หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ไบรท์ตัน

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปรับแนวรุก เพราะหมดสิทธิ์ใช้งาน อองโตนี่ มาร์กซิยัล ได้รับบาดเจ็บ และอาจจะให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาช่วยยืนล่าตาข่าย แต่มีโอกาสที่จะขยับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้ไปสวมบทเป็นกองหน้านัดต้อนรับ ไบรท์ตัน ในเกมประเดิมสนามพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 7 ส.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ไบรท์ตัน
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ไบรท์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ไบรท์ตัน

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เวลา : 20.00 น.


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : ชนะ เมลเบิร์น วิคตอรี่ 4-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ แอสตัน วิลล่า 2-2 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : เสมอ ราโย่ บัลเยกาโน่ 1-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เปิดบ้านเสมอ ราโย่ บัลเยกาโน่ 1-1 โดยพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริง แม้ว่าบางคนจะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อย แต่ยังมีอีกหลายคนที่สามารถลงสนามได้ตั้งแต่นาทีแรก ส่วนแนวรุกเตรียมมีการปรับทัพได้เลย เพราะหมดสิทธิ์ใช้งาน อองโตนี่ มาร์กซิยัล จึงต้องรอตัดสินใจว่าจะให้ใครสวมบทเป็นกองหน้าตัวเป้า


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ, ดิโอโก้ ดาโลท์, ไทเรลล์ มาลาเซีย, เฟรด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, จาดอน ซานโซ่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, แอนโธนี่ เอลังก้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ดาบิด เด เคอา ในฐานะมือหนึ่งยืนเฝ้าเสาอย่างแน่นอน เพราะว่าปล่อย ดีน เฮนเดอร์สัน ให้ทีมน้องใหม่ นั่นก็คือ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยืมตัวไปใช้งาน จึงพร้อมขยับ ทอม ฮีตัน นายด่านจอมเก๋าให้สวมบทเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองด้วย

แนวรับ : รอเช็กสภาพความฟิตของ ราฟาเอล วาราน และน่าจะให้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังตัวใหม่นั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เพื่อเปิดทางให้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ส่วนแบ็กขาวน่าจะดร็อป อารอน วาน-บิสซาก้า โดยพร้อมให้ ดิโอโก้ ดาโลท์ ลงไปยืนประจำการ แต่ว่าแบ็กซ้ายอาจจะให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหนือกว่า ลุค ชอว์

แดนกลาง : เตรียมให้ เฟรด กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกัน ทำให้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ คริสเตียน อีริคเซ่น มิดฟิลด์ตัวใหม่นั่นเอง และอาจจะได้เห็น ลิซานโดร มาร์ติเนซ สวมบทเป็นกองกลางได้เหมือนกัน เพราะสามารถยืนเล่นเป็นมิดฟิลด์ได้ด้วยนั่นเอง

แนวรุก : ส่อวาง บรูโน่ แฟร์นันเดส สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ และน่าจะให้ แอนโธนี่ เอลังก้า ทำหน้าที่เป็นปีกซ้าย ส่วน จาดอน ซานโซ่ พร้อมยืนประจำการในตำแหน่งปีกขวาอยู่แล้ว ส่วนกองหน้าตัวเป้าไม่มี อองโตนี่ มาร์กซิยัล เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงมีโอกาสได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาร่วมทีมในเกมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ท่ามกลางข่าวคราวเรื่องอยากย้ายทีม แต่น่าจะให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สวมบทเป็นกองหน้ามากกว่า


ไบรท์ตัน

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ ยูนิยง แซงต์ กิลลุส 0-0 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เอสโตริล 4-1 (สนามกลาง)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เรดดิ้ง 2-1 (เยือน)

นัดกระชับมิตร : แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-1 (เหย้า)

นัดกระชับมิตร : ชนะ เอสปันญอล 5-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เกรแฮม พ็อตเตอร์ จะปรับทัพจากเกมล่าสุดในนัดอุ่นแข้งที่เปิดบ้านไล่ต้อน เอสปันญอล 5-1 แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง โดยเฉพาะ ยาคุบ โมเดอร์ หมดสิทธิ์ช่วยแดนกลาง แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด ยกเว้น มาร์ก คูคูเรญ่า ซึ่งเตรียมย้ายทีมค่อนข้างแน่


