หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ระส่ำเจอปัญหานักเตะเจ็บเพียบ ส่วนแนวรุกรอชั่งใจเลือกว่าจะให้ ดาร์วิน นูนเญซ หรือ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านัดเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยืนล่าตาข่ายในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 16 ต.ค.นี้


วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้
วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สนาม : แอนฟิลด์

เวลา : 22.30 น.


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ บอร์นมัธ 9-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ ไบรท์ตัน 3-3 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ อาร์เซนอล 2-3 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ จะปรับทัพบางตำแหน่ง เพื่อลุ้นกลับมาคว้าชัยในศึกพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังไม่พบกับชัยชนะมาแล้ว 2 เกม และบุกไปแพ้ อาร์เซนอล 2-3 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อนด้วย โดยตอนนี้รั้งอันดับ 10 แข่ง 8 นัด มี 10 คะแนน แม้จะมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายคนเลย แต่ยังใช้งานพวกแข้งดังได้อีกหลายราย จึงน่าจะทดแทนการขาดหายไปของนักเตะในบางจุดได้อยู่เหมือนกัน


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

อลิสซอน เบ็คเกอร์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, อิบราฮิม่า โกนาเต้, คอสตาส ซิมิคาส, โจ โกโมซ, ฮาร์วีย์ เอลเลียต, ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดิโอโก้ โจต้า, ดาร์วิน นูนเญซ


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก อลิสซอน เบ็คเกอร์ เพราะสวมบทเป็นมือหนึ่งอยู่แล้วนั่นเอง ส่วนมือสองยังคงเป็นหน้าที่ของ ควีวิน เคลเลเฮอร์ นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามต่อไป


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน โจเอล มาทิป ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ จึงน่าจะให้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และมี นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เป็นตัวสแตนบาย ส่วนแบ็กซ้ายยังคงไร้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังไม่หายเดี้ยง ทำให้ คอสตาส ซิมิคาส เตรียมลงเล่นเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม ขณะที่แบ็กขวาพร้อมให้ โจ โกเมซ ลงไปยืนประจำการ เนื่องจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บนั่นเเอง


แดนกลาง : ยังคงไม่มีมิดฟิลด์หน้าเดิมๆ ที่จะต้องพักรักษาโรคเดี้ยงต่อไป ไม่ว่าจะเป็น นาบี้ เกอิต้า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, เคอร์ติส โจนส์ รวมถึง อาร์ตูร์ เมโล่ จึงน่าจะให้ ฮาร์วีย์ เอลเลียต ลงไปช่วยยืนคุมเกมร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนในรายของ เจมส์ มิลเนอร์ เตรียมนั่งเป็นสแตนบายในฐานะตัวสำรองไปก่อน


แนวรุก : ไร้เงา หลุยส์ ดิอาซ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บหลายเดือนเหมือนกัน แต่ยังมีนักเตะฝีเท้าดีให้เลือกใช้งานได้อีกหลายคน โดยพร้อมให้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ สวมบทเป็นปีกขวา และน่าจะให้ ดิโอโก้ โจต้า ลงไปยืนปั้นเกมในตำแหน่งปีกขวา ทำให้ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ เตรียมนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนกองหน้าตัวเป้าต้องรอชั่งใจเลือกระหว่าง ดาร์วิน นูนเญซ หรือ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แต่น่าจะให้รายแรกออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมากกว่า


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 เกมหลังสุดในศึกพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 6-0 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6-3 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 4-0 (เหย้า)


คาดว่ากุนซือ "เป๊ป" โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า จะปรับทัพบางตำแหน่ง โดยให้พวกแข้งหลักที่ได้พักกลับมาลงสนามทั้งหมดเลย เพื่อลุ้นเก็บชัยไล่บี้กับทีมจ่าฝูง เพราะตอนนี้อยู่อันดับ 2 แข่ง 9 นัด มี 23 คะแนน ตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 1 เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ว่าแทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมลงสนามเลย เพราะยังคงใช้งานพวกนักเตะฝีเท้าดีได้เกือบทั้งหมด


