หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ VS วัตฟอร์ด

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเข็น เควิน เดอ บรอยน์ มีสภาพร่างกายไม่ฟิตเต็มร้อยลงไปสวมบทเป็นตัวปั้นเกมนัดต้อนรับ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ซึ่งกำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นอย่างหนักในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 23 เม.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยเบียดแย่งตำแหน่งแชมป์ฤดูกาลนี้กับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ VS วัตฟอร์ด
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ VS วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนฯ ซิตี้ VS วัตฟอร์ด

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 21.00 น.


แมนฯ ซิตี้


"เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยไล่บี้กับ ลิเวอร์พูล ในการแย่งแชมป์ฤดูกาลนี้กันต่อไปแบบยาวๆ เพราะมีคะแนนห่างกันเพียงแค่ไม่กี่แต้มเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมอย่างแน่นอน เพราะยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย โดยเฉพาะแนวรุกที่มีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย จึงน่าจะมีการสลับสับเปลี่ยนให้ลงสนามในบางตำแหน่ง ส่วนแดนกลางพร้อมให้ เควิน เดอ บรอยน์ ลงไปสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ค่อนข้างแน่ แม้จะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อย แต่ยังคงต้องให้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์ในช่วงโค้งสุดท้ายตามโปรแกรมที่เหลืออยู่นั่นเอง


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, ไคล์ วอล์กเกอร์, จอห์น สโตนส์, อาเมริก ลาปอร์ก, เจา คันเซโล่, เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, อิลคาย กุนโดกาน, ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก เอแดร์ซอน โมราเอส ซึ่งยังคงสวมบทเป็นมือหนึ่งที่พร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอยู่แล้ว

แนวรับ : ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ รูเบน ดิอาส แต่น่าจะให้ จอห์น สโตนส์ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ อาเมริก ลาปอร์ก และน่าจะดร็อป นาธาน อาเก้ เพื่อให้ ไคล์ วอล์กเกอร์ กลับมาสวมบทเป็นแบ็กขวา และจะได้ขยับ เจา คันเซโล่ ไปยืนเป็นแบ็กซ้ายตามเดิม ทำให้ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ กลับไปนั่งเป็นตัวสำรองด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : พร้อมวาง โรดรี้ ยืนเป็นตัวหลักสำหรับการคุมเกม ส่วนในรายของ เควิน เดอ บรอยน์ แม้จะมีสภาพร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อย แต่น่าจะได้ลงไปเป็นตัวปั้นเกมจากแผงมิดฟิลด์เพื่อประสานกับ อิลคาย กุนโดกาน ซึ่งน่าจะเบียด แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงไปยืนเล่นเป็นตัวจริง

แนวรุก : เตรียมเปลี่ยนตัวริมเส้น เพราะน่าจะดร็อป ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ กาเบรียล เชซุส เพื่อให้ ริยาด มาห์เรซ สวมบทเป็นปีกขวา และวาง แจ็ค กรีลิช ทำเกมทางริมเส้นฝั่งซ้าย ส่วน ฟิล โฟเด้น จะได้ทำหน้าที่เป็นกองหน้าตัวเป้า


วัตฟอร์ด


รอย ฮอดจ์สัน กุนซือ วัตฟอร์ด เตรียมปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นกลับมาเก็บชัยให้ได้อีกครั้ง หลังพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 3 เกมติดต่อกัน และยังคงต้องดิ้นรนนีการตกชั้นเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่างหนักเลยด้วย แต่ยังพอจะมีโอกาสรอดตัวได้อยู่ หากสามารถไล่คว้าชัยในเกมที่เหลืออยู่ได้ทั้งหมด และต้องภาวนาให้ทีมคู่แข่งในโซนท้ายตารางคะแนนพบกับความพ่ายแพ้แบบรัวๆ ด้วยเช่นกัน แม้จะมีนักเตะขาดหายไปบางราย แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแนวรับที่อยู่กันครบเลย เช่นเดียวกับพวกตัวหลักในแดนกลาง ส่วนแนวรุกอาจมีการปรับเปลี่ยนในบางตำแหน่ง แต่ว่าพวกตัวริมเส้นความเร็วสูงยังคงพร้อมลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกด้ยเช่นกัน


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เบน ฟอสเตอร์, กิโก้ เฟเมเนีย, คริสเตียน คาบาเซเล่, ซาเมียร์, ฮัสซาน กามาร่า, มุสซ่า ซิสโซโก้, อิมราน ลูซ่า, ยูราจ คุชก้า, อิสไมล่า ซาร์, เจา เปโดร, เอมมานูเอล เดนนิส


