หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ฟูแล่ม

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รอเช็กสภาพความฟิตของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กองหน้าตัวเก่ง แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งดังอีกหลายรายลงสนามนัดต้อนรับ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง


วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : บาร์เซโลน่า VS อัลเมเรีย
วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีกา : บาร์เซโลน่า VS อัลเมเรีย

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ฟูแล่ม

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 22.00 น.


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6-3 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 1-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง เพราะตอนนี้อยู่อันดับ 2 แข่ง 12 นัด มี 29 คะแนน ไล่ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 1 เพียง 2 คะแนนเท่านั้น


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, รูเบน ดิอาส, อายเมริก ลาปอร์ก, เจา คันเซโล่, มานูเอล อคานยี่, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกาน, ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช, ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก เอแดร์ซอน โมราเอส ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม ส่วนในรายของมือสอง นั่นก็คือ สเตฟาน ออร์เตก้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเช่นเคย


แนวรับ : น่าจะให้ รูเบน ดิอาส ยืนเป็นกองหลังคู่กับ อายเมริก ลาปอร์ก และคาดว่า นาธาน อาเก้ รวมถึง จอห์น สโตนส์ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเหมือนนัดก่อน ส่วนแบ็กขวายังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน ไคล์ วอล์คเกอร์ จึงน่าจะให้ มานูเอล อคานยี่ ลงไปยืนประจำการในตำแหน่งนี้ไปก่อน โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เจา คันเซโล่ ซึ่งพร้อมทำหน้าที่ตรงจุดนี้เหมือนเดิม ทำให้ เซร์คิโอ โกเมซ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป


แดนกลาง : ยังคงไร้ คัลวิน ฟิลลิปส์ ต้องพักรักษาโรคเดี้ยง จึงน่าจะให้ 3 ประสาน นั่นก็คือ โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์ และ อิลคาย กุนโดกาน ลงไปยืนคุมเกมร่วมกันตามปกติ


แนวรุก : ต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ มีปัญหาบาดเจ็บตรงบริเวณเท้า หากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์จะให้ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ลงไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนปีกขวาพร้อมให้ ริยาด มาห์เรซ ลงไปยืนประจำการในฐานะตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า แจ็ค กรีลิช โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ฟิล โฟเด้น ทำให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเพื่อพักไปก่อน


ฟูแล่ม

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เวสต์แฮม 1-3 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ บอร์นมัธ 2-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-2 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ มาร์โก ซิลวา จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยขยับขึ้นไปเกาะกลุ่มบนหัวตารางคะแนน โดยตอนนี้อยู่อันดับ 7 แข่ง 13 นัด มี 19 คะแนน และไม่พบกับความพ่ายแพ้มาแล้สถึง 4 เกมเลยด้วย จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

แบรนด์ เลโน่, อิสซ่า ดิย็อป, ทิม รีม, บ๊อบบี้ รีด, แอนโตนี่ โรบินสัน, แฮร์ริสัน รีด, เจา ปัลฮินญ่า, นีสเค่นส์ เคบาโน่, อันเดรียส เปไรร่า, วิลเลี่ยน, อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ แบรนด์ เลโน่ ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงตามเดิม เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง ส่วนในรายของ มาเร็ค โรดัค ยังคงนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองเหมือนเดิม


แนวรับ : น่าจะให้ อิสซ่า ดิย็อป ยืนเป็นกองหลังคู่กับ ทิม รีม ทำให้ โทสิน อดาราบิโอโย รวมถึง เชน ดัฟฟี่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ส่วนแบ็กขวาน่าจะให้ บ็อบบี้ รีด เป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า เคนนี่ เตเต้ โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แอนโตนี่ โรบินสัน ในตำแหน่งแบ็กซ้าย ขณะที่ เลย์แว็ง คูร์ซาว่า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในจุดนี้เหมือนอย่างนัดก่อน

แดนกลาง : เตรียมวาง แฮร์ริสัน รีด กับ เจา ปัลฮินญ่า ยืนเป็นตัวคุมเกมร่วมกัน เพราะเป็น 2 ตัวหลักในแผงมิดฟิลด์อยู่แล้ว ส่วนในรายของ ทอม แคร์นีย์ กับ มานอร์ โซโลมอน รวมถึง นาธาเนียล ชาโลบาห์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามทั้งหมด และพร้อมให้ นีสเค่นส์ เคบาโน่ ลงไปสวมบทเป็นเพลน์เมกเกอร์ในฐานะตัวริมเส้นด้วยเช่นกัน


แนวรุก : ไม่น่าจะให้ แฮร์รี่ วิลสัน กับ ดาเนียล เจมส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งของตัวริมเส้น เพราะว่าน่าจะให้ อันเดรียส เปไรร่า สวมบทเป็นปีกขวา โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ วิลเลี่ยน ในตำแหน่งปีกซ้าย ส่วนกองหน้าตัวเป้าเตรียมได้เห็น คาร์ลอส วินิซิอุส นั่งอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม เพราะเตรียมให้ อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช ยืนค้ำเป็นหัวหอกเหมือนเช่นเคย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 52 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 31 เกม เสมอ 11 เกม และแพ้ 10 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายชนะ 4-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า ฟูแล่ม เป็นฝ่ายบุกไปแพ้ 1-4


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2019 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ฟูแล่ม 0-2

เอฟเอ คัพ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ฟูแล่ม 4-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ฟูแล่ม 2-0

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : ฟูแล่ม แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3

เอฟเอ คัพ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ฟูแล่ม 4-1


ความน่าจะเป็น

เพราะว่ามีเดิมพันเป็นตำแหน่งจ่าฝูง ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมจัดผู้เล่นชุดที่ดีสุดลงสนามแน่นอน และทำผลงานได้ดีแบบต่อเนื่องอีกต่างหาก แต่ติดปัญหาเดียว นั่นก็คือเรื่องอาการบาดเจ็บของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งนั่นเอง แม้จะมีแนวโน้มว่าอาจจะมีลุ้นได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่ถ้าไม่สามารถหวนกลับคืนสู่สังเวียนแข้งได้ตั้งแต่นาทีแรก คาดว่า ฮีเลี่ยน อัลวาเรซ พร้อมลงไปยืนล่าตาข่ายในตำแหน่งกอหน้าตัวเป้าค่อนข้างแน่ ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่มีความอันตรายในแดนหน้าไม่แพ้กัน ส่วน ฟูแล่ม แม้จะเป็นทีมน้องใหม่ แต่ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว และไม่ได้วนเวียนอยู่ตรงโซนท้ายตารางเหมือนอย่างที่ถูกคาดหมานยอาไว้ด้วย เพราะสามารถเกาะกลุ่มตรงครึ่งบนของตารางคะแนนได้แบบน่าชื่นชอบ แถมยังมี อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช กองหน้าตัวเก่งพร้อมยืนล่าตาข่ายเหมือนเดิมเลยด้วย คาดว่า “เรือใบสีฟ้า” พร้อมอาศัยความได้เปรียบบในฐานะเจ้าบ้าน และเป็นทีมที่ในถิ่นของตัยวเองได้อย่างแข็งแกร่งเลยด้วย ส่วนทีมเยือนเล่นเกมนอกบ้านยังไม่ค่อยคงเส้นคงวาเสียเท่าไรนัก ดังนั้น “เรือใบสีฟ้า” จึงน่าจะมีโอกาสเก็บชัยพร้อมกับ 3 คะแนนเต็มได้มากกว่า เพื่อขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 1 บนหัวตารางคะแนนได้เหมือนอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้เลย


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ฟูแล่ม 2-0


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ ลาลีกา

ดู 27 ครั้ง