หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: วูล์ฟแฮมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่อปรับทัพบางตำแหน่ง แต่พร้อมวาง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งยืมล่าตาข่ายนัดเยือน "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน เตรียมให้ ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าตัวใหม่ลงประเดิมสนามในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 17 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ก่อน


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: วูล์ฟแฮมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: วูล์ฟแฮมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

วูล์ฟแฮมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สนาม : โมลินิวซ์ กราวน์ด

เวลา : 18.30 น.


วูล์ฟแฮมป์ตัน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 0-1 (เยือน)

คาราบาว คัพ รอบ 2 : ชนะ เปรสตัน 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมปืตัน 1-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ บรูโน่ ลาช จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเฉือนชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ได้พักมาแบบเต็มๆ ถึง 2 สัปดาห์ เพราะไม่มีโปรแกรมในลงสนามนั่นเอง นับตั้งแต่ที่มีการประเดิมเลื่อนแข่งขันจากเหตุสวรรตของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อน โดยตอนนี้ยังอยู่อันดับ 14 นัด แข่ง 6 นัด มี 6 คะแนน จึงหวังเก็บชัยต่อไปเพื่อลุ้นทำคะแนนขึ้นไปอยู่ตรงกลางคะแนนให้ได้ จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามเกือบทั้งหมด เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ยกเว้นเพียงแค่ 2 กองหน้าที่ยังไม่หายเดี้ยง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

โจเซ่ ซา, จอนนี่ อ็อตโต้, นาธาน คอลลินส์, มักซ์ คิลแมน, รายาน ไอต์-นูรี่, มาเธอุส นูเนส, รูเบน เนเวส, เจา มูตินโญ่, เปโดร เนโต้, ดาเนียล โปเดนซ์, ดิเอโก้ คอสต้า


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ โจเซ่ ซา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี มัตเตีย ซาร์คิช ทำหน้าที่เป็นตัวสำรองในฐานะมือสองเหมือนเดิม

แนวรับ : เตรียมให้ นาธาน คอลลินส์ ยืนคู่กับ มักซ์ คิลแมน เพราะเป็นคู่กองหลังตัวหลักอยู่แล้ว ทำให้ โตติ โกเมส กับ แยร์ซอน มอสคิวร่า จะนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม ส่วนแบ็กขวาน่าจะดร็อป เนลสัน เซเมโด้ นั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป เพื่อให้ จอนนี่ อ็อตโต้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนนัดก่อน โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ รายาน ไอต์-นูรี่ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : ยังคงให้ คอนนอร์ โรนัน, บูบาการ์ ตราโอเร่ รวมถึง บรูโน่ จอร์เดา นั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเช่นเคย เพราะเตรียมให้ 3 มิดฟิลด์จากโปรตุเกสให้ลงไปยืนคุมเกมร่วมกันเหมือนเดิม นั่นก็คือ รูเบน เนเวส, เจา มูตินโญ่ และ มาเธอุส นูเนส ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร หลังย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

แนวรุก : ไม่มี ราอูล ฆิมิเนซ กับ ซาซ่า คาลัดจ์ซิช ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงอาจจะให้ ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกตัวใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญามาแบบฟรีๆ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกได้เหมือนกัน ทำให้ ฮวาง ฮี-ชาง เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปเลย ส่วนปีกขวาน่าจะให้ เปโดร เนโต้ ลงไปยืนประจำเหมือนเดิม และน่าจะดร็อป อดาม่า ตราโอเร่ เป็นตัวสำรองให้ตำแหน่งนี้ต่อไป เช่นเดียวกับปีกขวาไม่น่าจะให้ กอนซาโล่ กูเอเดส ลงเล่นเป็นตัวจริง เพราะน่าจะใช้ ดาเนียล โปเดนซ์ มากกว่า


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 6-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ เซบีญ่า 4-0 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเฉือนชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตอนนี้ยังคงรั้งอันดับ 2 แข่ง 6 นัด มี 14 คะแนน จึงหวังเก็บชัยเพื่อขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงไปก่อนเลย เพราะว่าตอนนี้ไล่ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงที่มีโปรแกรมลงเตะในวันถัดไปเพียงแต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้เล่นในแนวรับที่ยังไม่หายเดี้ยง แต่ว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมอยู่แล้ว เพราะยังมีแข้งหลักให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, เจา คันเซโล่, รูเบน ดิอาส, จอห์น สโตนส์, เซร์คิโอ โกเมซ, คัลวิน ฟิลลิปส์, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกาน, ฟิล โฟเด้น, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เอแดร์ซอน โมราเอส ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว ส่วนในรายของ สเตฟาน ออร์เตก้า ยังคงนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองตามเดิม

แนวรับ : ไม่มี อายเมริก ลาปอร์ก และ ไคล์ วอล์กเกอร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ รูเบน ดิอาส กลับลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ จอห์น สโตนส์ หลังได้พักจากเกมล่าสุด และคาดว่า มานูเอล อคานญี่ กับ นาธาน อาเก้ น่าจะต้องกลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ เซร์คิโอ โกเมซ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ เจา คันเซโล่ ยังคงพร้อมสวมบทเป็บแบ็กขวาด้วย

แดนกลาง : น่าจะดร็อป โรดรี้ เพื่อให้พักแข้งบ้าง โดยพร้อมให้ คัลวิน ฟิลลิปส์ ลงเล่นเป็นตัวจริง และเตรียมให้ เควิน เดอ บรอยน์ และ อิลคาย กุนโดกาน ลงไปสวมบทเป็นตัวขับเคลื่อนเกมด้วยเช่นเคย

แนวรุก : พร้อมให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าอยู่แล้ว โดยตอนนี้ยังคงรั้งตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 10 ประตู ทำให้ ฮูเลียน อัลวาเรซ ต้องนั่งอยู่ที่ข้างสนามในฐานะตัวสำรองต่อไป ส่วนปีกขวาน่าจะดร็อป ริยาด มาห์เรซ เพื่อให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงตรงจุดนี้ เช่นเดียวกับ ฟิล โฟเด้น ซึ่งน่าจะได้กลับมาสวบมบทเป็นปีกซ้ายแทน แจ็ค กรีลิช ด้วยเช่นกัน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 105 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าเพียงเล็กน้อย โดยเป็นฝ่ายชนะ 41 เกม เสมอ 21 เกม และแพ้ 43 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" บถกไปถล่ม 5-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 1-5


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2019 : วูล์ฟแฮมป์ตัน ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-5


ความน่าจะเป็น

แม้ว่าช่วงหลังๆ แนวรับจะเสียประตูตลอดเลย แต่แนวรุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเฉียบคมจากการยิงประตูได้ตลอด โดยเฉพาะ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซึ่งพร้อมสับไกในแดนหน้าอยู่แล้ว จึงตรงกันข้ามกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน มีปัญหาเรื่องจบสกอร์มาโดยตลอด เพราะไม่มีหัวหอกประเภทโป้งเดียวปิดบัญชีนั่นเอง คาดว่า “เรือใบสีฟ้า” น่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มได้สำเร็จ


ผลที่คาด : วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 96 ครั้ง