หมวดหมู่

บทความที่แนะนำ

คุณอาจชอบ

วิเคราะห์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก: เลสเตอร์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อัปเดตเมื่อ 1 ก.ย.

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่น่าจะให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะน่าจะให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สวมบทเป็นกองหน้าต่อไป ส่วนในรายของ คาเซมิโร่ มีโอกาสได้ลงเล่นเป็น 11 คนแรกนัดเยือน "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซึ่งยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 01 ก.ย.นี้


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เลสเตอร์ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : คิวพาวเวอร์ สเตเดี้ยม

เวลา : 02.00 น.


เลสเตอร์

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 2-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ อาร์เซนอล 2-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เซาแธมป์ตัน 1-2 (เหย้า)

คาราบาว คัพ รอบ 2 : เสมอ สต็อคปอร์ท 0-0 (เยือน) - ชนะดวลจุดโทษตัดสิน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เชลซี 1-2 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-1-4-1

แดนนี่ วอร์ด, เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, ดาเนี่ยล อมาร์ตี้, ติโมธี คาสตาเญ่, วีลฟรีด เอ็นดิดี้, เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, ยูริ ติเลอมองส์, ฮาร์วีย์ บาร์นส, อโยเซ่ เปเรซ, เจมี่ วาร์ดี้


ผู้รักษาประตู : ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจาก แดนนี่ วอร์ด พร้อมสวมบทเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งต่อไป

แนวรับ : เตรียมดร็อป ชักลาร์ โซยุคชู รวมถึง ยานนิค เวสเตอร์การ์ด เป็นตัวสำรองเหมือนเดิม ขณะที่ ริคาร์โด้ เปไรร่า กับ ไรอัน เบอร์ทรานท์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ เพื่อให้ จอนนี่ อีแวนส์ กับ ดาเนี่ยล อมาร์ตี้ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กันเหมือนอย่างนัดก่อน ส่วนแบ็กซ้ายน่าจะเลือก เจมส์ จัสติน เป็นตัวจริงเหนือกว่า ลุค โธมัส และเตรียมให้ ติโมธี คาสตาเญ่ สวมบทเป็นแบ็กขวาตามเดิม

แดนกลาง : ส่อให้ นัมปาลิส เมนดี้ เป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนาม เช่นเดียวกับ บูบาการ์ ซูมาเร่ และ เดนนิส ปราท ซึ่งน่าจะหลุดจากตำแหน่งตัวจริงด้วยเช่นกัน เพราะน่าจะให้ วีลฟรีด เอ็นดิดี้ ลงไปเป็นตัวคุมเกมร่วมกับ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ และ ยูริ ติเลอมองส์

แนวรุก : พร้อมให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส ยืนประจำการในตำแหน่งปีกซ้าย ส่วนปีกขวาน่าจะเป็นบทบาทของ อโยเซ่ เปเรซ ซึ่งน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เนื่องจาก เจมส์ แมดดิสัน ยังไม่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ขณะที่กองหน้าเตรียมดร็อป เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ รวมถึง พัตสัน ดาก้า เป็นตัวสำรองอยู่แล้ว เพื่อให้ เจมี่ วาร์ดี้ ยืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงนั่นเอง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 เกมหลังสุด

นัดกระชับมิตร : เสมอ ราโย บัลเยกาโน่ 1-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ ไบร์ทตัน 1-2 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-4 (เยือน)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (เหย้า)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 (เยือน)


คาดว่ากุนซือ เอริค เทน ฮาก จะปรับทัพจากเกมล่าสุดที่บุกไปเฉือนชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เพื่อเดินหน้าคว้าชัยกันต่อไป เพราะยังอยู่ในช่วงมั่นใจจากการเก็บชัยมาแล้วถึง 2 เกมซ้อน โดยตอนนี้ยังอยู่อันดับ 8 แข่ง 4 นัด มี 6 คะแนน แม้จะมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแน่นอน เพราะใช้งานพวกแข้งหลักได้เกือบทั้งหมดเลย


11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนามเป็นตัวจริงตามแผนการเล่นแบบ 4-2-3-1

ดาบิด เด เคอา, ดิโอโก้ ดาโลท์, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ลุค ชอว์, คาเซมิโร่, เฟรด, แอนโธนี่ เอลังก้า, บรูโน่ แฟร์นันเดส, จาดอน ซานโซ่, มาร์คัส แรชฟอร์ด


ผู้รักษาประตู : ยังคงเป็นหน้าที่ของ ดาบิด เด เคอา ยืนเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในฐานะมือหนึ่งเหมือนเดิม โดยมี ทอม ฮีตัน นายด่านมือสองสวมบทเป็นตัวสำรองต่อไป

