หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เซาแธมป์ตัน VS ลิเวอร์พูล

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ส่อโรเตชั่นนักเตะหลายตำแแหน่ง แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งดังออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยเฉพาะแนวรุกที่น่าจะให้ ดิโอโก้ โจต้า ลงไปเป็น 3 ประสานยืนล่าตาข่ายร่วมกับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์, หลุยส์ ดิอาซ นัดเยือน "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 17 พ.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เซาแธมป์ตัน VS ลิเวอร์พูล
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : เซาแธมป์ตัน VS ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เซาแธมป์ตัน VS ลิเวอร์พูล

สนาม : เซนต์ แมรีส์ สเตเดี้ยม

เวลา : 01.45 น.


เซาแธมป์ตัน

ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล กุนซือ "นักบุญ" น่าจะปรับทัพบางตำแหน่งเพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังสะกดคำว่าชนะในศึกพรีเมียร์ลีกไม่เป็นมาแล้วถึง 4 เกม และยังต้องการคะแนนอีกเพียงเล็กน้อยเพื่อการันตีความอยู่รอดปลอดภัยนั่นเอง เพราะยังคงอยู่ในโซนท้ายตารางเหนือจากพื้นที่ตกชั้นแบบไม่ขาดลอยเสียเลยทีเดียว แต่ว่าไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามไปเลย ซึ่งยังคงเป็นพวกแข้งจากกลุ่มเดิมๆ ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอยู่แล้วด้วย โดยพร้อมเล่นเกมนี้แบบเต็มที่อย่างแน่นอน เพราะนี่คือเกมส่งท้ายนัดเหย้าที่จะได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลในถิ่นของตัวเองเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ด้วย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

ฟราเซอร์ ฟอร์สเตอร์, ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, โมฮาเม็ด ซาลิซู, แยน เบดนาเร็ค, โรแม็ง เปอร์เราด์, สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, โอริออล โรเมว, โมฮาเม็ด เอลยูนุสซี่, อาร์มันโด้ โบรย่า, เช อดัมส์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ ฟราเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป และหมดสิทธิ์ใช้งาน อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ นายด่านอีกรายหนึ่งที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บนั่นเอง

แนวรับ : ขาดเพียงแค่ วาเลนติโน่ ลิฟราเมนโก้ แบ็กซ้ายตัวหลักที่ได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียวเท่านั้น และน่าจะให้ แจ็ค สตีเฟ่นส์ ลงเป็นตัวสำรองต่อไป โดยเตรียมให้ โมฮาเม็ด ซาลิซู ยืนเป็นกองหลังคู่กับ แยน เบดนาเร็ค ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะส่ง โรแม็ง เปอร์เราด์ ลงไปยืนประจำการคนละฝั่งกับ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง

แดนกลาง : น่าจะดร็อป อิบราฮิม่า ดิยัลโล่ เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เช่นเดียวกับ นาธาน เรดมอนด์ รวมถึง ธีโอ วัลคอตต์ ซึ่งประสบปัญหาฟอร์มตกเหมือนกันทั้งหมดเลย เพื่อให้ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ กับ โอริออล โรเมว ยืนเป็นตัวคุมเกมต่อไป ส่วนปีกขวาจะเป็นหน้าที่ของ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โมฮาเม็ด เอลยูนุสซี่ ในฐานะปีกซ้ายตัวหลักอยู่แล้ว

กองหน้า : ยังคงมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลายคนเลย แต่ไม่น่าจะให้ เชน ลอง ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และน่าจะดร็อป อดัม อาร์มสตรอง เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ เช อดัมส์ ลงไปยืนล่าตาข่ายคู่กับ อาร์มันโด้ โบรย่า ไปเลย


ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คลอปป์ กุุนซือ "หงส์แดง" เตรียมโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่งเพื่อให้ได้พักบ้าง หลังกรำศึกหนักมาแบบต่อเนื่องเลย และเพิ่งผ่านการลงเตะนัดชิงเอฟเอ คัพ มาหมาดๆ อีกต่างหาก จึงน่าจะได้เห็นพวกแข้งดังออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหลายคนเลย เพราะยังต้องเก็บชัยเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกจนถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้ แม้ว่าตอนนี้จะมีโอกาสน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่พอสมควรเลยเลยก็ตาม แต่ยังพร้อมสู้ต่อไปจนถึงที่สุด เพื่อรักษาความมั่นใจในช่วงก่อนลงเตะนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในช่วงปลายเดือนนี้กันต่อไป ซึ่งเป็นถ้วยแชมป์อีกหนึ่งรายการที่ยังคงมีลุ้นอยู่นั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