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-5-1-1

โรเบิร์ต ซานเชซ, โจเอล เฟลต์มันน์, ลูวิส ดังค์, อดัม เว็บสเตอร์, ปาสกาล โกรสส์, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, มอยเซส ไซเซโด้, ซอลลี่ มาร์ช, เลอันโดร ทรอสซาร์, เอน็คอ เอ็มเวปู, แดนนี่ เวลเบ็ค


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้มือหนึ่ง นั่นก็คือ โรเบิร์ต ซานเชซ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงไปเลย

แนวรับ : เตรียมให้ โจเอล เฟลต์มันน์, ลูวิส ดังค์ และ อดัม เว็บสเตอร์ ยืนเป็นกองหลังร่วมกันไปเลย เพราะเป็นแผงแนวรับที่ดีที่สุดของสโมสรตามที่มีอยู่เลยด้วย ส่วนในรายของ มาร์ก คูคูเรญ่า น่าจะถูกตัดชื่อออกทีมเพื่อรอการย้ายทีมกันต่อไป

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน ทาริค แลมป์ตี้ ได้รับบาดเจ็บ จึงน่าจะขยับ เลอันโดร ทรอสซาร์ ให้ลงไปสวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ซอลลี่ มาร์ช ส่วน 3 มิดฟิลด์ตัวคุมเกมจะใช้งาน ปาสกาล โกรสส์, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ มอยเซส ไซเซโด้

แนวรุก : ส่อดร็อป นีล โมเปย์ กองหน้าจอมเก๋าเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ แดนนี่ เวลเบ็ค สวมบทเป็นหัวหอกยืนค้ำเอาไว้เพียงคนเดียว


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 28 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าอยู่เยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 19 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 4 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปรากฎว่า ไบรท์ตัน เป็นฝ่ายเปิดบ้านไล่ถล่ม 4-0


สถิติพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : ไบรท์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3

คาราบาว คัพ ปี 2020 : ไบรท์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ ไบรท์ตัน 2-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ ไบรท์ตัน 2-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : ไบรท์ตัน ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0


ความน่าจะเป็น

ยังคงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาวุ่นๆ กันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการของซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพ รวมถึงเรื่องเคลียร์อนาคตของนักเตะหลายๆ คน แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่ายังมีสภาพทีมที่พร้อมลงสนาม เพียงแต่ว่ามีเรื่องนอกสนามกวนสมาธิอยู่พอสมควร และต้องเตรียมปรับเปลี่ยนผู้เล่นในแนวรุกอีกต่างหาก โดยเฉพาะเรื่องของการกองหน้าตัวเป้าที่ยังไม่ลงตัวเสียที เนื่องจาก อองโตนี่ มาร์กซิยัล ซึ่งถูกวางตัวให้สวมบทเป็นหัวหอกดันมาได้รับบาดเจ็บในช่วงก่อนเกม แต่ยังมีนักเตะฝีเท้าให้เลือกใช้งานได้หลายคนเลย โดยเฉพาะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แม้จะยังคงมีอาการงอแงอยากย้ายทีมเหมือนอย่างที่ตกเป็นข่าวแบบต่อเนื่องเลยก็ตาม


ด้าน ไบรท์ตัน เน้นการเล่นแบบทีมเวิร์กเป็นหลักอยู่แล้ว แม้จะมีสภาพทีมที่ไม่ใหญ่มากนัก และมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้แบบค่อนข้างจำกัดด้วย แต่ว่าเป็นทีมที่มีความมุ่งมั่นในการเล่นสูงมากๆ และมีลูกฮึดที่พร้อมสู้กับทุกทีมอีกต่างหาก ถ้านัดไหนเล่นดีก็พร้อมเอาชนะได้ทุกทีมเลย แต่ถ้านัดไหนเล่นแย่ก็พร้อมแพ้ได้ทุกทีมเหมือนกัน แถมยังพร้อมใช้ทีเด็ดจาก แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้าของทีมเจ้าบ้านที่อาจจะโชว์ฟอร์มในภาพรวมได้ไม่ค่อยดีนัก แต่ว่าพร้อมฉวยโอกาสจากความผิดของทีมคู่แข่งเพื่อยิงประตูได้ทุกเมื่อเลย


คาดว่า "ปีศาจแดง" ต้องพบกับความยากลำบากในการเผชิญหน้ากับทีมเยือนอย่างแน่นอน แต่น่าจะอาศัยเรื่องของความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ และเสียงเชียร์จากแฟนบอลในถิ่นของตัวเอง จึงน่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยได้แบบหืดจับเหลือเกิน


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ ไบรท์ตัน 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 179 ครั้ง