หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS ลิเวอร์พูล

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พร้อมให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงไปประสานแนวรุกร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ และ ดาร์วิน นูนเญซ นัดเยือน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ไร้เงา ซน ฮึง มิน ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 6 พ.ย.นี้ เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีให้ได้อีกครั้ง


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS ลิเวอร์พูล

สนาม : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ สเตเดี้ยม

เวลา : 23.30 น.


ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ บอร์นมัธ 3-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนต่อไป โดยตอนนี้มี 26 คะแนนจากการลงสนาม 13 เกม แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะในแนวรุกที่นัดกันเดี้ยงเพียบเลย แต่ยังมีผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-5-2

อูโก้ ยอริส, เอริค ไดเออร์, เกลมงต์ ลองก์เล่ต์, เบน เดวิส, เอแมร์ซอน รอยัล, โรดริโก้ เบนทานคูร์, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, อีฟส์ บิสซูม่า, อีวาน เปริซิช, ลูคัส มูร่า, แฮร์รี่ เคน


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อูโก้ ยอริส ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม เพราะยังคงสวมบทเป็นมือหนึ่งนั่นเอง ส่วนในรายของ ฟราเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ยังคงพร้อมสแตนบายในฐานะมือสองอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน คริสเตียน โรเมโร่ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน และไม่น่าจะให้ ดาวินซอน ซานเชซ, แมตต์ โดเฮอร์ตี้, เด็ด สเปนซ์ รวมถึง ยาเพ็ต ทานกันก้า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะว่าเป็นเพียงตัวสำรองทั้งหมดเลย จึงน่าจะให้ เอริค ไดเออร์, เกลมงต์ ลองก์เล่ต์ และ เบน เดวิส ทำหน้าที่เป็น 3 ประสานในแดนหลังไปก่อน

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ โอลิเวอร์ สคิปป์ และ ปาเป้ มาตาร์ ซาร์ ลงสนามเป็น 11 คนแรก จึงพร้อมให้ อีฟส์ บิสซูม่า ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ โรดริโก้ เบนทานคูร์ และ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก ส่วนวิงแบ็กฝั่งขวาน่าจะให้ เอแมร์ซอน รอยัล เพราะว่าเป็นตัวเลือกอันดับแรกในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว และน่าจะขยับ อีวาน เปริซิช ไปสวมบทเป็นวิ่งแบ็กซ้าย ทำให้ ไรอัน เชสเซญอง น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง

แนวรุก : เป็นจุดที่ต้องปรับทัพมากที่สุด เพราะมีกองหน้าได้รับบาดเจ็บหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น ริชาร์ลิซอน รวมถึง ซน ฮึง มิน เจอโรคเดี้ยงเล่นงานเป็นรายล่าสุด ส่วน เดยัน คูลูเซฟสกี้ ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง แต่น่าจะได้ ลูคัส มูร่า ฟิตกลับมาประสานงานร่วมกับ แฮร์รี่ เคน ซึ่งยังคงพร้อมทำหน้าที่เป็นดาวยิงประจำทีมเหมือนเดิม


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ อาร์เซนอล 2-3 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยในศึกพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 2 เกมซ้อน และจะได้ขยับอันดับขึ้นไปอยู่กลุ่มบนของตารางคะแนนด้วย โดยตอนนี้มี 16 คะแนนจากการลงเตะไปแล้ว 12 เกม แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคนเลย แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกผู้เล่นหน้าเดิมๆ ที่ยังไม่หายเดี้ยง จึงพร้อมให้พวกนักเตะฝีเท้าดีที่ยังใช้งานได้อยู่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-1-2

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, ฮาร์วีย์ เอลเลียต, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดาร์วิน นูนเญซ


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนไปจาก อลิสซอน เบ็คเกอร์ ซึ่งพร้อมลงไปยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมีมือสอง นั่นก็คือ ควีวิน เคลเลเฮอร์ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามต่อไป


แนวรับ : ยังคงไร้ โจเอล มาทิป ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป ส่วนในรายของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ อยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง จึงน่าจะให้ โจ โกเมซ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ทำให้ นาธาเนียล ฟิลิปป์ส ต้องนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม ขณะที่แบ็กซ้ายพร้อมให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า คอสตาส ซิมิคาส นั่นเอง โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งพร้อมผูกขาดในตำแหน่งแบ็กขวาเหมือนเดิมอยู่แล้ว

แดนกลาง : ไม่มีพวกหน้าเดิมๆ นั่นก็คือ นาบี้ เกอิต้า รวมถึง อาร์ตูร์ เมโล ยงต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป แต่ว่าได้ อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน ฟิตกลัยมาช่วยทีมอีกครั้ง แต่น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อนเช่นเดียวกับ เคอร์ติส โจนส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมถึง เจมส์ มิลเนอร์ เพราะว่าน่าจะให้ ฮาร์วีย์ เอลเลียต ลงไปยืนคุมเกมร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า ซึ่งพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตามเดิม

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน หลุยส์ ดิอาซ และ ดิโอโก้ โจต้า เพราะต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไปอีกหลายสัปดาห์ ส่วนในรายของ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน โดยพร้อมให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ สวมบทเป็นกองหน้าตัวต่ำอยูาด้านหลังของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ และ ดาร์วิน นูนเญซ ซึ่งพร้อมยืนเป็นกองหน้าคู่ก่อนเหมือนอย่างเกมนัดก่อนเลย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 163 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 78 เกม เสมอ 42 เกม และแพ้ 43 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "หงส์แดง" เปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เปิดบ้านเสมอ 2-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : ลิเวอร์พูล ชนะ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : ลิเวอร์พูล เสมอ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 1-1


ความน่าจะเป็น

ถือว่าเป็นเกมบิ๊กแมทช์ประจำสุดสัปดาห์นี้ก็ว่าได้ โดย ลิเวอร์พูล หวังเก็บชัยคว้าชัยแก้ตัวจากเกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีกที่พบกับความพ่ายแพ้ให้กับ 2 ทีมท้ายตารางคะแนนทั้งหมดเลย ส่วนเรื่องของตัวผู้เล่นถือว่ามีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เพราะว่าได้นักเตะหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้หลายคนเลย ซึ่งตรงกันข้ามกับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ประสบปัญหานักเตะในแดนหน้าได้รับบาดเจ็บหลายคน โดยเฉพาะ ซน ฮึง มิน ด้วยนั่นเอง แต่ยังมีผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายราย และตั้งเป้าหวังเก้บชัยให้ถิ่นของตัวเองเพื่อทำคะแนนไล่จี้พวกทีมนำบนหัวตารางคะแนนต่อไป คาดว่าเกมคู่นี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอสูงมาก เพราะว่า “ไก่เดือยทอง” สามารถยกระดับทีมขึ้นมาได้แบบไม่รอง “หงส์แดง” ได้แล้ว จึงพร้อมลงสนามไปสุ่กันแบบสูสี ก่อนจะลงเอยด้วยการแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน


ผลที่คาด : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 68 ครั้ง