หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS สเปอร์ส

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ส่อโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่ง เพราะว่ากรำศึกหนักมาแบบต่อเนื่องเลย แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งดังออกสตาร์ทเป็นตัวจริง โดยเฉพาะแนวรุกที่ยังคงอยู่กันครบทั้งหมดเพื่อรอต้อนรับ "ไกเดือยทอง" สเปอร์ส ซึ่งยังต้องลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไปในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 7 พ.ค.นี้ หากว่าเจ้าบ้านชนะจะได้ขยับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงทันที เพราะว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ มีคิวลงเตะในวันถัดไปนั่นเอง


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS สเปอร์ส
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล VS สเปอร์ส

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ลิเวอร์พูล VS สเปอร์ส

สนาม : แอนฟิลด์

เวลา : 01.45 น.


ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพราะว่ากรำศึกหนักมาแบบต่อเนื่องเลย จึงต้องโรเตชั่นนักเตะบางจุดเพื่อให้ได้พักบ้าง แต่ยังพร้อมให้พวกแข้งหลักลงสนามหลายคน เพื่อลุ้นเก็บชัยแซงขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง โดยตอนนี้ยังคงรั้งอันดับ 2 แข่ง 34 นัด มี 82 คะแนน ตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงเพียงแต้มเดียว หากควาชัยได้จะขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 1 บนหัวตารางคะแนนทันที เนื่องจาก แมนฯ ซิตี้ มีคิวลงเตะไล่หลังในวันถัดไปนั่นเอง และแทบจะไม่มีนักเตะได้ร้บบาดเจ็บเลยด้วย ยกเว้น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซึ่งเจอโรคเดี้ยงเล่นงานอยู่แล้วเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่ตัวเลือกในแนวรุกอยู่แล้ว แถมยังมีผู้เล่นในแดนหน้าให้เลือกใช้งานได้แบบเต็มอัตราศึกเลยด้วย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาทิป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, นาบี้ เกอิต้า, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคานทาร่า, โมฮาเม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่, หลุยส์ ดิอาซ


ผู้รักษาประตู : ไม่เปลี่ยนไปจาก อลิสซอน เบ็คเกอร์ อย่างแน่นอน เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้ว หากไม่เจ็บไม่ป่วยไปเสียก่อน

แนวรับ : น่าจะเน้นความชัวร์เอาไว้ก่อน จึงน่าจะให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ นั่งเป็นตัวสำรอง เพื่อให้ โจเอล มาทิป ยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ต่อไปตามเดิม ส่วนแบ็กทั้งสองฝั่งน่าจะให้ โจ โกเมซ กับ คอสตาส ซิมิคาส นั่งอยู่ที่ข้างสนามเหมือนเดิม เพราะยังคงเป็นหน้าที่ของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในตำแหน่งแบ็กขวา และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน อยู่ทางฝั่งซ้ายเหมือนเช่นเคย

แดนกลาง : เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าจะมีการโรเตชั่นด้วย แต่ว่าเพื่อความชัวร์สำหรับการเจอเกมหนักๆ จึงไม่น่าจะส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และน่าจะดร็อป จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เพื่อให้ได้พักไปเลยด้วย แต่น่าจะให้ นาบี้ เกอิต้า ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เพื่อลงไปคุมเกมร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ ติอาโก้ อัลคานทาร่า ซึ่งพร้อมยืนเป็นตัวหลักตามเดิม

กองหน้า : ยังคงมีตัวเลือกให้ใช้งานได้เพียบเลย เพราะขาดเพียง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยังไม่หายเจ็บแค่คนเดียว ส่วนในรายของ ทาคูมิ มินามิโนะ กับ ดิว็อก โอริกี้ น่าจะเป็นเพียงตัวสำรองตามเดิม และน่าจะดร็อป ดิโอโก้ โจต้า เอาไว้ที่ข้างสนามด้วย เพื่อให้ หลุยส์ ดิอาซ ลงไปประสานร่วมกับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งพร้อมเป็น 2 ตัวหลักในแดนหน้าต่อไป


สเปอร์ส

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ "ไก่เดือยทอง" จะปรับทัพบางตำแหน่ง แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมอย่างแน่นอน เพราะยังคงใช้งานพวกแข้งหลักได้ทั้งหมด เพื่อลุ้นเก็บชัยตามล่าพื้นที่ท็อปโฟร์ใน 4 อันดับแรกกันต่อไป โดยตอนนี้ยังอยู่อันดับ 5 แข่ง 34 นัด มี 61 คะแนน ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น จึงพร้อมให้พวกแข้งหลักออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้งหมดเลย ซึ่งรวมถึงแนวรุกที่พร้อมกลับมาจัดชุดใหญ่เหมือนเดิม หลังจากที่นัดก่อนมีการปรับเปลี่ยนบางตำแหน่ง แต่ยังคงวาง แฮร์รี่ เคน กับ ซน ฮึง-มิน เป็นตัวหลักในแดนหน้าที่ช่วยกันยิงแระตูได้แบบต่อเนื่องเลย และพร้อมให้ เดยัน คูลูเชฟสกี้ คืนตัวจริงในช่วงหลังจากที่ได้พักเพื่อให้ลงไปช่วยล่าตาข่ายด้วยเลย


