หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS เลสเตอร์

"ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เตรียมปรับทัพบางจุด โดยเฉพาะแนวรุกพร้อมให้ เดยัน คูลูเชฟสกี้ ลงไปช่วยเกมริมเส้นนัดต้อนรับ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ทีมบ๊วยที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 17 ก.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยชนะในถิ่นตัวเองให้ได้เสียก่อน เพราะมีโอกาสขยับขึ้นไปยึดจ่าฝูงได้เหมือนกัน


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS เลสเตอร์
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS เลสเตอร์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ VS เลสเตอร์

สนาม : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ สเตเดี้ยม

เวลา : 23.30 น.


ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 2-0 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : แพ้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 0-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เพื่อเก็บชัยแล้วลุ้นขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูง เพราะตอนนี้อยู่อันดับ 3 แข่ง 6 นัด มี 14 คะแนน เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 และตามหลัง อาร์เซนอล ทีมอันดับ 1 ซึ่งมีโปรแกรมลงเตะในวันถัดไปเพียงแต้มเดียวเท่านั้น โดยพร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามทั้งหมดเลย เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ยกเว้นแค่ ลูคัส มูร่า ซึ่งยังไม่หายเดี้ยงเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่อาจจะโรเตชั่นนักเตะในบางตำแหน่ง


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

อูโก้ ยอริส, เกลมองต์ ลองก์เล่ต์, เอริค ไดเออร์, คริสเตียน โรเมโร่, ไรอัน เซสเซญอง, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, โรดริโก้ เบนทานคูร์, เอแมร์ซอน รอยัล, ซน ฮึง-มิน, เดยัน คูลูเชฟสกี้, แฮร์รี่ เคน


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ อูโก ยอริส ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งต่อไป ส่วนในรายของ ฟราเซอร์ ฟอร์สเตอร์ พร้อมทำหน้าที่เป็นมือสองในบทบามของตัวเองตามเดิม

แนวรับ : เตรียมดร็อป ดาวินซอน ซานเชซ เป็นตัวจริง และน่าจะพัก เบน เดวิส ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ เกลมองต์ ลองก์เล่ต์ ลงไปยืนเป็นกองหลังร่วมกับ เอริค ไดเออร์ และ คริสเตียน โรเมโร่ ส่วนในรายของ เด็ด สเปนซ์ และ จาเพ็ต ทานทันก้า ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว

แดนกลาง : พร้อมให้ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก กับ โรดริโก้ เบนทานคูร์ ยืนคุมเกมในแผงมิดฟิลด์ต่อไป ทำให้ อีฟส์ บิสซิม่า ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรกอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ โอลิเวอร์ สคิปป์ ส่วนฟูลแบ็กฝั่งซ้ายน่าจะดร็อป อีวาน เปริซิช เพื่อให้ ไรอัน เซสเซญอง ลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เอแมร์ซอน รอยัล ซึ่งน่าจะได้ลงไปยืนในตำแหน่งฟูลแบ็กฝั่งขวาเหนือกว่า แมตต์ โดเฮอร์ตี้ อีกหนึ่งเกม

แนวรุก : ไม่มีเพียงแค่ ลูคัส มูร่า เจอโรคเดี้ยงเล่นงานนั่นเอง และน่าจะดร็อป ริชาร์ลิซอน ให้กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เดยัน คูลูเซฟสกี้ กลับมาประจำการในตำแหน่งปีกขวา โดยจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ซน ฮึง-มิน ในตำแหน่งปีกซ้ายตามเดิม ส่วนกองหน้าตัวเป้ายังคงใช้ แฮร์รี่ เคน ยืนล่าตาข่ายต่อไป


เลสเตอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เซาแธมป์ตัน 1-2 (เหย้า)