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ เบน ฟอสเตอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไป

แนวรับ : น่าจะให้ เครก แคธคาร์ท นั่งเป็นตัวสำรอง โดยจะใช้ คริสเตียน คาบาเซเล่ ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ซาเมียร์ และน่าจะให้ กิโก้ เฟเมเนีย สวมบทเป็นแบ็กซ้าย และวาง ฮัสซาน กามาร่า ทำหน้าที่เป็นแบ็กขวา

แดนกลาง : ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะยังคงเป็น 3 มิดฟิลด์ตัวหลักอยู่แล้ว นั่นก็คือ มุสซ่า ซิสโซโก้, อิมราน ลูซ่า รวมถึง ยูราจ คุชก้า ซึ่งพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเช่นเคย ส่วนในรายของ ทอม เคลเวอร์ลีย์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ข้างสนามตามเดิม

แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน ชูโช่ เอร์นันเดซ ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ยังพร้อมใช้ 3 ประสานแดนหน้า โดยจะให้ อิสไมล่า ซาร์ สวมบทเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา ซึ่งจะอยู่ด้านตรงข้ามกับ เอมมานูเอล เดนนิส ทางฝั่งซ้าย และวาง เจา เปโดร ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ทำให้ โจชัว คิง ซึ่งประสบปัญหาฟอร์มตกจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 31 เกม ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 20 เกม เสมอ 5 เกม และแพ้ 6 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้เกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2019 ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายไล่ถล่มชนะแบบขาดลอยถึง 8-0


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" บุกไปชนะด้วยสกอร์ 3-1 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ ปรากฎว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายเก็บชัยได้ทั้ง 5 เกมเลย โดยยิงประตูรวมได้ถึง 24 ลูก และเสียเพียงแค่ 2 ลูกเท่านั้น


ความน่าจะเป็น

สถานการณ์ของทั้งสองทีมช่างแตกต่างกันแบบฟ้ากับเหว โดย แมนฯ ซิตี้ ยังคงเป็นทีมหัวตารางคะแนนที่มีลุ้นแชมป์เหมือนเช่นเคย แต่ยังคงต้องขับเคี่ยวกับ ลิเวอร์พูล แบบนัดต่อนัด จึงห้ามพลาดท่าแพ้ในเกมที่เหลือเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากน้ำตาตกชวดเข้าป้ายแชมป์ในช่วงบั้นปลาย โดยยังคงใช้งานพวกแข้งดังได้เกือบทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น อาเมริก ลาปอร์ก ซึ่งยังคงเป็นตัวหลักในแนวรับ ส่วนในรายของ เควิน เดอ บรอยน์ แม้จะไม่ฟิตแบบเต็มร้อย แต่ยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อช่วยประคองทีมในแดนกลาง ปิดท้ายด้วยแนวรุกเป็นส่วนที่พร้อมที่สุด เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเลยนั่นเอง

ส่วน วัตฟอร์ด ยังคงต้องฮึดสู้ให้มากกว่านี้ หากยังหวังอยู่รอดปลอดภัยในศึกพรีเมียร์ลีก แม้จะต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นอย่างหนัก แต่ว่าฟอร์มการเล่นในช่วงหลังไม่ดีเลย จึงยังคงจมปลักในโซนท้ายตารางเหมือนเดิม โดยนัดนี้ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม เพราะว่าพวกแข้งหลักยังคงพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเช่นเคย ซึ่งรวมถึงแนวรุกที่ยังพอจะฝากความหวังในเรื่องการยิงประตูได้อยู่


คาดว่า "เรือใบสีฟ้า" น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าตามมาตรฐานการเล่นที่สูงกว่าอยู่แล้ว และดูเหมือนว่จะถูกโฉลกกับ วัตฟอร์ด เสียด้วย หากดูจากสถิติย้อนหลังที่เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะด้วยสกอร์แบบขาดลอยได้ตลอด และยิงประตูได้แบบถล่มทลายเลยด้วย ทำให้ แมนฯ ซิตี้ น่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็มตามประสาของ "แชมป์เก่า" ไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก เพื่อลุ้นตามไล่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้แบบให้สุดทางกันไปเลย


ผลที่คาด : แมนฯ ซิตี้ ชนะ วัตฟอร์ด 3-0

ดู 86 ครั้ง