แนวรับ : หมดสิทธิใช้งาน วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และน่าจะดร้อป แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กัปตันทีมเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม เพื่อให้ ราฟาเอล วาราน กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ลงไปยืนเป็นกองหลังคู่กัน และกำลังประสานงานได้แบบเข้าขารู้ใจกันด้วย ส่วนแบ็กซ้ายอาจจะโรเตชั่นเพื่อให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย ได้พักบ้าง และเปิดทางให้ ลุค ชอว์ ได้กลับมายืนประจำการในตำแหน่งนี้อีกครั้ง ซึ่งจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ดิโอโก้ ดาโลท์ ในฐานะตัวเลือกอันดับแรกของตำแหน่งแบ็กขวาเหนือกว่า อารอน วาน-บิสซาก้า เป็นตัวสำรองตามเดิม

แดนกลาง : อาจจะดร็อป สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวสำรอง เพื่อให้ 2 มิดฟิลด์จากบราซิล นั่นก็คือ เฟรด กับ คาเซมิโร่ ได้ยืนคุมเกมร่วมกันเหมือนตอนที่ลงสนามรับใช้บ้านเกิดนั่นเอง ส่วนในรายของ คริสเตียน อีริคเซ่น มีโอกาสหลุดไป้ป็นตัวสำรองเพื่อให้ได้พักบ้างนั่นเอง เช่นเดียวกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค พร้อมสวมบทเป็นตัวสำรองอยู่ที่ข้างสนามต่อไปด้วย

แนวรุก : ไม่น่าจะให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะยังอยู่ในช่วงเคลียร์เรื่องออกสตาร์ทว่าจะอยู่ต่อหรือย้ายทีมเหมืออย่างที่ตกเป็นข่าวนั่นเอง จึงน่าจะให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สวมบทเป็นกองหน้าต่อไป เนื่องจาก อองโตนนี่ มาร์กซิยัล ยังต้องพักษาอาการบาดเจ็บต่อไป ส่วนปีกซ้ายน่าจะให้ จาดอน ซานโซ่ ลงไปยืนประจำการอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ แอนโธนี่ เอลังก้า ในตำแหน่งปีกขวา และพร้อมวาง บรูโน่ แฟร์นันเดส ผู้ยิงประตูชัยจากนัดก่อนให้สวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์เหมือนเช่นเคย


สถิติการพบกันเอง

สำหรับคู่นี้เคยดวลแข้งกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 98 เกม ปรากฎว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าเยอะเลย โดยเป็นฝ่ายชนะ 48 เกม เสมอ 25 เกม และแพ้ 25 ส่วนผลการพบกันนัดล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2022 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เปิดบ้านเสมอ 1-1 สำหรับผลการพบกันในสนามแห่งนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2021 ปรากฎว่า เลสเตอร์ เฝ้ารังชนะ 4-2


สถิติที่เคยพบกัน 5 เกมหลังสุด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2020 : เลสเตอร์ เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2

เอฟเอ คัพ ปี 2021 : เลสเตอร์ ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ เลสเตอร์ 1-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2021 : เลสเตอร์ ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปี 2022 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เลสเตอร์ 1-1


ความน่าจะเป็น

ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับคืนสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นได้แล้ว สำหรับผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วง 2 เกมหลังสุดที่เก็บชัยได้ทั้งหมดเลย และมีเกมรับที่เหนียวหนึบขึ้นมาก หลังตัดสินใจดร็อป แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังจอมเฟอะฟะเป็นตัวสำรองแบบไม่สนใจเรื่องของปลอกแขนกัปตันทีมเลย ส่วนแนวรุกยังคงต้องปรับจูนกันอีกสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของกองหน้าตัวเป้าที่ยังไม่มีความลงตัวเสียเท่าไรนัก แต่ถือว่ามีสภาพทีมโดยรวมที่ส่งผลไปในทิศทางบวกอย่างแน่นอน


ส่วน เลสเตอร์ ดูเหมือนว่าจะยังตามหาจุดเปลี่ยนไม่เจอเสียที หลังทำผลงานในช่วงออกสตาร์ท 4 นัดแรกได้แบบน่าผิดหวัง เพราะว่ายังไม่พบกับชัยชนะแม้แต่นัดเดียว และมีนักเตะตัวหลักผลัดกันได้รับบาดเจ็บอีกต่างหาก จึงส่งผลกระทบต่อเรื่องของการจัดทีมในแต่ละเกมไปแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย


คาดว่า “ปีศาจแดง” น่าจะเป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า แม้จะออกไปเล่นเป็นทีมเยือนนอกบ้าน แต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งเล่นยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตรงกันข้ามกับเจ้าบ้านที่เล่นกันแบบไร้ความมั่นใจ และยังไม่มีการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพเลยอีกต่างหาก ดังนั้นทีมเยือนน่าจะมีโอกาสเก็บ 3 คะแนนกลับบ้านไปได้มากกว่า


ผลที่คาด : เลสเตอร์ แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล และ EPL

ดู 375 ครั้ง