11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 3-4-3

อูโก้ ยอริส, คริสเตียน โรเมโร่, เอริค ไดเออร์, เบน เดวิส, เอแมร์ซอน รอยัล, โรดริโก้ เบนทานคูร์, ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, ไรอัน เซสเซญอง, เดยัน คูลูเชฟสกี้, แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-มิน


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของมือหนึ่ง นั่นก็คือ อูโก้ ยอริส ซึ่งพร้อมยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงเหมือนเช่นเคย

แนวรับ : น่าจะดร็อป ดาวินซอน ซานเชซ รวมถึง โจ โรดอน เป็นตัวสำรองต่อไป และยังคงไร้ จาเพ็ท ทานกันก้า ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมให้ คริสเตียน โรเมโร่, เอริค ไดเออร์ และ เบน เดวิส ยืนเป็นกองหลังร่วมกันต่อไป เพราะเป็นตัวเลือกหลักอยู่แล้ว

แดนกลาง : ขาดฟูลแบ็ก 2 ราย นั่นก็คือ เซร์คิโอ เรกีลอน กับ แมตต์ โดเฮอร์ตี้ จึงน่าจะให้ เอแมร์ซอน รอยัล สวมบทเป็นวิงแบ็กฝั่งขวาต่อไป และให้ ไรอัน เซสเซญอง ยืนอยู่ทางฝั่งซ้าย ส่วนมิดฟิลด์ไม่มี โอลิเวอร์ สคิปป์ เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่ว่าไม่ใช่ตัวหลักอยู่แล้ว จึงพร้อมให้ โรดริโก้ เบนทานคูร์ ยืนคุมเกมร่วมกับ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก เหมือนเดิม

กองหน้า : เตรียมให้ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น นั่งเป็นตัวสำรองต่อไป และน่าจะดร็อป ลูคัส มูร่า ให้กลับไปนั่งที่ข้างสนามด้วย เพื่อให้ เดยัน คูลูเชฟสกี้ กลับมาประสานงานร่วมกับ แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน ซึ่งกำลังโชว์ฟอร์มเข้าฝักทั้งคู่เลย


สถิติการพบกันเอง

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 176 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 84 เกม เสมอ 44 เกม แพ้ 48 เกม ส่วนผลนัดล่าสุดที่พบกันในสนามแห่งนี้ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2020 ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเฉือนชนะ 2-1


สำหรับผลจากเกมที่พบกันในนัดแรกของฤดูกาลนี้ ปรากฎว่า ลงเอยด้วยผลเสมอที่บ้านของ สเปอร์ส 2-2 ส่วนผลการเจอกัน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล ไม่แพ้แม้แต่นัดเดียว โดยเป็นฝ่ายชนะ 4 นัด และเสมออีกหนึ่งนัด


ความน่าจะเป็น

แม้จะมีคิวลงเตะชุกเหลือเกิน แต่ว่า ลิเวอร์พูล ยังคงบริหารจัดการทีมได้เป็นอย่างดี และมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้ตามอัธยาศัยเลยด้วย เพราะไม่มีแข้งหลักเจอโรคเดี้ยงเล่นงานกันเลย จึงหวังเก็บชัยเพื่อเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ต่อไป


ส่วน สเปอร์ส มีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ในตำแหน่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดทีมในภาพรวม โดยยังคงพร้อมเดินหน้าเก็บชัยเพื่อลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ให้ถึงที่สุด ซึ่งจะได้ตั๋วไปโชว์ฝีเท้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้นั่นเอง


คาดว่าเกมคู่นี้จะดวลแข้งกันแบบสนุก เพราะทั้งสองทีมยังคงมีเป้าหมายที่จะต้องไปไขว่คว้ามาให้ได้ จึงพร้อมเปิดเกมเข้าใส่กันอย่างแน่นอน และเป็นการวัดฝีมือของกุนซือทั้งสองทีมที่อยู่ในระดับหัวแถวของโลกอยู่แล้วด้วย แต่ว่า ลิเวอร์พูล ถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านอยู่แล้ว แถมยังมีนักเตะให้เลือกใช้งานได้แบบเต็มที่ ซึ่งรวมถึงพวกตัวสำรองข้างสนามที่พร้อมลงมาช่วยพลิกเกมได้ด้วยอีกต่างหาก ทำให้ "หงส์แดง" น่าจะมีโอกาสคว้าชัยในถิ่นของตัวเองได้มากกว่า


ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส 2-1

ดู 840 ครั้ง