อลิสซอน เบ็คเกอร์, โจเอล มาทิป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, คอสตาส ซิมิคาส, นาบี้ เกอิต้า, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, ดิโอโก้ โจต้า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, หลุยส์ ดิอาซ


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยประการทั้งปวง โดยพร้อมให้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ในฐานะมือหนึ่งได้ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป

แนวรับ : น่าจะมีการปรับทัพบางตำแหน่ง คาดว่า โจเอล มาทิป จะได้ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ทำให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะดร็อป แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซึ่งกรำศึกหนักมาแบบต่อเนื่อง เพื่อให้ คอสตาส ซิมิคาส ลงไปทำหน้าที่แทน ขณะที่แบ็กขวาน่าจะให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไปตามเดิม

แดนกลาง : ส่อดร็อป จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นตัวสำรองเพื่อให้พักบ้าง แต่ไม่น่าจะส่ง เจมส์ มิลเนอร์ กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วยเช่นกัน โดยน่าจะให้ นาบี้ เกอิต้า ลงไปคุมแผงมิดฟิลด์ร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า

แนวรุก : ยังคงใช้งานพวกแข้งหลักได้ทั้งหมด แต่ไม่น่าจะให้ ดิว็อค โอริกี้ กับ ทาคูมิ มินามิโนะ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในช่วงหลังจากที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาฟิตได้ไม่นานนัก และคาดว่า ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งปัญหาเรื่องสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อยได้พักไปด้วยเลย เพื่อให้ ดิโอโก้ โจต้า ลงไปประสานงานกับ หลุยส์ ดิอาซ และ โมฮาเม็ด ซาล่าห์


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 113 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 58 นัด เสมอ 24 นัด และแพ้ 31 นัด ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า เซาแธมป์ตัน เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ 1-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเปิดบ้านไล่ถล่ม 4-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุด ปรากฎว่า "หงส์แดง" เหนือกว่า โดยเก็บชัยได้ถึง 4 เกม และแพ้เพียงนัดเดียวเท่านั้น


ความน่าจะเป็น

แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แบบยากลำบากเหลือเกิน เพราะว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่พลาดท่าสะดุดขาตัวเองเหมือนอย่างที่หวังเอาไว้นั่นเอง แต่ว่า ลิเวอร์พูล ยังคงพร้อมทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด นั่นก็คือการเก็บชัยชนะเพื่อไล่กดดันทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ไปให้ถึงที่สุดเลยนั่นเอง จึงน่าจะให้พวกแข้งหลักหลายคนๆ ลงสนามเป็นตัวจริงต่อไป เพื่อลงไปช่วยประคองพวกแข้งสำรองที่น่าจะได้ลงเล่นในบางตำแหน่ง เพราะจะต้องมีการโรเตชั่นเพื่อให้พวกแข้งดังที่ผ่านการกรำศึกหนักได้พักบ้าง


ส่วน เซาแธมป์ตัน อยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้จะรอดพ้นจากตกชั้นอยู่แล้ว แต่ยังต้องรอการการันตีแบบ 100% กันไปก่อน เพราะว่าพวกทีมท้ายตารางมีฮึดหนีตกชั้นกันทั้งนั้น จึงมีโอกาสโดนแซงหน้าได้อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าหากคว้าชัยหรือลงเอยผลเสมอจะได้อยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไปจนถึงช่วงฤดูกาลนี้ทันทีเลย


คาดว่า ลิเวอร์พูล มีความมุ่งมั่นมากกงว่า แม้จะไม่ได้ใช้นักเตะชุดใหญ่ลงสนาม แต่ว่าพวกตัวสำรองสามารถทดแทนพวกแข้งหลักได้เป็นอย่างดี เพราะยังคงมีขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งมากๆ ส่วน เซาแธมป์ตัน ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม แต่ว่าโชว์ฟอร์มในช่วงหลังได้ไม่ค่อยดีนักอยู่แล้ว ทำให้ "หงส์แดง" น่าจะมีโอกาสบุกไปเก็บ 3 คะแนนได้ตามเป้า เพราะยังคงมีแนวรุกที่เฉียบคมเหลือเกิน


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 433 ครั้ง