมือนเดิม

แนวรับ : พร้อมให้ โจอาคิม อันเดอร์เซ่น กับ มาร์ค เกฮี ยืนเป็นกองหลังคู่กัน ส่วนแบ็กขวาเตรียมใช้งาน นาธาเนียล ไคลน์ เช่นเดียวกับ ไทริค มิเชลล์ พร้อมสวมบทเป็นแบ็กซ้ายด้วย

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ ได้รับบาดเจ็บ และน่าจะดร็อป เอเบเรชี่ เอเซ่ เพื่อให้ เจฟฟรีย์ ชลุปป์ ลงไปคุมเกมร่วมกับ ชีกฮู คูยาเต้ และ คอนอร์ กัลลาเกอร์ มิดฟิลด์ที่ยืมตัวมาจาก เชลซี และโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นบบต่อเนื่องเลย

แนวรุก : ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ 2 ปีกตัวเก่ง นั่นก็คือ วิลฟรีด ซาฮา กับ ไมเคิล โอลิเซ่ เพิ่งฟื้นตัวจากโรคเดี้ยง แต่น่าจะให้ อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ด ลงไปสวมบทเป็นปีกซ้ายคนฝั่งกับ จอร์แดน อายิว ยืนเป็นปีกขวา ส่วน ฌอน-ฟิลิปป์ มาเตต้า ยืนค้ำเป็นกองหน้าตัวเป้า


อาร์เซนอล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วัตฟอร์ด 3-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เยือน)


มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ "ปืนใหญ่" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีแข้งหลักเจอโรคเดี้ยงเล่นงานแม้แต่คนเดียว จึงพร้อมเดินหน้าเก็บชัยเพื่อลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกบนหัวตารางคะแนนต่อไป และกลับมามีแนวรุกที่สมบูรณ์อีกครั้ง เพราะจะได้ บูกาโย่ ซาก้า หายป่วยกลับมาปั้นเกมทางริมเส้นนั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

แบรนด์ เลโน่, เซดริค โซอาเรส, เบน ไวท์, กาเบรียล มากัลเญส, คีแรน เทียร์นีย์, โธมัส ปาร์เตย์, กรานิท ชาก้า, บูกาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์


ผู้รักษาประตู : ยังต้องรอเช็กความฟิตของมือหนึ่ง นั่นก็คือ อารอน แรมส์เดล แต่น่าจะให้ แบรนด์ เลโน่ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไปมากกว่า

แนวรับ : เตรียมได้ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ ฟิตกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง แต่น่าจะให้ เซดริค โซอาเรส ยืนเป็นแบ็กขวาคนฝั่งกับ คีแรน เทียร์นีย์ ทางด้านซ้าย ส่วนคู่กองหลังพร้อมใช้งาน เบน ไวท์ กับ กาเบรียล มากัลเญส ยืนคู่กันเหมือนเดิม

แดนกลาง : พร้อมให้ โธมัส ปาร์เตย์ ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ กรานิท ชาก้า ตามปกติ

แนวรุก : น่าจะได้ บูกาโย่ ซาก้า หายป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ฟิตกลับมาปั้นเกมในตำแหน่งปีกขวา แต่น่าจะดร็อป เอมิล สมิธ โรว์ เพื่อให้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กลับมาสวมบทเป็นปีกขวาด้วย ส่วนตัวปั้นเกมยังคงใช้ มาร์ติน โอเดการ์ด ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์

กองหน้า : ยังคงเป็น อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมต่อไป


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 50 เกม ปรากฎว่า อาร์เซนอล มีสถิติข่มแบบมิดด้าม โดยเก็บชัยได้ถึง 29 เกม เสมอ 16 เกม และแพ้ 5 เกม ส่วนการเจอกันในเกมลีกทุกระดับของอังกฤษทั้งหมด 43 นัด ปรากฎว่า "ปืนใหญ่" ยังคงเหนือกว่าเยอะเลย โดยคว้าชัยได้ถึง 25 นัด เสมอ 14 นัด และแพ้ 4 นัด


สำหรับการพบกัน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ ปรากฎว่า อาร์เซนอล ไม่แพ้เลย โดยเก็บชัยได้ 1 เกม และลงเอยด้วยผลเสมอกันถึง 4 เกม ส่วนผลการเจอกันในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า เสมอในบ้านของ "ปืนใหญ่" ด้วยสกอร์ 2-2


ความน่าจะเป็น

ฤดูกาลนี้ คริสตัล พาเลซ โชว์ฟอร์มได้ดีพอสมควร และเป็นทีมที่แพ้ยากอยู่เหมือนกัน โดยลงเอยผลเสมอถึง 13 เกม ซึ่งเป็นสถิติมากที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีกเท่ากับ ไบรท์ตัน พอดีเลย จึงยังอยู่ตรงกลางตารางคะแนนต่อไปก่อน แม้จะไม่ได้เป็นทีมที่มีแนวรุกยิงประตูได้แบบถล่มทลาย เพราะว่าสอยตาข่ายได้ 39 ลูกจากการลงสนามไปแล้ว 29 เกม แต่ว่ามีแนวรับที่เหนียวแน่นใช้ได้เลย โดยเสียประตูไปแล้ว 38 ลูก และตอนนี้ไร้พ่ายมาแล้วถึง 4 เกม แต่ว่าทำผลงานนัดเหย้า 5 เกมหลังสุดได้ไม่ดีนัก เพราะไม่พบกับชัยชนะในบ้านมาแล้ว 5 เกมเลยนั่นเอง


ด้าน อาร์เซนอล สามารถยกระดับของทีมขึ้นมาได้แบบต่อเนื่อง จึงก้าวขึ้นมาลุ้นเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกบนหัวตารางคะแนนได้แล้ว นอกจากนี้ยังทำผลงานในศึกพรีเมียร์ลีก 8 นัดหลังสุดได้ดีมากๆ โดยเก็บชัยได้ถึง 7 เกม และพบกับความพ่ายแพ้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น โดยผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งมีความลงตัวแล้วด้วย จึงสามารถจัดทีมชุดที่แข็งแกร่งลงสนามได้เลย เพราะว่าเกมนี้ไม่มีนักเตะตัวหลักเจอโรคเดี้ยงเล่นงานแม้แต่คนเดียว โดยแนวรุกพร้อมจัดเต็มอย่างแน่นอน โดยจะใช้ 4 ประสานในแดนหน้า ไล่ตั้งแต่ บูกาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ ซึ่งผลัดกันยิงประตูได้แบบต่อเนื่องเลย และยังมี เอมิล สมิธ โรว์ พร้อมเป็นตัวทีเด็ดอีกคนหนึ่งด้วย เพราะว่าเป็นนักเตะสาระพัดประโยชน์ในแนวรุก แถมยังยิงประตูสำคัญให้ทีมได้อยู่เป็นประจำเลยด้วย


เพราะว่าเป็นเกมศักดิ์ศรีของ 2 ทีมร่วมเมืองหลวง "ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์" แม้ว่าชื่อชั้นของ "ปืนใหญ่" จะดูเหนือกว่าอยู่พอสมควร แต่ คริสตัล พาเลซ เป็นทีมที่แพ้ยากอยู่เหมือนกัน และมีเรื่องศักดิ์ศรีของการเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองเดียวกันค้ำคออยู่ด้วย และจะได้เสียงเชียร์จากแฟนบอลของตัวเองในฐานะเจ้าถิ่นอีกด้วย คาดว่า "ปืนใหญ่" ไม่เจองานง่ายแน่ๆ จึงมีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : คริสตัล พาเลซ เสมอ อาร์เซนอล 1-1

ดู 86 ครั้ง