หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูไนเต็ด VS นอริช

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง และน่าจะให้ ปอล ป็อกบา กลับมาช่วยยืนคุมแดนกลางนัดต้อนรับ "นกขมิ้น" นอริช ทีมบ๊วยหนีตกชั้นอย่างหนักในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 16 เม.ย.นี้ เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยแล้วจะได้เบียดแย่งพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกกันต่อไปด้วย


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูไนเต็ด VS นอริช
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูไนเต็ด VS นอริช

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนฯ ยูไนเต็ด VS นอริช

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เวลา : 21.00 น.


แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ สเปอร์ส 3-2 (เหย้า)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 : แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เยือน)


ราล์ฟ รังนิค กุนซือ "ปีศาจแดง" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังไม่พบกับชัยชนะจากการลงเล่นในทุกรายการมาแล้วถึง 3 เกม และจะได้เบียดลุ้นพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรก ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายที่เหลืออยู่ในช่วงฤดูกาลนี้ต่อไปด้วย เพราะตอนนี้หล่นลงมาอย่อันดับ 7 แข่ง 31 นัด มี 51 คะแนน ตามหลัง สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 อยู่ถึง 6 แต้มเลยด้วย แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายราย โดยยังคงเจอปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกเสียที นั่นก็คือเรื่องสภาพจิตใจของนักเตะที่เลนกันแบบขาดความมั่นใจ จึงไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้เหมือนอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าตัวเก่งที่ยิงประตูไม่ได้มาแล้วถึง 3 เกม ส่วนแนวรุกคนอื่นๆ พร้อมใจกันเจอปัญหาเล่นไม่ออกมาหลายเกมแล้วเหมือนกัน


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ดาบิด เด เคอา, อเล็กซ์ เตลเลส, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ดิโอโก้ ดาโลท์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันเดส, แอนโธนี่ เอลังก้า, จาดอน ซานโซ่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้


ผู้รักษาประตู : ยังคงให้มือหนึ่ง นั่นก็คือ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป แม้จะเสียประตูแบบต่อเนื่องเลย แต่ยังคงโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟในหลาๆ เกมให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ

แนวรับ : มีโอกาสได้ ราฟาเอล วาราน หายเจ็บกับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง แต่น่าจะให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งยังคงพร้อมสวมบทเป็นกัปตันทีม แม้จะเล่นพาดให้เห็นกันอยู่เป็นประจำเลยก็ตาม ส่วนแบ็กซ้ายหมดสิทธิ์ใช้งาน ลุค ชอว์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ อเล็กซ์ เตลเลส ลงไปทำหน้าที่แทนตามเดิม ขณะที่แบ็กขวาพร้อมให้ ดิโอโก้ ดาโลท์ เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า อารอน วาน-บิสซาก้า ซึ่งหลุดไปเป็นตัวสำรองเสียแล้ว

แดนกลาง : ต้องรอเช็กสภาพร่างกายของ เฟรด มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน หากลงเล่นไม่ได้จะให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไปคุมเกมร่วมกับ ปอล ป๊อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันเดส

แนวรุก : อาจจะดร็อป มาร์คัส แรชฟอร์ด เพราะยังตามหาฟอร์มเก่งไม่เจอเสียที และน่าจะให้ แอนโธนี่ เอลังก้า ลงไปสวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้ายคนละด้านกับ จาดอน ซานโซ่ ในตำแหน่งปีกขวา ส่วนกองหน้ารอเช็กสภาพความฟิตของ เอดินสัน คาวานี่ แต่พร้อมใช้งาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวเลือกอันดับแรกมากกว่า


นอริช

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 1-3 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เชลซี 1-3 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ ไบร์ตัน 0-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 (เหย้า)