คาราบาว คัพ รอบ 2 : เสมอ สต็อคพอร์ต 0-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เชลซี 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ไบรท์ตัน 2-5 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เบรนแดน รอดเจอร์ส จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ ไบรท์ตัน 2-5 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นเก็บชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ให้ได้ โดยตอนนี้ยังคงจมบ๊วยในอันดับ 20 แข่ง 6 นัด มีเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการจัดทีม เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

แดนนี่ วอร์ด, ลุค โธมัส, จอนนี่ อีแวนส์, ดาเนียล อมาร์ตี้, เจมส์ จัสติน, ยูริ ติเลอมองส์, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ฮาร์วีย์ บาร์นส, เจมส์ แมดดิสัน, เจมี่ วาร์ดี้


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ แดนนี่ วอร์ด ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เพราะว่าสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว โดยมี ดาเนี่ยล อีเวอร์เซ่น ทำหน้าที่เป็นมือสองในฐานะตัวสำรองตามเดิม

แนวรับ : ไม่น่าจะใช้งาน ชักลาร์ โซยุนคู รวมถึง ยานนิค เวสเตอร์การ์ด จึงน่าจะขยับ ดาเนียล อมาร์ตี้ ให้ยืนเป็นกองหลังคู่กับ จอนนี่ อีแวนส์ ส่วนในรายของ วูต ฟาเอส กองหลังตัวใหม่นั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ ได้รับบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ ลุค โธมัส ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เจมส์ จัสติน ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นแบ็กขวาด้วยเช่นกัน ทำให้ ติโมธี คาสตานเญ่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอีกหนึ่งเกม

แดนกลาง : ยังคงดร็อป เดนนิส ปราท กับ นามปาลิส เมนดี้ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพื่อให้ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ กลับมายืนคุมเกมในฐานะตัวจริงอีกครั้ง เช่นเดียวกับ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ส่วนในรายของ ยูริ ติเลอมองส์ พร้อมยืนปักหลักในแผงมิดฟิลด์ตามเดิม ทำให้ บูบาการี่ ซูมาเร่ น่าจะกลับไปนั่งอยู่ที่ข้างสนามอีกครั้ง

แนวรุก : เตรียมจับ เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ กับ พัตสัน ดาก้า นั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เจมี่ วาร์ดี้ กลับมาสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าอีกครั้ง ส่วนในรายของ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป เพื่อให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส สวมบทเป็นปีกซ้าย ขณะที่ปีกขวาไม่น่าจะใช้ อโยเซ่ เปเรซ เพราะน่าจะวาง เจมส์ แมดดิสัน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้ไปเลย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 94 เกม ปรากฎว่า ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 45 เกม เสมอ 16 เกม และแพ้ 33 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ไก่เดือยทอง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 3-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เลสเตอร์ บุกไปแพ้ 1-3


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ชนะ เลสเตอร์ 3-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แพ้ เลสเตอร์ 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ แพ้ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-4

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : เลสเตอร์ แพ้ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ชนะ เลสเตอร์ 3-1


ความน่าจะเป็น

เกิดอาการเสียศูนย์ไปพอสมควร หลังพบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้จากการปราชัยในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเอง ทำให้ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ พร้อมกลับมามุ่งมั่นอย่างแน่นอน เพื่อลุ้นกลับมาเก็บชัยคว้าชัยให้ได้ เพราะมีโอกาสขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้ด้วยเหมือนกัน ส่วน เลสเตอร์ ยังคงต้องตามหาจุดเปลี่ยนให้เจอโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ปลดล็อคด้วยการเก็บ 3 คะแนนแรกให้ได้เสียที หลังไม่พบกับชัยชนะในศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้แม้แต่นัดเดียว และยังคงจมปักอยู่ในตำแหน่งบ๊วยต่อไป คาดว่า “ไก่เดือยทอง” น่าจะมีโอกาสเก็บชัยในถิ่นของตัวเองเอาไว้ได้


ผลที่คาด : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ชนะ เลสเตอร์ 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 108 ครั้ง