หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เซาแธมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมให้ คาเซมิโร่ กองกลางตัวใหม่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ อองโตนี่ มาร์ซิกซิยัล ซึ่งพร้อมยืนล่าตาข่ายตั้งแต่นาทีแรกนัดเยือน "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 27 ส.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยชนะกันต่อไป หลังจากที่ทั้งสองทีมพบกับชัยชนะเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ได้แล้วจากนัดก่อน


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เซาแธมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เซาแธมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เซาแธมป์ตัน VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : เซนต์ แมรีส์ สเตเดี้ยม

เวลา : 18.30 น.


เซาแธมป์ตัน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ โมนาโก 3-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : แพ้ บียาร์เรอัล 1-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 1-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 2-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเฉือนชนะ เลสเตอร์ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก และเป็นการเก็บชัยนัดแรกของศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปเลยด้วย โดยตอนนี้อยู่อันดับ 11 แข่ง 3 นัด มี 4 คะแนน จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามไปเลย เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดอยู่แล้ว


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

กาวิน บาซูนู, มุสซ่า โฌเนโป, โมฮาเม็ด ซาลิซู, แยน เบดนาเร็ค, ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, โรเมโอ ลาเวีย, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, โมฮาเม็ด เอลยูนุสซี่, อดัม อาร์มสตรอง, โจ อาริโบ, เช อดัมส์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ กาวิน บาซูนู ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง ส่วนในรายของ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ เตรียมนั่งเป็นมือสองในฐานะตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : น่าจะดร็อป อาเมล เบลล่า-ค็อตแชป เป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ ลานโก้ เพื่อให้ แยน เบดนาเร็ค กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อยืนเป็นกองหลังคู่กับ โมฮาเม็ด ซาลิซู ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ วาเลนติโน่ ลิวราเมนโต้ ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ มุสซ่า โฌเนโป ยืนประจำการต่อไป ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ ออริโอล โรเมว, อิบราฮิม่า ดิยัลโล่ และ ยานน์ วาเลรี่ ออกสตารทเป็นตัวจริง โดยพร้อมให้ โรเมโอ ลาเวีย ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ เหมือนเดิม

แนวรุก : พร้อมให้ โมฮาเม็ด เอลยูนุสซี่, สวมบทเป็นปีกขวา เช่นเดียวกับ โจ อาริโบ ทำให้ ธีโอ วัลคอตต์ กับ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป และพร้อมวาง อดัม อาร์มสตรอง สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของ เช อดัมส์ ซึ่งน่าจะได้ลงไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเหนือกว่า เซกู มาร่า


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ราโย บัลเยกาโน่ 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก กุนซือ "ปีศาจแดง" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเฉือนชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก จึงเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้แล้ว หลังเก็บชัยชนะเป็นนัดแรกขิองฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ โดยตอนนี้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 14 แข่ง 3 นัด มี 3 แต้ม และได้พวกนักเตะที่เคยหายเจ็บกลับมาช่วยทีมเกือบครบเลยด้วย แถมยังมีบรรยากาศในทีมที่ดูคักคึกเลยด้วย เพราะว่าได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกหนึ่งราย นั่นก็คือ คาเซมิโร่ ซึ่งพร้อมให้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไปเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลท์, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ไทเรลล์ มาลาเซีย, คาเซมิโร่, เฟรด, จาดอน ซานโช่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยัล


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เพราะยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมเป็นมือหนึ่งนั่นเอง โดยมี ทอม ฮีตัน พร้อมทำหน้าที่เป็นแบ็กอัพในฐานะมือสองต่อไป

แนวรับ : น่าจะได้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ หายเจ็บกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง แต่น่าจะนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งน่าจะถูกดร็อปเหมือนเกมที่แล้ว เพื่อให้ ราฟาเอล วาราน ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เหมือนเดิม ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ ดิโอโก้ ดาโลท์ เหนือกว่า อารอน วาน-บิสซาก้า อยู่แล้ว ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะไว้วางใจให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย ลงเล่นเป็นตัวจริงมากกว่า ลุค ชอว์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน

แดนกลาง : เตรียมจับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค นั่งเป็นตัวสำรอง ซึ่งรวมถึง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ คาเซมิโร่ มิดฟิลด์คนใหม่ได้ประเดิมสนามเป็นตัวจริงไปเลย โดยน่าจะได้ยืนคู่กับ เฟรด ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติบราซิลเหมือนกันนั่นเอง ส่วนในรายของ คริสเตียน อีริคเซ่น น่าจะได้พักอยู่ที่ข้างสนาม เพื่อเป็นการโรเตชั่นไปในตัวด้วย

แนวรุก : ส่อให้ อันโธนี่ เอลังก้า กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนในรายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน และน่าจะให้ อองโตนี่ มาร์กซิยัล ได้กลับมายืนเป็นกองหน้าเพื่อประสานงานกับ จาดอน ซานโช่ ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นปีกขวาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด และพร้อมให้ บรูโน่ แฟร์นันเดส ทำหน้าที่เป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลยน์เมกเกอร์ต่อไป


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 94 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 52 เกม เสมอ 25 เกม และแพ้ 17 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี ปรากฎว่า เซาแธมป์ตัน เฝ้ารังเสมอ 1-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เซาแธมป์ตัน 2-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : เซาแธมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เซาแธมป์ตัน 9-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เซาแธมป์ตัน เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เซาแธมป์ตัน 1-1


ความน่าจะเป็น

เรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาได้แล้ว หลังเก็บชัยชนะเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ และได้กองกลางคนใหม่เข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปแล้วด้วย ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกลับคืนสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง เพราะสามารถตามหาทีมชุดที่เกือบจะลงตัวที่สุดได้แล้วนั่นเอง


ส่วน เซาแธมป์ตัน มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นจากเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนในบางตำแหน่ง จึงอาจจะต้องใช้เวลาปรับปรุงทีมกันอีกสักหน่อย เพื่อให้มีความลงตัวมากกว่าที่เป็นอยู่นั่นเอง แต่ยังคงเป็นทีมที่ทำผลงานในบ้านได้ดีเหมือนกัน


คาดว่า “ปีศาจแดง” จะต้องเจอกับงานที่ยากลำบากอย่างแน่นอน แต่ว่าพวกนักเตะสามารถเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้แล้ว และมีบรรยากาศภายในทีมที่ดีขึ้นแบบต่อเนื่องเลย แม้ว่า “นักบุญ” จะเล่นในถิ่นของตัวเองได้ค่อนข้างดี แต่ “ปีศาจแดง” น่าจะมีทีเด็ดทีขาดมากกว่า จึงน่าจะบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มได้แบบหวุดหวิด


ผลที่คาด : เซาแธมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 180 ครั้ง