หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เซาแธมป์ตัน

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่อปรับทัพบางตำแหน่ง แต่พร้อมให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงฟอร์มฮอตยืนล่าตาข่ายนัดต้อนรับ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน พบกับความปราชัยมาแล้ว 3 เกมซ้อนในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 8 ต.ค.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ก่อนเลย


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เซาแธมป์ตัน
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เซาแธมป์ตัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เซาแธมป์ตัน

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 21.00 น.


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 6-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6-3 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้อยู่อันดับ 2 แข่ง 8 นัด มี 20 คะแนน ตามหลัง อาร์เซนอล ทีมอันดับ 1 ซึ่งมีคิวลงเตะในวันถัดไปเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามอยู่แล้ว เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด แต่อาจจะมีการโรเตชั่นนักเตะเพื่อให้ได้พักเป็นบางราย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, เจา คันเซโล่, มานูเอล อคานยี่, นาธาน อาเก้, เซร์คิโอ โกเมซ, อิลคาย กุนโดกาน, เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเด้น, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอแดร์ซอน โมราเอส ยืนเฝ้าเสาต่อไป เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง ส่วนในรายของ สเตฟาน ออร์เตก้า ยังคงสวมบทเป็นมือสองในฐานะตัวสำรองเหมือนเดิม


แนวรับ : น่าจะดร็อป อายเมริก ลาปอร์ก กับ รูเบน ดิอาส ให้ได้พักอยู่ข้างสนาม เพื่อให้ มานูเอล อคานยี่ กับ นาธาน อาเก้ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กัน แต่หมดสิทธิ์ใช้งาน จอห์น สโตนส์ ยังต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป ส่วนแบ็กขวาไม่มี ไคล์ วอล์คเกอร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน จึงพร้อมให้ เจา คันเซโล่ ลงไปยืนประจำการตรงจุดนี้ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เซร์คิโอ โกเมซ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายนั่นเอง

แดนกลาง : หมดสิทธิ์ใช้งาน โรดรี้ กับ คัลวิน ฟิลลิปส์ ยังไม่หายจากโรคเดี้ยง จึงน่าจะให้ อิลคาย กุนโดกาน ยืนเป็นตัวคุมเกมเป็นหลัก และน่าจะให้ เควิน เดอ บรอยน์ กับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงไปช่วยขับเคลื่อนเกมด้วย ส่วนในรายของ โคล พาลเมอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งเตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเช่นเคย


แนวรุก : ไม่น่าจะให้ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ออกสตาร์ทเป็นตัวสำรอง เพราะน่าจะถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม เช่นเดียวกับ แจ๊ค กรีลิช จึงน่าจะให้ ริยาด มาห์เรซ ลงไปยืนประจำการในตำแหน่งปีกขวา โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฟิล โฟเด้น พร้อมสวมบทเป็นปีกซ้ายได้เลย ส่วนกองหน้าไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซึ่งยังคงรั้งบัลลังก์ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 14 ประตูจากการลงสนามเพียง 8 นัดเท่านั้น


เซาแธมป์ตัน

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เชลซี 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เอฟเวอรืตัน 1-2 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นกลับคว้าชัยให้ได้อีกครั้ง หลังพบกับความพ่ายแพ้มาแล้วถึง 3 เกมติดต่อกัน และจะได้ขยับขึ้นไปอยู่ตรงกลางตารางคะแนนด้วย โดยตอนนี้อยูาอันดับ 16 แข่ง 8 นัด มี 7 คะแนน จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกือบทั้งหมด เพราะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพียงแค่ไม่กี่คน ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดทีมลงสนามอยู่แล้ว


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-4-2

กาวิน บาซูนู, ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, อาร์เมล เบลล่า-ค็อตแชป, ดูเย่ คาเลต้า-คาร์, ฆวน ลาริออส, สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เจมส์ วอร์ด-พราวส์, ไอน์สลีย์ เมตลันด์-ไนลส์, โจ อาริโบ, เช อดัมส์, อดัม อาร์สตรอง


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก กาวิน บาซูนู ซึ่งสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว จึงพร้อมลงสนามไปเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม ส่วน อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ ยังคงพร้อมทำหน้าที่เป็นมือสองในฐานะตัวสำรองต่อไป


แนวรับ : น่าจะดร็อป โมฮาเม็ด ซาลิซู เป็นตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ โรแม็ง แปร์เราด์ ซึ่งไม่น้าจะได้ออกสตาร์ทอยู่แล้ว เพื่อให้ อาร์เมล เบลล่า-ค็อตแชป ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ ดูเย่ คาเลต้า-คาร์ ส่วนแบ็กซัายยังคงไร้ วาเลนติโน่ ลิวราเมนโต้ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป จึงพร้อมให้ ฆวน ลาริออส ลงไปยืนประจำการในตำแหน่งเหมือนอย่างนัดก่อน โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส พร้อมสวมบทเป็นแบ็กขวาเหมือนเดิม


แดนกลาง : พร้อมให้ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ยืนคุมเกมเป็นตัวหลักในฐานะกัปตันทีมอยู่แล้ว และน่าจะให้ ไอน์สลีย์ เมตลันด์-ไนลส์ ลงไปยืนคุมเกมร่วมกัน เนื่องจาก โรเมโอ ลาเวีย ยังคงต้องพักรักษาอาการบากดเจ็บต่อไป ทำให้ มุสซ่า เฌเนโป กับ อิบราฮิม่า ดิยัลโล่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนปีกขวาเตรียมเป็นหน้าที่ของ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ธีโอ วัลคอตต์ เช่นเดียวกับปีกซ้ายน่าจะใช้งาน โจ อาริโบ เป็นตัวเลือกแรกเหนือตัวสำรอง นั่นก็คือ โมฮาเม็ด เอลยูนูซี่ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามอีกหนึ่งเกม

แนวรุก : เตรียมให้ เซกู มาร่า นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนาม และน่าจะให้ อดัม อาร์สตรอง ลงไปยืนเป็นกองหน้าเพื่อประสานงานกับ เช อดัมส์ อีกครั้ง เพราะว่ามีผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าให้เลือกใช้งานได้แบบจำกัดอยู่แล้วด้วย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 75 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่า โดยเป็นฝ่ายชนะ 32 เกม เสมอ 20 เกม และแพ้ 23 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" บุกไปชนะ 4-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เซาแธมป์ตัน บุกไปยันเสมอ 0-0


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : เซาแธมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เซาแธมป์ตัน 5-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ เซาแธมป์ตัน 0-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : เซาแธมป์ตัน เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1

เอฟเอ คัพ ปี 2022 : เซาแธมป์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4


ความน่าจะเป็น

ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมช่างแตกต่างกันเหลือเกิน โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังทำผลงานได้แบบเข้าฝัก โดยเฉพาะแนวรุกที่ได้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงประตูได้เป็นว่าเล่นเลย และสามารถซัดแฮตทริกจากการลงเล่นเกมนัดเหย้าในถิ่นของตัวเองมาแล้วถึง 3 เกมติดต่อกันจนกลายเป็นสถิติใหม่ของศึกพรีเมียร์ลีกไปเลยด้วย ส่วน เซาแธมป์ตัน ยังคงมีปัญหาในแดนหน้าจากการที่มีตัวเลือกให้ใช้งานได้น้อยมากๆ และทำผลงานในช่วง 3 เกมหลังสุดได้อย่างย่ำแย่เลยด้วย คาดว่า “เรือใบสีฟ้า” น่าจะเก็บชัยในถิ่นของตัวเองได้แบบไม่ยากเย็นนัก


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เซาแธมป์ตัน 3-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 92 ครั้ง