ดีน สมิธ กุนซือ "นกขมิ้น" จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ เบิร์นลีย์ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก พร้อมกับหยุดสถิติไม่พบกับชัยชนะในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเอาไว้ที่จำนวน 8 เกมได้สำเร็จ เพื่อลุ้นเก็บชัยหนีตกชั้นกันต่อไป เพราะยังคงจมปลักอยู่ในตำแหน่งบ๊วยอันดับ 20 แบบเหนียวแน่นเลย หลังลงเตะไปแล้ว 31 นัด มี 21 คะแนน จึงเริ่มมีโอกาสหนีจากโซนตกชั้นได้อยู่เหมือนกัน แต่จะต้องเดินหน้าไล่เก็บชัยชนะต่อไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะมีนักเตะขาดหายไปหลายคนเลย โดยเฉพาะในแนวรับที่ได้รับบาดเจ็บเพียบเลย แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายราย โดยแนวรุกยังคงมี ติมู ปุ๊กกี้ กองหน้าคนเก่งเป็นตัวความหวังสูงสุดเหมือนเดิม


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-1-2

ทิม ครูล, แซม ไบรัม, แกรนท์ ฮันลีย์, เบน กิ๊บสัน, ดิมิทริส จิอันนูลิส, บิลลี่ กิลมอร์, มัทธีอัส นอร์มันน์, ปิแอร์ ลีส-เมลู, เคนนี่ แม็คลีน, ติมู ปุ๊กกี้, มิลอต ราชิก้า


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดย ทิม ครูล ยังคงพร้อมสวมบทเป็นมือหนึ่งต่อไปตามเดิม

แนวรับ : ได้รับบาดเจ็บหลายคนเลย ไม่ว่าจะเป็น โอซาน กาบัค, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, มักซ์ อารอนส์ รวมถึง คริสตอฟ ซิมเมอร์มันน์ แต่น่าจะได้ แกรนท์ ฮันลีย์ ฟิตกลับมายืนเป็นกองหลังร่วมกับ เบน กิ๊บสัน ส่วนแบ็กขวายังคงใช้ แซม ไบรัม ยืนคนละฝั่งกับ ดิมิทริส จิอันนูลิส ทางด้านซ้าย

แดนกลาง : น่าจะใช้ 3 ประสาน นั่นก็คือ บิลลี่ กิลมอร์, มัทธีอัส นอร์มันน์ และ ปิแอร์ ลีส-เมลู ทำห้ ลูคัส รัปป์ ต้องหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองค่อนข้างแน่

แนวรุก : พร้อมขยับ เคนนี่ แม็คลีน ขึ้นมาสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ และต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ โจชัว ซาร์เกนท์ แต่ยังไม่น่าจะกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ อดัม ไอดาห์ ซึ่งยังคงไม่หายเดี้ยง จึงพร้อมให้ มิลอต ราชิก้า ยืนเป็นกองหน้าคู่กับ ติมู ปุ๊กกี้ เหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 71 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 41 เกม เสมอ 13 เกม และแพ้ 17 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้จากเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2020 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านไล่ถล่ม 4-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเฉือนชนะ 1-0 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายชนะทั้งหมดเลย และมีถึง 3 เกมที่ชนะแบบไม่ประตูอีกต่างหาก


ความน่าจะเป็น

เริ่มห่างไกลจากพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ออกไปเรื่อยๆ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพยายามงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ให้ได้ เพื่อจะได้กลับมามีลุ้นแย่งชิงอันดับ 4 แต่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน เพราะนักเตะหลายๆ คนยังคงมีปัญหาเรื่องของความมั่นใจจากการเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานแบบต่อเนื่องเลย และยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาทำผลงานได้แบบน่าประทับใจเลยด้วย แต่เกมนี้น่าจะเป็นโอกาสสำหรับการลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง เนื่องจาก นอริช ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากกว่าเยอะเลย แม้จะเริ่มมีทีท่าว่าพร้อมขยับหนีจากโซนตกชั้นได้บ้างแล้ว หลังเก็บชัยชนะได้จากเกมล่าสุด และหยุดสถิติไม่พบกับชัยชนะมาหลายเกมได้แล้วด้วย แต่ว่ามีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะพวกกองหลังทั้งนั้น จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวรับแทบจะทุกเกมเลย คาดว่า "ปีศาจแดง" น่าจะกลับมาเก็บชัยในถิ่นของตัวเองได้สำเร็จ แต่ไม่น่าจะยิงประตูเพื่อเอาชนะได้ด้วยสกอร์แบบขาดลอย


ผลที่คาด : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ นอริช 1-0

ดู 112 ครั้ง