หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: อาร์เซนอล VS ลิเวอร์พูล

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ส่อดร็อป ดาร์วิน นูนเญซ เพื่อให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ประสานงานแนวรุกร่วมกับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ นัดเยือน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงที่พร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามมทั้งหมดในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 9 ต.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เซาแธมป์ตัน
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เซาแธมป์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาร์เซนอล VS ลิเวอร์พูล

สนาม : เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม

เวลา : 22.30 น.


อาร์เซนอล

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-3 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 3-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยรั้งบัลลังก์จ่าฝูงต่อไป โดยในช่วงก่อนเกมวันเสาร์ยังคงรั้งอันดับ 1 แข่ง 8 นัด มี 21 คะแนน นำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามไปเลย เพราะแทบจะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

อารอน แรมส์เดล, เบน ไวท์, วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, โธมัส ปาร์เตย์, กรานิท ชาก้า, บูกาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, กาเบรียล เชซุส


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ อารอน แรมส์เดล ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งต่อไปเหมือนเดิม ส่วนในรายของ แมตต์ ทูร์เนอร์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองต่อไป


แนวรับ : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก วิลเลียม ซาลิบา ยืนเป็นกองหลังคู่กับ กาเบรียล มากัลเญส ทำให้ ร็อบ โฮลดิ้ง เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป ส่วนแบ็กขวาน่าจะดร็อป ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ เป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ รีสส์ เนลสัน เพื่อให้ เบน ไวท์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกในตำแหน่งแบ็กซ้ายเหนือกว่า คีแรน เทียร์นีย์ นั่นเอง ส่วนในรายของ เซดริด โซอาเรส ยังคงต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน


แดนกลาง : เตรียมให้ โธมัส ปาร์เตย์ ยืนคุมเกมคู่กับ กรานิท ชาก้า เหมือนเดิม เพราะว่าเป็น 2 คู่หูในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้ว ทำให้ อัลแบร์ แซมบี้ โลกองก้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป เช่นเดียวกับ ฟาบิโอ วิเอร่า และ มาร์ควินญอส ซึ่งไม่น่าจะได้ออกสาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว


แนวรุก : ยังคงจัดเต็มอย่างแน่นอน แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เอมิล สมิธ โรว์ ยังไม่หายจากโรคเดี้ยง แต่ไม่ได้ยึดตำแหน่งอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ บูกาโย่ ซาก้า สวมบทเป็นปีกซ้ายเหมือนเดิม โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ในตำแหน่งปีกขวาตามเดิม ส่วน มาร์ติน โอเดการ์ด พร้อมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมต่อไป ขณะที่กองหน้าไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก กาเบรียล เชซุส ทำให้ เอดดี้ เอ็นเคเทียห์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ บอร์นมัธ 9-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ ไบรท์ตัน 3-3 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อกลับมาเก็บชัยขยับขึ้นไปเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนน หลังลงเอยด้วยผลเสมอถึง 2 เกมซ้อน โดยในช่วงก่อนเกมวันเสาร์อยู่อันดับ 9 แข่ง 7 นัด มี 10 คะแนน แม้จะยังคงมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามมากนัก เพราะยังคงใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาทิป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, คอสตาส ซิมิคาส, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, หลุยส์ ดิอาซ, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่


ผู้รักษาประตู : เตรียมให้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งตามเดิม ส่วนตัวสรำองได้ ควีวิน เคลเลเฮอร์ หายเจ็บกลับมานั่งเป็นตัวสำรองในตำแหน่งอีกครั้ง


แนวรับ : ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ แต่ไม่น่าฟิตสมบูรณ์แบบเต็มร้อย จึงพร้อมให้ โจเอล มาทิป ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เหมือนเดิม ทำให้ โจ โกเมซ กับ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนแบ็กขวายังคงเป็นหน้าที่ของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า คัลวิน แรมซีย์ ในฐานะตัวสำรองอยู่แล้ว ขณะที่แบ็กซ้ายยังคงไร้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน จึงพร้อมให้ คอสตาส ซิมิคาส ลงไปยืนประจำการเหมือนเดิม

แดนกลาง : ไม่มี นาบี้ เกอิต้า รวมถึง เคอร์ติส โจนส์ ได้รับบาดเจ็บ เช่่นเดียวกับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เจอโรคเดี้ยงเล่นงานแบบซ้ำซาก แต่พร้อมให้ 3 แข้งหลักในแผงมิดฟิลด์ นั่นก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ส่วนในรายของ เจมส์ มิลเนอร์ รวมถึง ฮาร์วีย์ เอลเลียต เตรียมนั่งเป็นตัวสำรอไปก่อน

แนวรุก : น่าจะดร็อป ดาร์วิน นูนเญซ เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนปีกซ้ายพร้อมให้ หลุยส์ ดิอาซ ลงไปยืนประจำการ เพราะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ในตำแหน่งปีกขวา ทำให้ ดิโอโก้ โชต้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามด้วยเช่นกัน


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 203 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่าเล็ก โดยเป็นฝ่ายชนะ 78 เกม เสมอ 54 เกม และแพ้ 71 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "หงส์แดง" บุกไปชนะ 3-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า อาร์เวนอล เป็นฝ่ายแพ้คาบ้าน 0-3


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : อาร์เซนอล แพ้ ลิเวอร์พูล 0-3

คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 2021 : ลิเวอร์พูล ชนะ อาร์เซนอล 4-0

คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 2022 : ลิเวอร์พูล เสมอ อาร์เซนอล 0-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : อาร์เซนอล แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : อาร์เซนอล แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2


ความน่าจะเป็น

แม้จะทำผลงานในศึกพรีเมียร์ลีกช่วงหลังไม่ได้แจ่มนัก แต่ ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นทีมที่แพ้ยากต่อไป และพร้อมเรียกฟอ์รมเก่งกลับคืนมาได้ทุกเมื่อเลยด้วย แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องแนวรุกที่ยังไม่ค่อยลื่นไหลมากเสียเท่าไรนัก และแนวรับมีความผิดพลาดของกองหลังให้เห็นกันอยุ่บ่อยๆ ส่วน อาร์เซนอล ยังคงอยุ่ในช่วงที่เล่นกันด้วยความมั่นใจ จึงสามารถยืนหยัดอยู่บนหัวตารางคะแนนได้แบบต่อเนื่อง แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในยามเผชิญหน้ากับทีมใหญ่ๆ เพราะมักจะพลาดท่าเสียทีจากเกมบิ๊กแมทช์อยู่เป็นประจำ คาดว่าเกมคู่นี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอเพื่อแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : อาร์เซนอล เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 350 ครั้ง