หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เบรนท์ฟอร์ด

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รอเช็กฟิต เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ แต่มีโอกาสได้กลับมายืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงนัดต้อนรับ เบรนท์ฟอร์ด เตรียมได้ อีวาน โทนีย์ พ้นโทษแบนกลับมายืนเป้นกองหน้าในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 12 พ.ย.นี้ เพื่อลุ้นเก็บชัยไล่บี้บัลลังก์จ่าฝูงกับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ต่อไป


Premier League Football Analysis: Manchester City Vs Brentford
Premier League Football Analysis: Manchester City Vs Brentford

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS เบรนท์ฟอร์ด

สนาม : อิติฮัด สเตเดี้ยม

เวลา : 19.30 น.


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เลสเตอร์ 1-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นเก็บชัยไล่บี้จ่าฝูงต่อไป เพราะตอนนี้รั้งอั้นดับ 2 แข่ง 13 นัด มี 32 คะแนน ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 1 เพียงแค่ 2 คะแนน และยังอยู่ในข่วงฟอร์มดีจากการเก็บชัยมาแล้วถึง 3 เกมติดต่อกันเลยด้วย จึงพร้อมจัดผู่เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน เพราะไม่มีแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, รูเบน ดิอาส, อายเมริก ลาปอร์ก, จอห์น สโตนส์, มานูเอล อคานญี่, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกาน, แบร์นาร์โด้ ซิลวา,ฟิล โฟเด้น, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์


ผู้รักษาประตู : พร้อมให้ เอแดร์ซอน โมราเอส ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เพราะว่าสวมบทเป้นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง ส่วนในรายของ สเตฟาน ออร์เตก้า เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในฐานะมือสองอยู่แล้วนั่นเอง


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน เจา คันเซโล่ ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในนัดที่แล้ว จึงน่าจะให้ มานูเอล อคานญี่ ลงไปสวมบทเป็นแบ็กซ้าย ทำให้ เซร์คิโอ โกเมซ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองในตำแหน่งนี้ไปก่อน โดยจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ จอห์น สโตนส์ ในตำแหน่งแบ็กขวา เนื่องจาก ไคล์ วอล์กเกอรื ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บนั่นเอง ส่วนคู่กองหลังน่าจะให้ รูเบน ดิอาส ลงไปยืนคู่กับ อายเมริก ลาปอร์ก เพราะว่าเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือกว่า นาธาน อาเก้ รวมถึง ริโก้ เลวิส นั่นเอง

แดนกลาง : ไม่น่าจะให้ โคล พาลเมอร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอยู่แล้ว ส่วนในรายของ คัลวิน ฟิลลิปส์ มีโอกาสลุ้นลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกได้เหมือนกัน แต่ว่าน่าจะให้ 3 ประสาน นั่นก็คือ โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์ และ อิลคาย กุนโดกาน ลงไปคุมเกมร่วมกันทั้งหมดเลย


แนวรุก : ส่อดร็อป ริยาด มาห์เรซ รวมถึง แจ็ค กรีลิช ส่วนในรายของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิต หากว่าออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไม่ได้จะให้ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ สวมบทเป็นหัวหอก แต่คาดว่ามีโอกาสได้กลับมายืนเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง ส่วนปีกซ้ายน่าจะให้ ฟิล โฟเด้น ลงไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ซึ่งพร้อมสวมบทเป็นปีกขวาด้วยเช่นกัน


เบรนท์ฟอร์ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ไบรท์ตัน 2-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เชลซี 0-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ โธมัส แฟรงค์ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง หลังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้ว 4 เกม โดยตอนนี้อยู่อันดับ 11 แข่ง 14 นัด มี 16 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามมากนัก เพราะยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายคน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

ดาบิด เรย่า, ริโก้ เฮนรี่, เอธาน ปินน็อค, เบน มี, แมดส์ ราสมุสเซ่น, จอช ดาซิลวา, วิตาลี่ ยาเนลต์, มาธีอัส เยนซ่น, ไบรอัน เอ็มบูโม่, โยอัน วิสซ่า, อีวาน โทนีย์


