หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS นิวคาสเซิ่ล

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนาม แต่รอต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ อองโตนี่ มาร์กซิยัล ก่อนเกมเปิดบ้านต้อนรับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 16 ต.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS นิวคาสเซิ่ล
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS นิวคาสเซิ่ล

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS นิวคาสเซิ่ล

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เวลา : 20.00 น.


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 3-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-6 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อให้พวกแข้งหลักกลับมาลงสนาม หลังจากที่ให้บางรายได้พักในเกมสโมสรยุโรปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในช่วงก่อนลงเตะเมื่อวันเสาร์อยู่อันดับ 5 แข่ง 8 นัด มี 15 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามอย่างแน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ไทเรลล์ มาลาเซีย, ดิโอโก้ ดาโลต์, คาเซมิโร่, คริสเตียน อีริคเซ่น, จาดอน ซานโช่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, แอนโทนี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่ง นั่นก็คือ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป ส่วนในรายของ ทอม ฮีตัน เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองอยู่ที่ข้างสนาม เช่นเดียวกับ มาร์ติน ดูบราฟก้า ซึ่งยืมตัวมาจาก นิวคาสเซิ่ล นั่นเอง


แนวรับ : ไม่มี แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป เช่นเดียวกับ อักเซล ทวนเซเบ้ แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักในแดนหลังอยู่แล้ว และน่าจะดร็อป วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ให้กลับไปนั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ ราฟาเอล วาราน กลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ส่วนแบ็กซ้ายพร้อมให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า ลุค ชอว์ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป ขณะที่แบ็กขวาพร้อมให้ ดิโอโก้ ดาโลต์ ลงไปยืนประจำการตามเดิม เนื่องจาก อารอน วาน-บิสซาก้า ยังไม่หายจากโรคเดี้ยงเสียที

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ติดโทษแบน เพราะสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบพอดี จึงพร้อมให้ คริสเตียน อีริคเซ่น กลับมายืนคุมเกมร่วมกับ คาเซมิโร่ ทำให้ เฟรด เตรียมกลับไปนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม ส่วยในรายของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ อยู่แล้ว


แนวรุก : ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ อองโตนี่ มาร์กซิยัล ซึ่งมีปัญหาบาดเจ็บตรงบริเวณแผ่นหลัง หากกลับมาลงสนามไม่ได้น่าจะเลือก มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้ขยับขึ้นไปสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าเหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามเพื่อรอโอกาสกันต่อไป ส่วน บรูโน่ แฟร์นันเดส พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวปั้นเกมในฐานะเพลย์เมกเกอร์อยู่แล้ว ขณะที่ปีกซ้ายน่าจะให้ จาดอน ซานโช่ กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แอนโทนี่ ในตำแหน่งปีกขวาเหมือนเช่นเคย


นิวคาสเซิ่ล

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ บอร์นมัธ 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 5-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เอ็ดดี้ ฮาว จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพราะมีนักเตะได้รับบาดอยู่พอสมควร แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมชุดใหญ่ลงสนาม เพราะยังใช้งานพวกนักเตะฝีเท้าดีได้อีกหลายคน โดยในช่วงก่อนลงเตะเมื่อวันเสาร์อยู่อันดับ 5 แข่ง 8 นัด มี 14 คะแนน จึงหวัฃเก็บชัยเพื่อทำคะแนนแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีอันดับอยู่เหนือกว่าไปเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

นิค โป๊ป, ฟาเบียน ชาร์, สเวน บ็อตแทน, คีแรน ทริปเปียร์, แดน เบิร์น, โจลินตอน, บรูโน่ กีมาเรส, โจ วิลล็อค, มิเกล อัลมิรอน, อัลแล็ง แซงต์ มักซิแม็ง, คัลลัม วิลสัน


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก นิค โป๊ป ซึ่งสวมบทเป็นมือหนึ่งในฐานะตัวจริงอยู่แล้ว โดยมีมือสอง นั่นก็คือ ลอริส คาริอุส นั่งอยู่ที่ข้างสนามเพื่อรอโอกาสลงไปยืนเฝ้าเสา เนื่องจาก คาร์ล ดาร์โรว์ อีกหนึ่งนายทวารตัวสำรองยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บนั่นเอง


แนวรับ : ขาดเพียงแค่ เอมิล คราฟท์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่ว่าไม่ได้เป็นตัวหลักในแดนหลังอยู่แล้ง จึงพร้อมให้ ฟาเบียน ชาร์ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ สเวน บ็อตแทน ทำให้ ยามาล ลาสเซลเลส เตรียมนั่งเป็นตัวสรำองต่อไปตามเดิม ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ คีแรน ทริปเปียร์ ซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับแรกอยู่แล้ว โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แดน เบิร์น ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วนในรายของ แมตต์ ทาร์เกตต์ และ ยามาล เลวิส เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน


แดนกลาง : น่าจะให้ โจลินตอน กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อประสานงานกับ บรูโน่ กีมาเรส และ โจ วิลล็อค เพราะว่า ฌอน ลองสตาฟฟ์ น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วนในรายของ จอนโจ้ เชลวีย์ และ แมตต์ ริชชี่ ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ยังไม่หายจากอากาบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ คัลลัม วิลสัน ลงไปสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้าตามเดิม ทำให้ คริส วู้ด ยังคงต้องรอโอกาสอยู่ที่ข้างสนามต่อไป ส่วนปีกขวาพร้อมให้ อัลแล็ง แซงต์ มักซิแม็ง กลับลงไปยืนประจำการในฐานะตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า ยาค็อบ เมอร์ฟี่ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ มิเกล อัลมิรอน ซึ่งพร้อมเป็นตัวเลือกอันดับแรกในตำแหน่งปีกซ้ายเหนือกว่า ไรอัน ฟราเซอร์ อยู่แล้ว


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 152 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 77 เกม เสมอ 39 เกม และแพ้ 36 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 4-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า นิวคาสเซิ่ล บุกไปแพ้ 1-4


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2019 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : นิวคาสเซิ่ล แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-4

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ นิวคาสเซิ่ล 3-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : นิวคาสเซิ่ล เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1


ความน่าจะเป็น

หลังจากที่อยู่ในช่วงทดลองทีมมาได้สักพักหนึ่ง ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถตามหาทีมชุดที่ลงตัวที่สุดได้แล้ว และทำผลงานได้ดีขึ้นแบบต่อเนื่องเลยด้วย โดยเฉพาะแนวรับที่มีความเหนียวแน่นมากกว่าเดิม ส่วน นิวคาสเซิ่ล กลายเป็นทีมจอมเสมอไปเสียแล้ว แม้จะเพิ่งพบกับความพ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้ไปเพียงแค่นัดเดียว แต่ว่าลงเอยด้วยผลเจากับทีมคู่แข่งไปแล้วถึง 5 เกม คาดว่า “ปีศาจแดง” น่าจะมีจังหวะทีเด็ดทีขาดที่เหนือกว่า จึงน่าจะคว้าชัยในถิ่นของตัวเองได้สำเร็จ


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL


ดู 152 ครั้ง