หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เวสต์แฮม

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมแนวรับส่อให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ และพร้อมวาง มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเปิดบ้านต้อนรับ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 30 ต.ค.นี้


Premier League Football Analysis: Manchester United vs West Ham
Premier League Football Analysis: Manchester United vs West Ham

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS เวสต์แฮม

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เวลา : 23.15 น.


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-6 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เชลซี 1-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อเก็บชัยลุ้นไล่จี้กลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรก โดยในช่วงก่อนเกมฟาดแข้งตามโปรแกรมเมื่อวันเสาร์อยู่อันดับ 6 แข่ง 11 นัด มี 20 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ไม่ส่งกระทบต่อการจัดทีมมากนัก เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคนแรก


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ไทเรลล์ มาลาเซีย, ดิโอโก้ ดาโลท์, คาเซมิโร่, คริสเตียน อีริคเซ่น, จาดอน ซานโซ่, แอนโทนี่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก ดาบิด เด เคอา ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว ส่วนมือสองยังคงเป็นหน้าที่ของ ทอม ฮีตัน นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป


แนวรับ : ไร้เงา ราฟาเอล วาราน ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ แม้จะมีลุ้นได้กัปตันทีม นั่นก็คือ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หายเดี้ยงกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง แต่ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิต จึงน่าจะให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ลงไปยืนเป็นกองกลังคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ส่วนแบ็กซ้ายอาจให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย ลงไปยืนประจำการ เพื่อให้ ลุค ชอว์ นั่งพักอยู่ที่ข้างสนาม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ดิโอโก้ ดาโลท์ ซึ่งพร้อมทำหน้าที่เป็นแบ็กขวาเหมือนเดิม เนื่องจาก อารอน วาน-บิสซาก้า ยังคงต้องพักรักษาโรคเดี้ยงนั่นเอง

แดนกลาง : ขาดเพียงแค่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักอยู่แล้ว จึงน่าจะให้ คาเซมิโร่ กับ คริสเตียน อีริคเซ่น ลงไปยืนคุมเกมร่วมกัน ทำให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟรด ต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน อองโตนี่ มาร์กซิยัล ยังคงต้องพักรักษาโรคเดี้ยงเหมือนเดิม และไม่น่าจะได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะว่าน่าจะส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยพร้อมวาง บรูโน่ แฟร์นันเดส สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกม ส่วนในรายของ แอนโทนี่ เตรียมทำหน้าที่เป็นปีกขวาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ จาดอน ซานโซ่ ในตำแหน่งปีกซ้ายนั่นเอง


เวสต์แฮม

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ฟูแล่ม 3-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เซาแธมป์ตัน 1-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ บอร์นมัธ 2-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เดวิด มอยส์ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่มีเลขตัวเดียว โดยในช่วงก่อนเกมฟาดแข้งตามโปรแกรมเมื่อวันเสาร์อยู่อันดับ 10 แข่ง 12 นัด มี 14 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ยังมีผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน และพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ลูคัส ฟาเบียนสกี้, เบน จอห์นสัน, เคิร์ท ซูม่า, ธีโล่ เคห์เรอร์, อารอน เครสส์เวลล์, โทมัส ซูเซ็ค, ดีแคลน ไรซ์, ยาร์ร็อด โบเว่น, มานูเอล ลานซินี่, ซาอิด เบนราห์ม่า, จานลูก้า สคามัคก้า


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เพราะยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมบทเป็นมือหนึ่งเหนือกว่า อัลฟองซ์ อาเรโอล่า ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองตามเดิม


แนวรับ : ไม่มี เครก ดอว์สัน ต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป เช่นเดียวกับ นาเยฟ อาเกิร์ด กองหลังตัวใหม่ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นานนัก และน่าจะดร็อป อังเจโล่ อ็อกบอนน่า เป็นตัวสำรองไปก่อนด้วย เพื่อให้ เคิร์ท ซูม่า กับ ธีโล่ เคห์เรอร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กัน ส่วนแบ็กขวาน่าจะให้ เบน จอห์นสัน เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า วลาดิเมียร์ คูฟาล โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อารอน เครสส์เวลล์ ในตำแหน่งแบ็กขวา ทำให้ เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อนด้วย


แดนกลาง : ยังคงไร้ ลูคัส ปาเกต้า ต้องพักรักษาโรคเดี้ยงไปก่อน และไม่น่าจะให้ คอนอร์ โคเวนทรี มิดฟิลด์เด็กปั้นออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ โทมัส ซูเซ็ค ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ ดีแคลน ไรซ์ เหมือนเดิม


แนวรุก : ขาดเพียงแค่ แม็กซ์เวลล์ คอร์เน็ต ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และน่าจะดร็อป ปาโบล ฟอร์นาลส์ เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ ซาอิด เบนราห์ม่า ลงไปสวมบทเป็นปีกซ้าย โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ยาร์ร็อด โบเว่น ในตำแหน่งปีกขวา และไม่น่าจะให้ ฟลินน์ ดาว์นส ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพื่อให้ มานูเอล ลานซินี่ ได้ลงไปสวมบทเป็นตัวปั้นเกมอยู่ด้านหลังของกองหน้าตัวเป้า นั่นก็คือ จานลูก้า สคามัคก้า ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า มิคาอิล อันโตนิโอ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 128 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 63 เกม เสมอ 30 เกม และแพ้ 35 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 1-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เวสต์แฮม บุกไปแพ้ 0-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

เอฟเอ คัพ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เวสต์แฮม 1-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เวสต์แฮม 1--0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เวสต์แฮม แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2

คาราบาว คัพ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ เวสต์แฮม 0-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เวสต์แฮม 1-0


ความน่าจะเป็น

การขาดหายไปของ ราฟาเอล วาราน น่าจะส่งผลกระทบต่อแนวรับของเจ้าบ้านอยู่ไม่น้อย เพราะว่าเป็นเสาหลักในแดนหลังประจำฤดูกาลนี้นั่นเอง แต่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไยเจ็ด ยังคงมีผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายราย ส่วนแนวรุกยังคงอยากันครบ จึงพร้อมจัดทัพใหญ่ในแดนหน้าอย่างแน่นอน ส่วน เวสต์แฮม ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าเมื่อตอนช่วงออกสตาร์ทเยอะเลย แต่ว่าทำผลงานนอกบ้านยังไม่ค่อยแจ่มเสียเท่าไรนัก เช่นเดียวกับแนวรุกที่แม้จะยิงประตูได้อยู่ แต่ยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น หากเทียบกับคุณภาพฝีเท้าของพวกนักเตะในแดนหน้า คาดว่า “ปีศาจแดง” น่าจะมีโอกาสเก็บชัยในถิ่นของตัวเองได้มากกว่า เพราะมีแผงแดนกลลางที่แข็งแกร่งขึ้นแบบต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นจุดชี้ขาดของเกมนี้ได้เลย จึงน่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็มในบ้านเอาไว้ได้


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ เวสต์แฮม 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 242 ครั้ง