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก ดาบิด เรย่า พร้อมยืนเฝ้าเสาเป้นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งอยู่แล้ว ส่วนในรายของมือสอง นั่นก็คือ แมทธิว ค็อกซ์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม


แนวรับ : น่าจะให้ เอธาน ปินน็อค ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เบน มี เหมือนอย่างนัดก่อน เนื่องจาก ปอนตัส แยนส์สัน ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนในรายของ คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเช่นเคย ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะให้ ริโก้ เฮนรี่ ลงไปยืนประจำการ โดยจะยืนอยู่คนละฝั่งกับ แมดส์ ราสมุสเซ่น ในตำแหน่งแบ็กขวานั่นเอง ทำให้ แมดส์ โรเอร์สลาฟ และ ฟิน สตีเว่นส์ เตรียมนั่งอยู่ที่ข้างสนามไปก่อน ด้าน อารอน ฮิคกี้ รวมถึง ชาร์ลี่ กู้ด ต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป


แดนกลาง : เตรียมให้ จอช ดาซิลวา, วิตาลี่ ยาเนลต์ และ มาธีอัส เยนซ่น ลงไปยืนคู่กันเหมือนนัดก่อน ทำให้ ฟรองค์ ออนเยก้า, มิเกล ดัมส์การ์ด, เยฮอร์ ยาร์โมลยุค, ซาแมน กูดโดส, ชานดอน บาปติสต้า, แมดส์ บิดสตรุป์ รวมถึง ไรอัน เทรวิตต์ เตรียมเป็นตัวสำรองทั้งหมด ส่วนในรายของ คริสเตียน นอร์การ์ด ไม่พร้อมลงสนามอยู่แล้ว เพราะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป

แนวรุก : ได้ อีวาน โทนีย์ พ้นโทษแบนกลับมาช่วงยืนล่าตาข่ายในแดนหน้าอีกครั้ง เพื่อประสานงานกับ ไบรอัน เอ็มบูโม่ และ โยอัน วิสซ่า ส่วนในรายของ เซร์กี้ กานอส, อเล็กซ์ กิลเบิร์ต รวมถึง ฮาลิล เดอร์วิโซกูล เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองตามเดิม


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 8 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 5 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 2 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "เรือใบสีฟ้า" เป็นฝ่ายเปิดบ้าชนะ 2-0 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า เบรนท์ฟอร์ด เป็นฝ่ายบถกไปแพ้ 0-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 1937 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 1937 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 1937 : เบรนท์ฟอร์ด ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เบรนท์ฟอร์ด แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0


ความน่าจะเป็น

ยังคงหวังเก็บชัยชนะเพื่อขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่แน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซึ่งพร้อมกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าอีกครั้ง แต่ถ้าหากใม่พร้อมยังคงมี ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ พร้อมลงไปยืนประจำการอยู่แล้ว ส่วน เบรนท์ฟอร์ด หวังกลับมาคว้าชัยให้ได้อีกครั้ง เพื่อลุ้นคืนฟอร์มเก่งอีกสักรอบ หลังจากที่ไม่พบกับชัยชนะมาแล้วถึง 4 เกมซ้อน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่พอสมควร แต่ยังใช้งานพวกแข้งหลักได้อีกหลายราย และจะได้ อีวาน โทนีย์ พ้นโทษแบนกลับมาสวมบทเป็นกองหน้าอีกครั้งหนึ่งด้วย คาดว่า “เรือใบสีฟ้า” น่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยในบ้านได้สำเร็จ เพราะว่ามีจุดแข็งจากการลงเล่นเกมนัดเหย้าอยู่แล้ว และสามารถใช้งานพวกแข้งดังได้เกือบทั้งหมดเลยด้วย


ผลที่คาด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0


บทความนี้นับสนุนโดย Siam99 เว็บคาสิโนออนไลน์ที่นึ่งในประเทศไทย


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 53 ครั้ง