หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปรับแนวรุกส่อให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อยืนล่าตาข่ายเกมแห่งศักดิ์ศรี "แมนเชสเตอร์ดาร์บี้แมทช์" นัดเยือน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำทัพโดย เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 2 ต.ค.นี้ เพื่อแย่งกันเก็บชัยเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนต่อไป


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 20.00 น.


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 6-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ เซบีญ่า 4-0 (เยือน)

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อลุ้นเก็บชัยเกาะกลุ่มบนหลังตารางคะแนนต่อไป โดยในช่วงก่อนเกมฟาดแข้งตามโปรแกรมเมื่อวันเสาร์ยังคงอยู่อันดับ 3 แข่ง 7 นัดยังไร้พ่าย มี 17 คะแนน ตามหลัง อารืเซนอล ทีมจ่าฝูงเพียงแต้มเดียวเท่านั้น จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามทั้งหมดเลย แม้จะมีนักเตะในแนวรับได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ยังมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, รูเบน ดิอาส, มานูเอล อคานยี่, เจา คันเซโล่, ไคล์ วอล์คเกอร์, โรดรี้, อิลคาย กุนโดกาน, เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, ฟิล โฟเด้น, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอแดร์ซอน โมราเอส ยืนเฝ้าเสาตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว และยังคงมี สเตฟาน ออร์เตก้า นั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองต่อไป


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน จอห์น สโตนส์ กับ อายเมริก ลาปอร์ก ต้องพักรักษาโรคเดี้ยงไปก่อน จึงน่าจะให้ มานูเอล อคานยี่ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ รูเบน ดิอาส ทำให้ นาธาน อาเก้ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามตามเดิม ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะให้ เจา คันเซโล่ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเหนือกว่า เซร์คิโอ โกเมซ ซึ่งเป็นตัวสำรองในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ไคล์ วอล์คเกอร์ พร้อมสวมบทเป็นแบ็กขวาด้วยเช่นกัน

แดนกลาง : น่าจะให้ อิลคาย กุนโดกาน กลับมาลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเพื่อยืนคุมเกมร่วมกับ โรดรี้ และ เควิน เดอ บรอยน์ ส่วนในรายของ โคล พาลเมอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งยังคงเป็นเพียงตัวสำรองไปก่อน เช่นเดียวกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ คัลวิน ฟิลลิปส์ ซึ่งไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง


แนวรุก : ส่อให้ ริยาด มาห์เรซ เป็นตัวจริงให้ตำแหน่งปีกขวา โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฟิล โฟเด้น ตามบทบาทของปีกซ้ายนั่นเอง ทำให้ แจ็ค กรีลิช น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนกับ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ อยู่ที่ข้างสนาม ส่วนกองหน้าไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกจากการสอยตาข่ายไปแล้วถึง 11 ประตูเลยทีเดียว


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ อาร์เซนอล 3-1 (เหย้า)

ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม : แพ้ เรอัล โซเซียดัด 0-1 (เหย้า)

ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ชนะ เชริฟฟ์ 2-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปชนะ เชริฟฟ์ 2-0 ในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม เพื่อลุ้นเก็บชัยเกาะกลุ่มบนหลังตารางคะแนนต่อไป โดยในช่วงก่อนเกมฟาดแข้งตามโปรแกรมเมื่อวันเสาร์ยังคงอยู่อันดับ 5 แข่ง 6 นัด มี 12 คะแนน แม้จะมีนักเตะขาดหายไปอยู่พอสมควร เพราะมีปัญหาบาดเจ็บหลายคนเลย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามมากนัก เพราะยังมีผู้เล่นฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลท์, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ไทเรลล์ มาลาเซีย, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, คริสเตียน อีริคเซ่น, แอนโทนี่, บรูโน่ แฟร์นันเดส, จาดอน ซานโซ่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อไปแน่นอน เพราะว่าสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์ติน ดูบราฟก้า นายด่านตัวสำรองได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมี ทอม อีตัน นายทวารจอมเก๋าพร้อมสวมบทเป็นตัวสำรองอยู่แล้ว


แนวรับ : ไม่มี เบรนดอน วิลเลี่ยมส์, ฟิล โจนส์ รวมถึง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน แต่ว่าทั้ง 3 คนดังกล่าวไม่ใช่ผู้เล่นตัวหลักอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหากับการจัดแผงแดนหลัง เพราะว่า 4 แข้งหลักยังคงอยูากันครบทั้งหมดเลย โดยคู่กองหลังพร้อมให้ ราฟาเอล วาราน ยืนคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ทำให้ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามต่อไป ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ ดิโอโก้ ดาโลท์ และมี อารอน วาน-บิสซาก้า สวมบทเป็นตัวสำรองในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม สำหรับแบ็กซ้ายเตรียมให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า ลุค ชอว์ เหมือนเช่นเคย


แดนกลาง : เตรียจมเป็นหน้าที่ของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนคุมเกมร่วมกับ คริสเตียน อีริคเซ่น เพราะถูกวางตัวให้เป็นคู่หูตัวคุมเกมในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้ว ทำให้ เฟรด กับ คาเซมิโร่ เป็นนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนในรายของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงต้องพักรักษาบาดเจ็บไปก่อน


แนวรุก : หมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อองโตนี่ มาร์กซิยัล ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บไปก่อน ทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีโอกาสได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าไปเลย และวาง บรูโน่ แฟร์นันเดส สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ในฐานะตัวปั้นเกมต่อไป ส่วนปีกซ้ายพร้อมใช้งาน จาดอน ซานโซ่ เป็นตัวเลือกแรกเหนือกว่า แอนโธนี่ เอลังก้า โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แอนโทนี่ ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นปีกขวาเหมือนเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 164 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าอยู่สมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 65 เกม เสมอ 48 เกม และแพ้ 51 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" บุกไปแพ้ 1-4 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ 4-1


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0

คาราบาว คัพ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1


ความน่าจะเป็น

เตรียมจัดทัพใหญ่ลงสนามเพื่อฟาดแข้งกันแบบเต็มที่อย่างแน่นอน นอกจากจะมีเรื่องของศักดิ์ศรีเป็นเดิมพันแล้ว เรื่องของอันดับบนหัวตารางคะแนนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะทั้งสองทีมยังคงเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนนนั่นเอง แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร โดยเฉพาะแนวรุกที่ขาดหายไปถึง 2 ราย แต่ยังมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานเพื่อทำหน้าที่ทดแทนกันได้ ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงพร้อมลุยแบบเต็มสูบ เพราะยังคงใช้งานพวกดาวดังได้เกือบทั้งหมดเลย จึงอาจจะต้องวัดกันที่เรื่องแท็คติกของกุนซือทั้งสองทีม ซึ่งมีความเฉียบคมไม่ต่างกันมากนัก คาดว่าเกมคู่นี้มีโอกาสลงเอยด้วยผลเสมอได้เหมือนกัน


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL


ดู 75 ครั้ง