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-3-3

เอแดร์ซอน โมราเอส, รูเบน ดิอาส, อายเมริก ลาปอร์ก, เจา คันเซโล่, นาธาน อาเก้, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกาน, แจ็ค กรีลิช, ฟิล โฟเด้น, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ เอแดร์ซอน โมราเอส พร้อมยืนเฝ้าเสาในฐานะมือหนึ่งต่อไปเหมือนกัน ส่วนในรายของ สเตเฟาน ออร์เตก้า เตรียมนั่งเป็นสำรองอยู่แล้วตามหน้าที่ของมือสองนั่นเอง


แนวรับ : หมดสิทธิ์ใช้งาน ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ จอห์น สโตนส์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดแผงหลังเลย เพราะมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังให้เลือกใช้งานได้เพียบเลย โดยพร้อมให้ รูเบน ดิอาส ยืนเป็นกองหลังคู่กับ อายเมริก ลาปอร์ก ส่วนแบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ เจา คันเซโล่ ทำให้ มานูเอล อคานญี่ แข้งสาระพัดประโยชน์ในแนวรับเตรียมหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง ขณะที่แบ็กซ้ายน่าจะเลือก นาธาน อาเก้ เป็นตัวจริงหรือกว่า เซร์คิโอ โกเมซ อยู่แล้ว

แดนกลาง : เตรียมให้ อิลคาย กุนโดกาน กลับมายืนประจำการอีกครั้ง เพื่อประสานงานร่วมกับ โรดรี้ และ เควิน เดอ บรอยน์ ส่วนในรายของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา น่าจะหลุดไปนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ โคล พาลเมอร์ เป็นตัวสแตนบายต่อไป


แนวรุก : น่าจะดร็อป ริยาด มาห์เรซ เป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกับ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ โดยพร้อมส่ง แจ็ค กรีลิช ลงไปสวมบทเป็นปีกซ้าย โดยจะขยับ ฟิล โฟเด้น ไปทำหน้าที่เป็นปีกขวา ส่วนกองหน้าตัวเป้าพร้อมให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กลับมายืนประจำการอีกครั้ง หลังได้พักจากเกมสโมสรยุโรปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาแบบเต็มๆ เลย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 174 เกม ปรากฎว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหรือกว่าอยู่พอสมควร โดยเป็นฝ่ายชนะ 82 เกม เสมอ 45 เกม และแพ้ 47 เกม ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ เมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "หงส์แดง" เป็นฝ่ายชนะ 3-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเสมอ 2-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : ลิเวอร์พูล แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2

เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ลิเวอร์พูล 2-3

คอมมูนิตี้ ชิลด์ ปี 2022 : ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1


ความน่าจะเป็น

แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากันตามชื่อชั้นของทั้งสองทีมต้องถือว่าเป็นเกมระดับ "บิ๊กแมทช์" อยู่แล้ว แต่ถ้าดูเรื่องของฟอร์ใมการเล่นต้องบอกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหนือกว่าเยอะ เพราะมีขุมกำลังนักเตะที่สมบูรณ์กง่า และทำผลงานในสนามได้ดีแบบต่อเนื่องเลยด้วย ส่วน ลิเวอร์พูล มีปัญาหนักเตะได้รับบาดเจ็บแบบยาวเป็นหางว่าวเลย จึงส่งกระบทบต่อเรื่องของฟอร์มการเล่นไปแบบเต็มๆ เพราะทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย แม้จะถือความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านที่พร้อมลงเล่นในถิ่นของตัวเองได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ว่าทีมเยือนมีความพร้อมมากกว่าเยอะเลย คาดว่า "เรือใบสีฟ้า" น่าจะเป็นฝ่ายบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มได้เลย


ผลที่คาด : ลิเวอร์พูล แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 247 ครั้ง